สวัสดีครับ... ผมมาที่นี่เพื่อระบายความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรมแดงสวยๆ ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ก่อนที่ผมจะจบ ป.6 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในรร.เอกชนย่านนวมินทร์แห่งนึง
ผมเริ่มเป็น "จิตอาสา" ตั้งแต่ ป.2 ครับ ในวันที่เพื่อนรุ่นเดียวกันยังวิ่งเล่นไล่จับกันกลางสนาม แต่ผมกลับถูกใช้ให้หามเสื่อพะรุงพะรังกับเพื่อนอีกคนเพื่อเตรียมงานรร. ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ 5 ปีเต็มๆ ที่ร่างกายของผมเติบโตขึ้นมาพร้อมกับงานหนักที่ "ไม่มีใครอยากทำ" แต่สุดท้ายทำไปทำมาก็ติดใจ
จากเด็กตัวเล็กๆ ผมฝึกจนแบกพรมแดงผืนหนาๆ คนเดียวได้ ผมฝึกจนแบกเก้าอี้ซ้อนกัน 7 ตัว หรือแบกโต๊ะไม้หนักๆ คนเดียวแขนจนกล้ามเนื้อล้าไปหมด
แต่นี่คือความดาร์กที่ไม่มีใครพูดถึงในเพจโรงเรียน...
ในงานนิทรรศการใหญ่ครั้งล่าสุด ผมต้องรื้อระบบห้องประชุมใหม่หมด เพราะคนก่อนหน้าทำเละไว้ เสื่อ พรม ของใช้ ผสมปนเปกันไปหมด ผมต้องโดดเข้าทางหน้าต่าง แบกของทุกอย่างออกมาจัดใหม่คนเดียวท่ามกลางฝุ่นที่ตลบอบอวล ผมทำงานจน "หอบหืดแทบขึ้น" หน้าแดงก่ำ เหงื่อท่วมตัวจนเสื้อนักเรียนเปียกโชก มือสั่นเทาจากการแบกของหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง
ในวินาทีที่ผมแทบจะล้มพับลงไป... ผมกลับมองเห็นภาพที่บาดใจที่สุด กลุ่ม "สภานักเรียน" ในชุดนักเรียนขาวสะอาด ไร้รอยเปื้อนฝุ่น เดินนวยนาดเข้ามาในห้องที่ผมจัดเสร็จแล้ว พวกเขาถือไมค์ เดินตรวจงานด้วยท่าทางภูมิฐาน พอเห็นกล้องของครูหรือตากล้องเดินมา พวกเขาก็รีบเข้าไป "ทำท่า" เหมือนช่วยหยิบจับเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้มีรูปไปโพสต์หน้าเพจโรงเรียนพร้อมแคปชั่นสวยๆ ว่า "พวกเราตั้งใจทำงานกันอย่างหนักเพื่อโรงเรียน"
พวกคุณได้หน้า... แต่ผมได้ "หลังแทบหัก" พวกคุณได้เกียรติบัตรประกาศเกียรติคุณกลางเสาธง... แต่ผมได้แค่ "สายตามองแรง" จาก ผอ. เพราะผมมันเด็กกวน เด็กหลังห้องที่ชอบโดนเรียกพบแทบทุกวันเพียงเพราะผมเล่นกันตามประสาเด็กที่อยากมีวัยเด็กเหลืออยู่บ้าง
