ปี 2569 ได้เห็นตามยูทูปบ่อยๆ ว่าจะฟ้าจะมีการคัดสรรคนมีบุญและมีกรรมอะไรประมาณนี้ส่วนตัวคิดว่าอาจจะมีจริงๆ เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวตอนนี้ที่เจอมาตั้งแต่ราวๆปี 2566 ที่ฝันเตือนมาเป็นระยะๆ เจอเรื่องราวแปลกๆ ไม่คาดฝันมาจนมาถึงปี 2568 เลย
ขอสืบเนื่องเรื่องราวจากการฝันตอนปี 2566 ประมาณเดือนกันยายน ซึ่งตอนนั้นอย่างที่เคยเกริ่นๆในกระทู้ก่อนๆว่าสื่อสมาธิถึงท่านพ่อปู่พญามุจลินท์นาคราชแล้วนิมิตถึงพญาครุฑ ความที่ตัวเองเกิดวันเสาร์ก็เลยอยากรู้ว่าทำไมฝันแบบนี้เพราะก็รับรู้มาคร่าวๆว่าครุฑและนาคไม่ถูกกัน หาไปหามาก็เจอตอนนั้นก็เกิดการรับรู้ว่า พญาครุฑและพญานาคจะลงมาช่วยปกป้องศาสนาให้ครบ 5000 ปี และนี่ก็คือการรับรู้ครั้งแรกที่เกี่ยวกับเรื่องนี้
นำแชทที่เคยเล่าๆน้องคนนึงไว้ในเฟสมาประกอบไว้นะคะ
หลังจากที่ได้รับรู้ก็เลยได้มีโอกาสไปสื่อสมาธิใกล้ท่านพ่อปู่พญามุจลินท์นาคราชที่วัดพระธาตุบังพวน จังหวัดหนองคาย ซึ่งตรงนี้คือจะไม่ให้ผู้หญิงเข้าใกล้ตรงบริเวณนี้นะคะติดป้ายไว้เลยค่ะ ภาพถ่ายเองนะคะ ไปตอนวันออกพรรษาเลย 2566 พอตอนจะเดินทางกลับรถดับไปนิดนึงตอนเวลาสองทุ่มโดยประมาณ คิดว่าคงรับรู้ถึงการมานั่นล่ะ ตอนนั้นมองหน้าคนขับเลยเพราะใจกลัวจะเดินทางกลับช้ากลัวที่บ้านห่วงไกลบ้านมาก แต่ก็ไม่มีอะไรดับครู่เดียวก็สตาร์ทติด
หลังจากนั้นก็ได้ไปไหว้ที่วัดโพธิ์ทอง ในกทม.เพิ่มเติมซึ่งที่นี่ก็จะมีทั้งพญานาคและพญาครุฑอยู่ด้วยกัน
จนมาถึงปลายปี 2568 เรื่องราวปีนี้เกี่ยวกับความแปลกที่รับรู้ได้หลายสิ่งอย่าง เริ่มจากพ.ค.68เลยที่เริ่มฝันเตือนมาว่าพระมาเตือนยังไม่ถึงเวลา และกลางปีตัวเองก็เริ่มๆมีปัญหาสุขภาพกายและใจประเดประดังให้มาขบคิดสมองวุ่นวายมาก อันนี้จะเล่าๆเต็มๆอีกทีในกระทู้หน้านะคะ จนมาถึงต้นๆกันยา 2568 เหมือนมีช่วงนึงที่เราได้ยินเสียงกระซิบในใจขึ้นมา "มีภารกิจที่ให้ทำและไม่น่ากลัวหรอก" น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่เราต้องได้มาปฏิบัติภาวนาต่อ เพื่อปลดปล่อยความวุ่นวายในจิตใจเรา กรรมเก่าที่เรายึดเหนี่ยวในใจที่ทำให้เราเกิดทุกข์ทั้งทางกายและใจ ให้เราเดินหน้าต่อได้ต่อไปอย่างมั่นคง
