ขอถามว่า ถ้าลูกเกิดมา แล้วมีชีวิตวนลูปแบบคุณ แย่งกันเรียน จบแล้วมาแย่งกันทำงานเงินเดือน 18,000 ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน พอเกษียณเหลือเงินเก็บเล็กน้อย เจ็บป่วยออกแต่ตีห้า ได้เจอหมอบ่ายสอง สามนาที เจอจิ๊กโก๋ก็อย่าหวังพึ่งตำรวจ..... จะมีลูกไหม
นี่แหละ ที่นางเอกในภาพยนตร์ คิดอยู่ตลอดเวลา จนมีหน้าอมทุกข์ แม้จะได้แฟนที่ขยัน แต่ก็เห็นแก่ตัว
เชื่อว่า ยังมีอีกหลายครอบครัว ที่ซั่มแบบในหนัง แต่หวานอมขมกลืน ไปเล่าให้ใครฟังไม่ได้
ประเทศอื่นก็คิดแบบนี้ เช่น ญี่ปุ่น สร้างหนัง EXIT 8 ที่ชีวิตพระเอก หาทางออกจากวังวน แบบนี้ไม่ได้เสียที
หรือเรื่อง Perfect days หนังคนมีอาชีพล้างส้วม ที่ต้องพยายามทำใจยอมรับกับชีวิตแบบนั้นให้ได้ (แต่เชื่อสิ ลุงแกไม่อยากมีลูก แล้วให้มาวนลูปแบบแกหรอก)
ดูจากอายุ ลุงแกก็น่าจะเข้าวัยเกษียณแล้ว แต่หยุดไม่ได้ ต้องทำงานล้างส้วมต่อ อย่างมีความสุข (หนังพยายามจะทำให้เป็นแบบนั้น ถามว่า ใครมีความสุขกับการทำงานล้างส้วมในวัย 60 UP)
หนังเรื่องนี้ ถึงขนาดได้เข้าชิง ออสก้าร์ทีเดียว อยากให้ คนวัยเกษียณได้ดูกัน ชีวิตอาจจะมีความหมายขึ้น
ที่ญี่ปุ่น หนักกว่าเราอีก เงินเดือนปริญญาตรี 50,000 ปริญญาโท 70,000 หักภาษีสารพัดเดือนละหมื่น ทุกเดือน
อย่านึกว่าเยอะนะ ที่โน่น อาหารจานเดียวราคาจานละ 300 กินสามมื้อ ปาเข้าไปเกือบพัน ค่าเช่าห้องเล็กๆ สามหมื่นต่อเดือน เงินเดือน 50,000 (ก่อนหักภาษี) จะพอใช้ได้ไง
และขอบอกว่า ทำงานหนักมากๆ ทุกคนขยันหมด มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่น ต้องอดทนกว่า ในไทยอีก ความรุนแรงที่เจ้านายด่าใน Human Resource เด็กๆไปเลย เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น หรือ แม้แต่ในเกาหลีใต้
แต่ เขายังดีตรงที่ ตำรวจพึ่งพาได้ ไม่มีคอรัปชั่น แก่ตัวไป เข้าโรงพยาบาลได้รับการดูแลอย่างดี (แต่ก็เพราะเงินประกันสุขภาพที่หักไปทุกเดือนตั้งแต่เริ่มทำงาน)
ประมาณ 90% ของประชาชนญี่ปุ่นเลย ที่มีชีวิตวนลูปแบบนี้ ไม่ต่างจากไทย
ถ้าคุณอ่านกระทู้นี้จบ แล้วไปดู Human Resource คุณอาจจะร้องไห้ตั้งแต่ต้นเรื่อง และเข้าใจ เต๋อ นวพล ที่กล้าสร้างหนังเรื่องนี้ออกมา ตีแผ่ชีวิต มนุษย์เงินเดือน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้น้องผู้หญิงในเรื่อง ที่มาสมัครงาน แล้วเล่าว่า ในวัยเด็กถูกพ่อทำร้าย นางเอกได้ฟังแล้ว คงสงสารชะมัดที่ พอจบออกมาทำงาน จะถูกสังคมทำร้ายต่อ
