“ซิ้งเจี่ยที” วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์
24 ค่ำ เดือน 12 ปีปฏิทินจีน (พุธที่ 11 ก.พ. 69) วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ แม่นันเชื่อว่าหลายๆบ้านตื่นแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมอาหารคาวหวานไหว้ส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ แม่นันก็เช่นกันค่ะ
เช้านี้แม่นันจึงอยากนำประวัติ และความเชื่อเรื่องการไหว้ส่งเจ้า (เตา) ขึ้นสวรรค์ มาให้ได้อ่านกันค่ะ
(หลังจากมนุษย์รู้จักใช้ไฟปรุงอาหารแล้ว เตาก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ จนไม่สามารถขาดได้ เป็นเหตุให้เกิดประเพณีระลึกถึงเตาไฟขึ้นในสมัยโบราณ แล้ววิวัฒนาการมาเป็นบูชาเจ้าเตาไฟ ด้วยเชื่อว่าเตาไฟมีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่)
เทศกาลตรุษจีนเริ่มขึ้นอย่างแท้จริงในวันส่งเจ้า (เตา) ขึ้นสวรรค์ (24 ค่ำ เดือน 12) วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ จากนั้นก็จะมีกิจกรรมต่อเนื่องไปจนถึงวันสิ้นปีเก่า (29 หรือ 30 ค่ำ เดือน 12) และวันขึ้นปีใหม่ (1 ค่ำ เดือนอ้าย) อันเป็นช่วงสำคัญที่สุด ทุกคนจะหยุดงาน เฉลิมฉลองกันไปจนถึง 5 ค่ำ เดือนอ้าย) รุ่งขึ้น 6 ค่ำ จึงทำงานต่อไปตามปกติ จึงไม่แปลกใจเลยว่าในสมัยเราเด็กๆเมื่อหลายสิบปีก่อน โรงเรียนอนุญาตให้อาตี๋อาหมวยลาหยุดตรุษจีนได้ทีเป็นอาทิตย์เลย
ทว่าบรรยากาศปีใหม่ (จีน) ยังไม่สิ้นสุด จะมีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ สืบต่อไปจนถึงเทศกาลหง่วงเซียวในกลางเดือนอ้าย หมดเทศกาลนี้แล้วจึงถือว่าสิ้นสุดการฉลองปีใหม่อย่างแท้จริง
ส่งเจ้า (เตา) ขึ้นสวรรค์
หลังจากมนุษย์รู้จักใช้ไฟปรุงอาหารแล้ว เตาก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ จนไม่สามารถขาดได้ เป็นเหตุให้เกิดประเพณีระลึกถึงเตาไฟขึ้นในสมัยโบราณ แล้ววิวัฒนาการมาเป็นบูชาเจ้าเตาไฟ ด้วยเชื่อว่าเตาไฟมีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่
เตาไฟของจีนมี 2 ชนิดคือ เจ่า กับ โล้ว (หลู หรือโล้วคือเตาเล็ก) ส่วนมากเคลื่อนย้ายได้แบบเตาอั้งโล่ เดิมใช้ให้ความอบอุ่นหลอมโลหะ ปิ้งย่างปรุงอาหาร ส่วน เจ้าหรือเจ่า (เตาใหญ่) ติดตั้งประจำอยู่ในครัวใช้เป็นหลักในการปรุงอาหาร แต่ใช้ปิ้งย่างไม่สะดวก เพราะใหญ่และไฟแรง บ้านคนจีนในอดีต มีเจ้าหรือเจ่าติดตั้งอยู่ในห้องครัวทุกบ้าน เป็นที่สถิตของเจ้าเตาไฟ
เจ้าเตาไฟเป็นเจ้าไม่มีศาล กล่าวคือไม่มีผู้สร้างศาลให้โดยเฉพาะ และไม่มีภาพหรือรูปปั้นตั้งรวมอยู่ในศาลเจ้าตลอดจนวัดวาอารามแห่งใด ทั้งนี้เพราะถือกันว่าท่านอยู่ประจำที่เตาไฟในทุกครัวเรือน เจ้าเตาไฟเป็น 1 ใน 5 เทพประจำบ้านในสมัยโบราณ คือ เทพแห่งเตาไฟ เทพแห่งประตูบ้าน เทพแห่งประตูห้อง เทพแห่งบ่อน้ำ (อยู่ในบ้าน) และเทพแห่งห้องโถงกลาง เทพทั้งห้านี้มีหน้าที่คุ้มครองคนในบ้าน ภายหลังคติการบูชาเทพทั้งห้านี้เสื่อมลง คงเหลือแต่เทพแห่งเตาไฟและเทพแห่งประตูบ้านเท่านั้น