เพราะอีกเรื่องแปลกที่เจอคือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพระเจ้าตากสิน คือแต่ก่อนหน้านี้แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยคิดศึกษาหรืออ่าน ตั้งเกิดมาและจำความได้ เพราะตอนเรียนก็ไม่ได้สนใจอะไรพิเศษเลย เรียนแล้วเหมือนปล่อยผ่านคือจะสนใจแค่ตัวเองชอบ แต่มาปีนี้เหมือนบุญสัมพันธ์หรือกฎแรงดึงดูดอะไรบางอย่างทำให้เรามาพบเจอในเรื่องนี้ขึ้นมา ได้รับรู้ว่าพระองค์ได้กอบกู้แผ่นดินและกอบกู้ศาสนาให้อยู่ถึง 5000 ปี (ตรงนี้วนกลับมาให้เรารับรู้อีกครั้งในเรื่องของศาสนาครบ 5000 ปี) ก็เลยได้มีโอกาสไปไหว้พระองค์ท่านตามสถานที่ต่างๆมาเช่นกัน
เริ่มจากตอนที่ 2566-67 จำไม่ได้ว่าปีไหนที่ก็ครั้งแรกได้เดินทางไปจังหวัดตากโดยบังเอิญเพราะตอนนั้นอยากไปร่วมทำบุญกับดาราคนโปรดที่เราชอบเลยตามไปสักหน่อย แต่ตอนนั้นยังไม่ทราบและรับรู้อะไรมากแต่ก็เหมือนไปสถานที่โดยบัเงเอิญแล้ว
ต่อมากันยายน 2568 ไปแถวมทส.โคราช เดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล มทส. แต่ตอนนั้นเราก็รับรู้ได้คร่าวๆว่าเกี่ยวกับพระเจ้าตากแล้วล่ะ แต่ไปโดยที่ไม่รู้อีกเหมือนกัน มารู้ตอนหลังจากไปมาได้ไม่กี่วันว่าตรงแถวนี้มีศาลพระองค์ท่านอยู่ที่ลูกหลานท่านเชื้อสายท่านได้มาสร้างไว้
เดือนตุลาคม 2568 ก็ได้มีโอกาส ได้เดินทางไป กทม.เพื่อจะไปไหว้พระองค์ท่านที่ก็ไปพักแถวๆ ฝั่งธนกันก่อนจะเดินทางไปถึงก็มีถ่ายรูประหว่างเดินทาง
ที่ไปในครั้งนี้ก็จะมีสองที่วัดอรุณและวัดอินทาราม

เป็นภาพที่ถ่ายระหว่างเดินทาง ดูแปลกดีเหมือนคนขี่ม้าไงไม่รู้
วัดอรุณที่แรกตอนที่กำลังจะไปก็ได้เตรียมเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเสื้อที่เตรียมไว้มีเสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ 72 พรรษาอยู่ พอเตรียมแล้วเหมือนก่อนจะไปก็ได้รับรู้เพิ่มเติมอีกว่าพระราชินีสุทิดาจะเสด็จมาทอดกฐินที่นี่ด้วย เอ๊ยแปลกใจว่าช่างพอดีกันเลย ไหนๆก็เตรียมเสื้อใส่ไว้พอดีก็เลยถือโอกาสไปร่วมรับเสด็จด้วยในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ด้วยความอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่เคยมาที่นี่เลยแต่ก็พอจะรับรู้ว่าที่นี่มีโบสถ์สมเด็จพระเจ้าตากให้เข้ากราบไหว้เรามาร่วมรับเสด็จก่อนเลยยังไม่ได้สำรวจดูเลยว่าอยู่ตรงไหนนะ แต่ตรงจุดที่รับเสด็จจะมีโบสถ์นึงที่อยู่ใกล้ๆมากมองไปหลายทีมากเพราะอยากรู้ว่าโบสถ์อะไร เสร็จพิธีการก็ร่วมสองทุ่มล่ะ มืดมาก