ผอ. เคยหันหน้าหนีตอนเห็นสภาพผมเหงื่อท่วมหน้าแดงจัด เพียงเพราะเขาจำได้ว่าผมคือเด็กที่ชอบแกล้งเพื่อน ทั้งที่ความจริง ผมเพิ่งเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้งานของเขาออกมาดูดีที่สุด
บางครั้งผมฟังเพลง "สืบทอดเจตนา" แล้วน้ำตามันจะไหล... น้าสืบยอมตายเพื่อให้ป่าอยู่รอด แต่คนใหญ่คนโตกลับใช้ชื่อท่านไปหาผลประโยชน์ ส่วนผม... ผมยอมเหนื่อยแทบขาดใจเพื่อให้งานรร. เดินต่อได้ แต่ผลประโยชน์และคำชมกลับไปตกอยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งที่ "ดีแต่พูด" แต่ไม่เคย "ลงแรง"
ที่แสบไปกว่านั้นคือ ทุกครั้งที่มีงานสำคัญอย่าง 'วันครู' หรือวันที่มีแขกผู้ใหญ่มาเยือนโรงเรียน... ทันทีที่ทุกอย่างถูกเนรมิตจนเสร็จด้วยน้ำพักน้ำแรงของพวกผม ครูจะรีบเรียกเหล่า 'สภานักเรียน' ให้ไปแต่งตัวหล่อๆ สวยๆ มายืนล้อมหน้าล้อมตา ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับ ผอ. และแขกผู้ใหญ่ลงเฟส
ภาพที่ออกมาในเพจโรงเรียนคือภาพรอยยิ้มอันสดใสของกลุ่มคนหน้าตาดีที่ยืนอยู่ข้างๆ ครู... แต่ใครจะรู้ว่า ในตอนที่กล้องกำลังกดชัตเตอร์ ไอ้เด็กที่จัดห้องนั้นจนเสร็จอย่างผม ต้องหลบมุมอยู่หลังม่าน หรือมุดหน้าต่างออกไปเงียบๆ เพราะเสื้อนักเรียนของผมมันเปื้อนฝุ่นจนดำ มะลุกมะลักจนไม่คู่ควรจะอยู่ในรูปถ่ายอันทรงเกียรติเหล่านั้น
พวกเขากลายเป็น 'หน้าตา' ของโรงเรียน ส่วนผมกลายเป็นแค่ 'สิ่งสกปรก' ที่ต้องรีบกำจัดออกไปให้พ้นเฟรม ทั้งที่ถ้าไม่มีผม... พวกเขาก็ไม่มีแม้แต่พื้นพรมสะอาดๆ จะให้ยืนถ่ายรูปด้วยซ้ำ
ไม่มีไรแค่อยากเล่า
ผมเริ่มเป็น "จิตอาสา" ตั้งแต่ ป.2 ครับ ในวันที่เพื่อนรุ่นเดียวกันยังวิ่งเล่นไล่จับกันกลางสนาม แต่ผมกลับถูกใช้ให้หามเสื่อพะรุงพะรังกับเพื่อนอีกคนเพื่อเตรียมงานรร. ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ 5 ปีเต็มๆ ที่ร่างกายของผมเติบโตขึ้นมาพร้อมกับงานหนักที่ "ไม่มีใครอยากทำ" แต่สุดท้ายทำไปทำมาก็ติดใจ
จากเด็กตัวเล็กๆ ผมฝึกจนแบกพรมแดงผืนหนาๆ คนเดียวได้ ผมฝึกจนแบกเก้าอี้ซ้อนกัน 7 ตัว หรือแบกโต๊ะไม้หนักๆ คนเดียวแขนจนกล้ามเนื้อล้าไปหมด
แต่นี่คือความดาร์กที่ไม่มีใครพูดถึงในเพจโรงเรียน...