ความเชื่อเรื่องเจ้าเตาไฟมีวิวัฒนาการมายาวนาน โดยทั่วไปเชื่อกันว่า เจ้าเตาไฟเป็นเทพที่เง็กเซียนฮ่องเต้ประมุขแห่งสวรรค์ส่งลงมาอยู่ประจำบ้านเรือนมนุษย์ มีหน้าที่คุ้มครองป้องกันและจดบันทึกการกระทำของคนในครอบครัวนั้น แล้วกลับขึ้นไปรายงานปีละครั้ง เง็กเซียนฮ่องเต้จะพิจารณาจากรายงานนั้นแล้วลิขิตชะตาชีวิตในปีต่อไปของแต่ละคน เหตุนี้จึงต้องจัดพิธีเซ่นไหว้และส่งเจ้าเตาขึ้นสวรรค์ เพื่อเป็นการเอาใจให้รายงานแต่สิ่งที่ดีงาม
เนื่องจากเชื่อกันว่าเจ้าเตาไฟรูปร่างไม่น่าดู จึงเกิดคตินิยม “หญิงสาวไม่ไหว้เจ้าเตาไฟ ชายไม่ไหว้พระจันทร์” เพราะเกรงบุญจะหนุนนำให้ได้ชายอัปลักษณ์
พอถึงวันไหว้ทุกบ้านจะตัดม้ากระดาษ 1 หรือ 2 ตัว ติดไว้ที่หน้าเตาไฟ ให้ท่านใช้เป็นพาหนะขี่ขึ้นสวรรค์ ของเซ่นไหว้มีแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น แต่โดยทั่วไปมี หัวหมูสุก 1 หัว ปลาดิบ 2 ตัว ชาหวาน และของหวานต่างๆ ที่ต้องไหว้ด้วยของหวาน ก็เพื่อให้เจ้าเตาไฟไปรายงานแต่เรื่องที่อ่อนหวานดีงาม ของหวานนิยมเป็นขนมเหนียว ว่ากันว่าเพื่อให้ติดปากติดฟัน จนเจ้าเตาไฟพูดไม่สะดวก จะได้รายงานความชั่วของมนุษย์น้อยๆ
ทางจีนตอนเหนือถึงกับมีขนมไหว้เจ้าเตาไฟโดยเฉพาะ กวนใส่แบะแซเหนียวหนึบ เป็นของโปรดของเด็กๆ นอกจากนี้ยังนิยมเอาเหล้าไปป้ายที่ช่องใส่ฟืน ซึ่งถือว่าเป็นปากของเจ้าเตาไฟ เพื่อให้ท่านเมาจนรายงานไม่ได้ คงจะคิดว่าท่านเป็นคนเมาประเภทเมาสลึมสลือ มากกว่าเมาช่างพูด ถวายเครื่องเซ่นเสร็จแล้วก็แกะรูปเจ้าเตาไฟและม้ากระดาษออกเผา พร้อมกับอ้อนวอนท่านว่า “โปรดขึ้นไปกล่าวศุภอรรถสุวัจนา กลับลงมาอวยพรสวัสดิ์พิพิฒน์ชัย”
เจ้าเตาไฟขึ้นสวรรค์ไปแล้ว และจะกลับลงมาในวัน 4 ค่ำ เดือนอ้าย พร้อมกับเทพอื่นๆ จึงจัดพิธีรับท่านในวันนี้ (ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 69) ทุกบ้านจะจุดธูปเทียนต้อนรับ แล้วติดรูปเจ้าเตาไฟแผ่นใหม่ เป็นอันเสร็จพิธีส่ง-รับเจ้าเตาไฟประจำปี
ปัจจุบันประเพณีไหว้เจ้าเตาไฟเสื่อมลงมาก การไหว้เจ้าเตาไฟในเมืองไทยเหลืออยู่แต่ในครอบครัวชาวจีนที่ยังถือประเพณีเคร่งครัดเท่านั้น ชั้นลูกจีนโดยทั่วไปแล้วไม่ค่อยได้ไหว้ แต่ท่านก็ออกจะเป็นเทพเจ้าใจดี แม้ในเมืองจีนสมัยก่อน คนยากจนก็มิได้หาเครื่องเซ่นไหว้ ใช้เพียงธูป 3 ดอก และน้ำสะอาดชามเดียวก็พอ
ในวันที่ประเพณีหลายอย่างค่อย ๆ เลือนหาย แม่นันอยากเก็บบันทึกเรื่องราวของ “เจ้าเตาไฟ” ไว้ ไม่ใช่เพียงในฐานะความเชื่อ แต่ในฐานะความทรงจำของครัว บ้าน และครอบครัวที่เคยอบอุ่นอยู่รอบเตาเดียวกัน
บันทึกเรื่องราว “เจ้าเตาไฟ” จากงานเขียนของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ถาวร สิกขโกศล
Illustration: AI-generated cultural illustration, curated and refined by MaeNan
.