พอเดินๆออกมาจากซอยวัดอรุณเจ้ากรรมเดินหลงซะงั้นวนหาทางออกไม่เจอว่าจุดนัดพี่ชายอยู่ตรงไหน แต่เหมือนตัวเองติดค้างอยู่ว่าไม่ได้มาไหว้แถมเดินหลงแถวนั้นอีก ก็เลยพอรุ่งขึ้น 19 ตุลาคม 2568 ได้มีโอกาสตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง เดินตามรอยจุดที่เรารับเสด็จเลยแล้วมาหยุดที่ตรงที่เรานั่งรับเสด็จใกล้ๆ พบว่าจุดนี้คือโบสถ์พระเจ้าตากนั่นเอง เลยได้เข้าไปไหว้ เหมือนได้เดินตามรอยบุญของพระราชินีด้วยพร้อมค่ะเป็นบุญกับตัวเองมากกลับมาก็ได้กินเจต่อพอดี
วัดอินทารามวรวิหาร บางยี่เรือฝั่งธน เป็นวัดที่บรรจุพระบรมอัฐิพระเจ้าตาก ก่อนจะกลับจากวัดก็ถ่ายไว้พอมาดูที่ถ่ายเจอแปลกๆในรูป

เหมือนหัวม้าในรูป ที่วัดอินทารามนะคะ
พฤศจิกายน 2568 ก็ได้มีโอกาสได้มาที่อยุธยาค่ะ มาที่วัดเกาะแก้ว วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 วันลอยกระทงพอดีซึ่งวันที่ 6 พฤศจิกาก็ครบรอบ กอบกู้กรุงครั้งที่สองครบ 258 ปี

ตอนที่ไหว้ตรุงจุดนี้เสร็จปุ๊ป ที่วัดเกาะแก้วอยุธยา ตำบลกระมัง คล้อยหลังจะเดินกลับไป ฉับพลันตัวเองเหน็บขาชาแบบถูกบีบล็อกไว้ข้างนึง ทุกทีจะไม่เคยมีอาการชาแบบนี้เกิดขึ้นจะชาก็ปกติแต่ไม่ได้เหมือนบีบแบบครั้งนี้ รู้สึกได้ว่าไม่เหมือนครั้งก่อนที่เราเคยเกิดอาการชามา ก็เลยต้องยืนนิ่งกลางๆวัดสักครู่นั่นแหละค่ะ เหมือนคงจะรับรู้ถึงการมาของเราล่ะมั้ง ซึ่งมาก็รู้ทีหลังว่าตรงแถวนี้บ้านเกิดของพระจ้าตากนั่นเอง
ต่อมาเดินทางไปไหว้ที่วัดโบสถ์หลวงปู่เทียน ปทุมธานี
ตรงจุดนี้ก็หลังจากไหว้แล้วก็ขอมาเสี่ยงเซียมซีต่อหน้าพระองค์ท่านสักหน่อยค่ะ ก็กระจายหมดกระบอกเลยค่ะตกใจนิดหน่อย เสี่ยงอีกรอบได้หมายเลข 26
เซียมซีใบนี้ประโยคนึงที่บอกไว้ ศัตรูไม่กล้าคิดมารุกราน เหมือนรู้สึกเราได้แรงพลังคุ้มครองจากพระองค์ท่านแล้วทำให้กล้าคิดและตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวมากขึ้น
ต่อมาเพิ่งล่าสุดใกล้ๆก่อนวันเกิดเนอะ 5 ก.พ.2569 ปีนี้ก่อนจะมาก็มีฝันนิดหน่อยว่าได้ไปวัดแถวอยุธยาคือตอนแรกแพลนว่าจะไปไหว้ที่กรุงเทพ เกิดอยากเปลี่ยนแพลนว่าจะมาอยุธยาก็บอกคนที่จะขับรถให้ขอเปลี่ยนแพลนมาอยุธยาตอนแรกจะไม่เปลี่ยนให้จนสุดท้ายคนขับรถมาขอเปลี่ยนเองว่าไปอยุธยา