ในงานนิทรรศการใหญ่ครั้งล่าสุด ผมต้องรื้อระบบห้องประชุมใหม่หมด เพราะคนก่อนหน้าทำเละไว้ เสื่อ พรม ของใช้ ผสมปนเปกันไปหมด ผมต้องโดดเข้าทางหน้าต่าง แบกของทุกอย่างออกมาจัดใหม่คนเดียวท่ามกลางฝุ่นที่ตลบอบอวล ผมทำงานจน "หอบหืดแทบขึ้น" หน้าแดงก่ำ เหงื่อท่วมตัวจนเสื้อนักเรียนเปียกโชก มือสั่นเทาจากการแบกของหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง
ในวินาทีที่ผมแทบจะล้มพับลงไป... ผมกลับมองเห็นภาพที่บาดใจที่สุด กลุ่ม "สภานักเรียน" ในชุดนักเรียนขาวสะอาด ไร้รอยเปื้อนฝุ่น เดินนวยนาดเข้ามาในห้องที่ผมจัดเสร็จแล้ว พวกเขาถือไมค์ เดินตรวจงานด้วยท่าทางภูมิฐาน พอเห็นกล้องของครูหรือตากล้องเดินมา พวกเขาก็รีบเข้าไป "ทำท่า" เหมือนช่วยหยิบจับเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้มีรูปไปโพสต์หน้าเพจโรงเรียนพร้อมแคปชั่นสวยๆ ว่า "พวกเราตั้งใจทำงานกันอย่างหนักเพื่อโรงเรียน"
พวกคุณได้หน้า... แต่ผมได้ "หลังแทบหัก" พวกคุณได้เกียรติบัตรประกาศเกียรติคุณกลางเสาธง... แต่ผมได้แค่ "สายตามองแรง" จาก ผอ. เพราะผมมันเด็กกวน เด็กหลังห้องที่ชอบโดนเรียกพบแทบทุกวันเพียงเพราะผมเล่นกันตามประสาเด็กที่อยากมีวัยเด็กเหลืออยู่บ้าง
ผอ. เคยหันหน้าหนีตอนเห็นสภาพผมเหงื่อท่วมหน้าแดงจัด เพียงเพราะเขาจำได้ว่าผมคือเด็กที่ชอบแกล้งเพื่อน ทั้งที่ความจริง ผมเพิ่งเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้งานของเขาออกมาดูดีที่สุด
บางครั้งผมฟังเพลง "สืบทอดเจตนา" แล้วน้ำตามันจะไหล... น้าสืบยอมตายเพื่อให้ป่าอยู่รอด แต่คนใหญ่คนโตกลับใช้ชื่อท่านไปหาผลประโยชน์ ส่วนผม... ผมยอมเหนื่อยแทบขาดใจเพื่อให้งานรร. เดินต่อได้ แต่ผลประโยชน์และคำชมกลับไปตกอยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งที่ "ดีแต่พูด" แต่ไม่เคย "ลงแรง"
ที่แสบไปกว่านั้นคือ ทุกครั้งที่มีงานสำคัญอย่าง 'วันครู' หรือวันที่มีแขกผู้ใหญ่มาเยือนโรงเรียน... ทันทีที่ทุกอย่างถูกเนรมิตจนเสร็จด้วยน้ำพักน้ำแรงของพวกผม ครูจะรีบเรียกเหล่า 'สภานักเรียน' ให้ไปแต่งตัวหล่อๆ สวยๆ มายืนล้อมหน้าล้อมตา ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับ ผอ. และแขกผู้ใหญ่ลงเฟส
ภาพที่ออกมาในเพจโรงเรียนคือภาพรอยยิ้มอันสดใสของกลุ่มคนหน้าตาดีที่ยืนอยู่ข้างๆ ครู... แต่ใครจะรู้ว่า ในตอนที่กล้องกำลังกดชัตเตอร์ ไอ้เด็กที่จัดห้องนั้นจนเสร็จอย่างผม ต้องหลบมุมอยู่หลังม่าน หรือมุดหน้าต่างออกไปเงียบๆ เพราะเสื้อนักเรียนของผมมันเปื้อนฝุ่นจนดำ มะลุกมะลักจนไม่คู่ควรจะอยู่ในรูปถ่ายอันทรงเกียรติเหล่านั้น
พวกเขากลายเป็น 'หน้าตา' ของโรงเรียน ส่วนผมกลายเป็นแค่ 'สิ่งสกปรก' ที่ต้องรีบกำจัดออกไปให้พ้นเฟรม ทั้งที่ถ้าไม่มีผม... พวกเขาก็ไม่มีแม้แต่พื้นพรมสะอาดๆ จะให้ยืนถ่ายรูปด้วยซ้ำ