.
“ซิ้งเจี่ยที” วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์
24 ค่ำ เดือน 12 ปีปฏิทินจีน (พุธที่ 11 ก.พ. 69) วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ แม่นันเชื่อว่าหลายๆบ้านตื่นแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมอาหารคาวหวานไหว้ส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ แม่นันก็เช่นกันค่ะ
เช้านี้แม่นันจึงอยากนำประวัติ และความเชื่อเรื่องการไหว้ส่งเจ้า (เตา) ขึ้นสวรรค์ มาให้ได้อ่านกันค่ะ
(หลังจากมนุษย์รู้จักใช้ไฟปรุงอาหารแล้ว เตาก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ จนไม่สามารถขาดได้ เป็นเหตุให้เกิดประเพณีระลึกถึงเตาไฟขึ้นในสมัยโบราณ แล้ววิวัฒนาการมาเป็นบูชาเจ้าเตาไฟ ด้วยเชื่อว่าเตาไฟมีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่)
เทศกาลตรุษจีนเริ่มขึ้นอย่างแท้จริงในวันส่งเจ้า (เตา) ขึ้นสวรรค์ (24 ค่ำ เดือน 12) วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ จากนั้นก็จะมีกิจกรรมต่อเนื่องไปจนถึงวันสิ้นปีเก่า (29 หรือ 30 ค่ำ เดือน 12) และวันขึ้นปีใหม่ (1 ค่ำ เดือนอ้าย) อันเป็นช่วงสำคัญที่สุด ทุกคนจะหยุดงาน เฉลิมฉลองกันไปจนถึง 5 ค่ำ เดือนอ้าย) รุ่งขึ้น 6 ค่ำ จึงทำงานต่อไปตามปกติ จึงไม่แปลกใจเลยว่าในสมัยเราเด็กๆเมื่อหลายสิบปีก่อน โรงเรียนอนุญาตให้อาตี๋อาหมวยลาหยุดตรุษจีนได้ทีเป็นอาทิตย์เลย
ทว่าบรรยากาศปีใหม่ (จีน) ยังไม่สิ้นสุด จะมีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ สืบต่อไปจนถึงเทศกาลหง่วงเซียวในกลางเดือนอ้าย หมดเทศกาลนี้แล้วจึงถือว่าสิ้นสุดการฉลองปีใหม่อย่างแท้จริง
ส่งเจ้า (เตา) ขึ้นสวรรค์
หลังจากมนุษย์รู้จักใช้ไฟปรุงอาหารแล้ว เตาก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ จนไม่สามารถขาดได้ เป็นเหตุให้เกิดประเพณีระลึกถึงเตาไฟขึ้นในสมัยโบราณ แล้ววิวัฒนาการมาเป็นบูชาเจ้าเตาไฟ ด้วยเชื่อว่าเตาไฟมีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่