ที่นี่จะชื่อ วัดบางเดื่ออยุธยานะคะ เหมือนว่าจะเป็นที่คุณอั้มเคยมาตอนมีละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว แล้วในติ๊กต็อกก็เหมือนจะลงมีคนถ่ายติดในภาพ
ส่วนตัวได้มาที่นี่ก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันค่ะ ที่นี่จะเป็นที่เดียวที่พระบรมรูปพระองค์ท่านบัญชาการกองทัพเรือ
ที่นี่ตอนไหว้ ตอนทำสมาธิตรงนี้ คือแสงกระพริบตรงหน้าผากตลอด ซึ่งที่เดินทางไปมาไม่มีเป็นแบบนี้ ทั้งที่วัดอรุณ วัดอินทารามหรือวัดโบสถ์หลวงปู่เทียน มีที่นี่ที่แบบแสงกะพริบ คิดว่าคงรับรู้ถึงการมาอีกละกันค่ะ และรู้สึกได้รับแรงพลังจากที่นี่ก่อนวันเกิด
ภายในวัดจะมีโบสถ์ศาลเก่าอีกที่นะคะนอกจากตรงจุดนี้แล้ว

อันนี้ภายในศาลโบสถ์เก่านะคะ ขอเสี่ยงเซียมซีต่อหน้าอีกแล้ว จบที่เลขเดิม เลขที่ 26 เหมือนตรงวัดโบสถ์หลวงปู่เทียนเลย เลยไม่ได้ถ่ายเซียมซีมา
และปิดจบที่ล่าสุด วันที่ 8 ก.พ.69 วันเกิดและวันเลือกตั้งพอดีค่ะ มาที่ศาลตรงจุดแถว มทส.อีกครั้ง


ตรงเหนือศาลถ่ายไว้ก่อนจะกลับค่ะ เหมือนหัวม้าอีกแล้ว
ปีม้า 2569 พอดีเนอะสุดท้ายขอให้ทุกคนและทุกท่านที่เข้ามารับชมกระทู้นี้ได้รับแรงพลังและศรัทธากลับไปเช่นกัน เป็นเรื่องจริงทั้งหมดที่เกิดกับเราเอง คิดดีทำดี เมื่อถึงเวลาจังหวะฟ้าเปิดสิ่งดีๆจะเริ่มเข้ามาหาเองขอเพียงอย่าท้อกับและให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ ค่ะ
แรงพลังแรงศรัทธา
ขอสืบเนื่องเรื่องราวจากการฝันตอนปี 2566 ประมาณเดือนกันยายน ซึ่งตอนนั้นอย่างที่เคยเกริ่นๆในกระทู้ก่อนๆว่าสื่อสมาธิถึงท่านพ่อปู่พญามุจลินท์นาคราชแล้วนิมิตถึงพญาครุฑ ความที่ตัวเองเกิดวันเสาร์ก็เลยอยากรู้ว่าทำไมฝันแบบนี้เพราะก็รับรู้มาคร่าวๆว่าครุฑและนาคไม่ถูกกัน หาไปหามาก็เจอตอนนั้นก็เกิดการรับรู้ว่า พญาครุฑและพญานาคจะลงมาช่วยปกป้องศาสนาให้ครบ 5000 ปี และนี่ก็คือการรับรู้ครั้งแรกที่เกี่ยวกับเรื่องนี้
นำแชทที่เคยเล่าๆน้องคนนึงไว้ในเฟสมาประกอบไว้นะคะ
หลังจากที่ได้รับรู้ก็เลยได้มีโอกาสไปสื่อสมาธิใกล้ท่านพ่อปู่พญามุจลินท์นาคราชที่วัดพระธาตุบังพวน จังหวัดหนองคาย ซึ่งตรงนี้คือจะไม่ให้ผู้หญิงเข้าใกล้ตรงบริเวณนี้นะคะติดป้ายไว้เลยค่ะ ภาพถ่ายเองนะคะ ไปตอนวันออกพรรษาเลย 2566 พอตอนจะเดินทางกลับรถดับไปนิดนึงตอนเวลาสองทุ่มโดยประมาณ คิดว่าคงรับรู้ถึงการมานั่นล่ะ ตอนนั้นมองหน้าคนขับเลยเพราะใจกลัวจะเดินทางกลับช้ากลัวที่บ้านห่วงไกลบ้านมาก แต่ก็ไม่มีอะไรดับครู่เดียวก็สตาร์ทติด