นางเอกคงคิดถึงสภาพลูกตัวเองในอนาคต เลย ลังเลว่าจะทำแท้ง ส่วนน้องผู้ชายอีกคนที่มาสัมภาษณ์ก็เป็นโรคลิ้นหัวใจ นางเอกคงสงสารน่าดู แต่ก็ไม่กล้ารับเข้าทำงาน และคงกังวลว่า เอ แล้วลูกเราจะแข็งแรงไหมนะ ถึงรีบไปตรวจที่โรงพยาบาล
Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) หนังที่คนสร้าง ช่างกล้าทำ ตีแผ่ชีวิตมนุษย์ออฟฟิต
นี่แหละ ที่นางเอกในภาพยนตร์ คิดอยู่ตลอดเวลา จนมีหน้าอมทุกข์ แม้จะได้แฟนที่ขยัน แต่ก็เห็นแก่ตัว
เชื่อว่า ยังมีอีกหลายครอบครัว ที่ซั่มแบบในหนัง แต่หวานอมขมกลืน ไปเล่าให้ใครฟังไม่ได้
ประเทศอื่นก็คิดแบบนี้ เช่น ญี่ปุ่น สร้างหนัง EXIT 8 ที่ชีวิตพระเอก หาทางออกจากวังวน แบบนี้ไม่ได้เสียที
หรือเรื่อง Perfect days หนังคนมีอาชีพล้างส้วม ที่ต้องพยายามทำใจยอมรับกับชีวิตแบบนั้นให้ได้ (แต่เชื่อสิ ลุงแกไม่อยากมีลูก แล้วให้มาวนลูปแบบแกหรอก)
ดูจากอายุ ลุงแกก็น่าจะเข้าวัยเกษียณแล้ว แต่หยุดไม่ได้ ต้องทำงานล้างส้วมต่อ อย่างมีความสุข (หนังพยายามจะทำให้เป็นแบบนั้น ถามว่า ใครมีความสุขกับการทำงานล้างส้วมในวัย 60 UP)
หนังเรื่องนี้ ถึงขนาดได้เข้าชิง ออสก้าร์ทีเดียว อยากให้ คนวัยเกษียณได้ดูกัน ชีวิตอาจจะมีความหมายขึ้น
ที่ญี่ปุ่น หนักกว่าเราอีก เงินเดือนปริญญาตรี 50,000 ปริญญาโท 70,000 หักภาษีสารพัดเดือนละหมื่น ทุกเดือน
อย่านึกว่าเยอะนะ ที่โน่น อาหารจานเดียวราคาจานละ 300 กินสามมื้อ ปาเข้าไปเกือบพัน ค่าเช่าห้องเล็กๆ สามหมื่นต่อเดือน เงินเดือน 50,000 (ก่อนหักภาษี) จะพอใช้ได้ไง
และขอบอกว่า ทำงานหนักมากๆ ทุกคนขยันหมด มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่น ต้องอดทนกว่า ในไทยอีก ความรุนแรงที่เจ้านายด่าใน Human Resource เด็กๆไปเลย เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น หรือ แม้แต่ในเกาหลีใต้
แต่ เขายังดีตรงที่ ตำรวจพึ่งพาได้ ไม่มีคอรัปชั่น แก่ตัวไป เข้าโรงพยาบาลได้รับการดูแลอย่างดี (แต่ก็เพราะเงินประกันสุขภาพที่หักไปทุกเดือนตั้งแต่เริ่มทำงาน)
ประมาณ 90% ของประชาชนญี่ปุ่นเลย ที่มีชีวิตวนลูปแบบนี้ ไม่ต่างจากไทย
ถ้าคุณอ่านกระทู้นี้จบ แล้วไปดู Human Resource คุณอาจจะร้องไห้ตั้งแต่ต้นเรื่อง และเข้าใจ เต๋อ นวพล ที่กล้าสร้างหนังเรื่องนี้ออกมา ตีแผ่ชีวิต มนุษย์เงินเดือน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้