หลังจากนั้นก็ได้ไปไหว้ที่วัดโพธิ์ทอง ในกทม.เพิ่มเติมซึ่งที่นี่ก็จะมีทั้งพญานาคและพญาครุฑอยู่ด้วยกัน
จนมาถึงปลายปี 2568 เรื่องราวปีนี้เกี่ยวกับความแปลกที่รับรู้ได้หลายสิ่งอย่าง เริ่มจากพ.ค.68เลยที่เริ่มฝันเตือนมาว่าพระมาเตือนยังไม่ถึงเวลา และกลางปีตัวเองก็เริ่มๆมีปัญหาสุขภาพกายและใจประเดประดังให้มาขบคิดสมองวุ่นวายมาก อันนี้จะเล่าๆเต็มๆอีกทีในกระทู้หน้านะคะ จนมาถึงต้นๆกันยา 2568 เหมือนมีช่วงนึงที่เราได้ยินเสียงกระซิบในใจขึ้นมา "มีภารกิจที่ให้ทำและไม่น่ากลัวหรอก" น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่เราต้องได้มาปฏิบัติภาวนาต่อ เพื่อปลดปล่อยความวุ่นวายในจิตใจเรา กรรมเก่าที่เรายึดเหนี่ยวในใจที่ทำให้เราเกิดทุกข์ทั้งทางกายและใจ ให้เราเดินหน้าต่อได้ต่อไปอย่างมั่นคง
เพราะอีกเรื่องแปลกที่เจอคือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพระเจ้าตากสิน คือแต่ก่อนหน้านี้แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยคิดศึกษาหรืออ่าน ตั้งเกิดมาและจำความได้ เพราะตอนเรียนก็ไม่ได้สนใจอะไรพิเศษเลย เรียนแล้วเหมือนปล่อยผ่านคือจะสนใจแค่ตัวเองชอบ แต่มาปีนี้เหมือนบุญสัมพันธ์หรือกฎแรงดึงดูดอะไรบางอย่างทำให้เรามาพบเจอในเรื่องนี้ขึ้นมา ได้รับรู้ว่าพระองค์ได้กอบกู้แผ่นดินและกอบกู้ศาสนาให้อยู่ถึง 5000 ปี (ตรงนี้วนกลับมาให้เรารับรู้อีกครั้งในเรื่องของศาสนาครบ 5000 ปี) ก็เลยได้มีโอกาสไปไหว้พระองค์ท่านตามสถานที่ต่างๆมาเช่นกัน
เริ่มจากตอนที่ 2566-67 จำไม่ได้ว่าปีไหนที่ก็ครั้งแรกได้เดินทางไปจังหวัดตากโดยบังเอิญเพราะตอนนั้นอยากไปร่วมทำบุญกับดาราคนโปรดที่เราชอบเลยตามไปสักหน่อย แต่ตอนนั้นยังไม่ทราบและรับรู้อะไรมากแต่ก็เหมือนไปสถานที่โดยบัเงเอิญแล้ว
ต่อมากันยายน 2568 ไปแถวมทส.โคราช เดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล มทส. แต่ตอนนั้นเราก็รับรู้ได้คร่าวๆว่าเกี่ยวกับพระเจ้าตากแล้วล่ะ แต่ไปโดยที่ไม่รู้อีกเหมือนกัน มารู้ตอนหลังจากไปมาได้ไม่กี่วันว่าตรงแถวนี้มีศาลพระองค์ท่านอยู่ที่ลูกหลานท่านเชื้อสายท่านได้มาสร้างไว้
เดือนตุลาคม 2568 ก็ได้มีโอกาส ได้เดินทางไป กทม.เพื่อจะไปไหว้พระองค์ท่านที่ก็ไปพักแถวๆ ฝั่งธนกันก่อนจะเดินทางไปถึงก็มีถ่ายรูประหว่างเดินทาง
ที่ไปในครั้งนี้ก็จะมีสองที่วัดอรุณและวัดอินทาราม
เป็นภาพที่ถ่ายระหว่างเดินทาง ดูแปลกดีเหมือนคนขี่ม้าไงไม่รู้
วัดอรุณที่แรกตอนที่กำลังจะไปก็ได้เตรียมเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเสื้อที่เตรียมไว้มีเสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ 72 พรรษาอยู่ พอเตรียมแล้วเหมือนก่อนจะไปก็ได้รับรู้เพิ่มเติมอีกว่าพระราชินีสุทิดาจะเสด็จมาทอดกฐินที่นี่ด้วย เอ๊ยแปลกใจว่าช่างพอดีกันเลย ไหนๆก็เตรียมเสื้อใส่ไว้พอดีก็เลยถือโอกาสไปร่วมรับเสด็จด้วยในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ด้วยความอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่เคยมาที่นี่เลยแต่ก็พอจะรับรู้ว่าที่นี่มีโบสถ์สมเด็จพระเจ้าตากให้เข้ากราบไหว้เรามาร่วมรับเสด็จก่อนเลยยังไม่ได้สำรวจดูเลยว่าอยู่ตรงไหนนะ แต่ตรงจุดที่รับเสด็จจะมีโบสถ์นึงที่อยู่ใกล้ๆมากมองไปหลายทีมากเพราะอยากรู้ว่าโบสถ์อะไร เสร็จพิธีการก็ร่วมสองทุ่มล่ะ มืดมาก พอเดินๆออกมาจากซอยวัดอรุณเจ้ากรรมเดินหลงซะงั้นวนหาทางออกไม่เจอว่าจุดนัดพี่ชายอยู่ตรงไหน แต่เหมือนตัวเองติดค้างอยู่ว่าไม่ได้มาไหว้แถมเดินหลงแถวนั้นอีก ก็เลยพอรุ่งขึ้น 19 ตุลาคม 2568 ได้มีโอกาสตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง เดินตามรอยจุดที่เรารับเสด็จเลยแล้วมาหยุดที่ตรงที่เรานั่งรับเสด็จใกล้ๆ พบว่าจุดนี้คือโบสถ์พระเจ้าตากนั่นเอง เลยได้เข้าไปไหว้ เหมือนได้เดินตามรอยบุญของพระราชินีด้วยพร้อมค่ะเป็นบุญกับตัวเองมากกลับมาก็ได้กินเจต่อพอดี
วัดอินทารามวรวิหาร บางยี่เรือฝั่งธน เป็นวัดที่บรรจุพระบรมอัฐิพระเจ้าตาก ก่อนจะกลับจากวัดก็ถ่ายไว้พอมาดูที่ถ่ายเจอแปลกๆในรูป
เหมือนหัวม้าในรูป ที่วัดอินทารามนะคะ
พฤศจิกายน 2568 ก็ได้มีโอกาสได้มาที่อยุธยาค่ะ มาที่วัดเกาะแก้ว วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 วันลอยกระทงพอดีซึ่งวันที่ 6 พฤศจิกาก็ครบรอบ กอบกู้กรุงครั้งที่สองครบ 258 ปี
ตอนที่ไหว้ตรุงจุดนี้เสร็จปุ๊ป ที่วัดเกาะแก้วอยุธยา ตำบลกระมัง คล้อยหลังจะเดินกลับไป ฉับพลันตัวเองเหน็บขาชาแบบถูกบีบล็อกไว้ข้างนึง ทุกทีจะไม่เคยมีอาการชาแบบนี้เกิดขึ้นจะชาก็ปกติแต่ไม่ได้เหมือนบีบแบบครั้งนี้ รู้สึกได้ว่าไม่เหมือนครั้งก่อนที่เราเคยเกิดอาการชามา ก็เลยต้องยืนนิ่งกลางๆวัดสักครู่นั่นแหละค่ะ เหมือนคงจะรับรู้ถึงการมาของเราล่ะมั้ง ซึ่งมาก็รู้ทีหลังว่าตรงแถวนี้บ้านเกิดของพระจ้าตากนั่นเอง
ต่อมาเดินทางไปไหว้ที่วัดโบสถ์หลวงปู่เทียน ปทุมธานี
ตรงจุดนี้ก็หลังจากไหว้แล้วก็ขอมาเสี่ยงเซียมซีต่อหน้าพระองค์ท่านสักหน่อยค่ะ ก็กระจายหมดกระบอกเลยค่ะตกใจนิดหน่อย เสี่ยงอีกรอบได้หมายเลข 26
เซียมซีใบนี้ประโยคนึงที่บอกไว้ ศัตรูไม่กล้าคิดมารุกราน เหมือนรู้สึกเราได้แรงพลังคุ้มครองจากพระองค์ท่านแล้วทำให้กล้าคิดและตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวมากขึ้น
ต่อมาเพิ่งล่าสุดใกล้ๆก่อนวันเกิดเนอะ 5 ก.พ.2569 ปีนี้ก่อนจะมาก็มีฝันนิดหน่อยว่าได้ไปวัดแถวอยุธยาคือตอนแรกแพลนว่าจะไปไหว้ที่กรุงเทพ เกิดอยากเปลี่ยนแพลนว่าจะมาอยุธยาก็บอกคนที่จะขับรถให้ขอเปลี่ยนแพลนมาอยุธยาตอนแรกจะไม่เปลี่ยนให้จนสุดท้ายคนขับรถมาขอเปลี่ยนเองว่าไปอยุธยา
ที่นี่จะชื่อ วัดบางเดื่ออยุธยานะคะ เหมือนว่าจะเป็นที่คุณอั้มเคยมาตอนมีละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว แล้วในติ๊กต็อกก็เหมือนจะลงมีคนถ่ายติดในภาพ
ส่วนตัวได้มาที่นี่ก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันค่ะ ที่นี่จะเป็นที่เดียวที่พระบรมรูปพระองค์ท่านบัญชาการกองทัพเรือ
ที่นี่ตอนไหว้ ตอนทำสมาธิตรงนี้ คือแสงกระพริบตรงหน้าผากตลอด ซึ่งที่เดินทางไปมาไม่มีเป็นแบบนี้ ทั้งที่วัดอรุณ วัดอินทารามหรือวัดโบสถ์หลวงปู่เทียน มีที่นี่ที่แบบแสงกะพริบ คิดว่าคงรับรู้ถึงการมาอีกละกันค่ะ และรู้สึกได้รับแรงพลังจากที่นี่ก่อนวันเกิด
ภายในวัดจะมีโบสถ์ศาลเก่าอีกที่นะคะนอกจากตรงจุดนี้แล้ว
อันนี้ภายในศาลโบสถ์เก่านะคะ ขอเสี่ยงเซียมซีต่อหน้าอีกแล้ว จบที่เลขเดิม เลขที่ 26 เหมือนตรงวัดโบสถ์หลวงปู่เทียนเลย เลยไม่ได้ถ่ายเซียมซีมา
และปิดจบที่ล่าสุด วันที่ 8 ก.พ.69 วันเกิดและวันเลือกตั้งพอดีค่ะ มาที่ศาลตรงจุดแถว มทส.อีกครั้ง
ตรงเหนือศาลถ่ายไว้ก่อนจะกลับค่ะ เหมือนหัวม้าอีกแล้ว
ปีม้า 2569 พอดีเนอะสุดท้ายขอให้ทุกคนและทุกท่านที่เข้ามารับชมกระทู้นี้ได้รับแรงพลังและศรัทธากลับไปเช่นกัน เป็นเรื่องจริงทั้งหมดที่เกิดกับเราเอง คิดดีทำดี เมื่อถึงเวลาจังหวะฟ้าเปิดสิ่งดีๆจะเริ่มเข้ามาหาเองขอเพียงอย่าท้อกับและให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ ค่ะ