เตาไฟของจีนมี 2 ชนิดคือ เจ่า กับ โล้ว (หลู หรือโล้วคือเตาเล็ก) ส่วนมากเคลื่อนย้ายได้แบบเตาอั้งโล่ เดิมใช้ให้ความอบอุ่นหลอมโลหะ ปิ้งย่างปรุงอาหาร ส่วน เจ้าหรือเจ่า (เตาใหญ่) ติดตั้งประจำอยู่ในครัวใช้เป็นหลักในการปรุงอาหาร แต่ใช้ปิ้งย่างไม่สะดวก เพราะใหญ่และไฟแรง บ้านคนจีนในอดีต มีเจ้าหรือเจ่าติดตั้งอยู่ในห้องครัวทุกบ้าน เป็นที่สถิตของเจ้าเตาไฟ
เจ้าเตาไฟเป็นเจ้าไม่มีศาล กล่าวคือไม่มีผู้สร้างศาลให้โดยเฉพาะ และไม่มีภาพหรือรูปปั้นตั้งรวมอยู่ในศาลเจ้าตลอดจนวัดวาอารามแห่งใด ทั้งนี้เพราะถือกันว่าท่านอยู่ประจำที่เตาไฟในทุกครัวเรือน เจ้าเตาไฟเป็น 1 ใน 5 เทพประจำบ้านในสมัยโบราณ คือ เทพแห่งเตาไฟ เทพแห่งประตูบ้าน เทพแห่งประตูห้อง เทพแห่งบ่อน้ำ (อยู่ในบ้าน) และเทพแห่งห้องโถงกลาง เทพทั้งห้านี้มีหน้าที่คุ้มครองคนในบ้าน ภายหลังคติการบูชาเทพทั้งห้านี้เสื่อมลง คงเหลือแต่เทพแห่งเตาไฟและเทพแห่งประตูบ้านเท่านั้น
ความเชื่อเรื่องเจ้าเตาไฟมีวิวัฒนาการมายาวนาน โดยทั่วไปเชื่อกันว่า เจ้าเตาไฟเป็นเทพที่เง็กเซียนฮ่องเต้ประมุขแห่งสวรรค์ส่งลงมาอยู่ประจำบ้านเรือนมนุษย์ มีหน้าที่คุ้มครองป้องกันและจดบันทึกการกระทำของคนในครอบครัวนั้น แล้วกลับขึ้นไปรายงานปีละครั้ง เง็กเซียนฮ่องเต้จะพิจารณาจากรายงานนั้นแล้วลิขิตชะตาชีวิตในปีต่อไปของแต่ละคน เหตุนี้จึงต้องจัดพิธีเซ่นไหว้และส่งเจ้าเตาขึ้นสวรรค์ เพื่อเป็นการเอาใจให้รายงานแต่สิ่งที่ดีงาม
เนื่องจากเชื่อกันว่าเจ้าเตาไฟรูปร่างไม่น่าดู จึงเกิดคตินิยม “หญิงสาวไม่ไหว้เจ้าเตาไฟ ชายไม่ไหว้พระจันทร์” เพราะเกรงบุญจะหนุนนำให้ได้ชายอัปลักษณ์
พอถึงวันไหว้ทุกบ้านจะตัดม้ากระดาษ 1 หรือ 2 ตัว ติดไว้ที่หน้าเตาไฟ ให้ท่านใช้เป็นพาหนะขี่ขึ้นสวรรค์ ของเซ่นไหว้มีแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น แต่โดยทั่วไปมี หัวหมูสุก 1 หัว ปลาดิบ 2 ตัว ชาหวาน และของหวานต่างๆ ที่ต้องไหว้ด้วยของหวาน ก็เพื่อให้เจ้าเตาไฟไปรายงานแต่เรื่องที่อ่อนหวานดีงาม ของหวานนิยมเป็นขนมเหนียว ว่ากันว่าเพื่อให้ติดปากติดฟัน จนเจ้าเตาไฟพูดไม่สะดวก จะได้รายงานความชั่วของมนุษย์น้อยๆ
ทางจีนตอนเหนือถึงกับมีขนมไหว้เจ้าเตาไฟโดยเฉพาะ กวนใส่แบะแซเหนียวหนึบ เป็นของโปรดของเด็กๆ นอกจากนี้ยังนิยมเอาเหล้าไปป้ายที่ช่องใส่ฟืน ซึ่งถือว่าเป็นปากของเจ้าเตาไฟ เพื่อให้ท่านเมาจนรายงานไม่ได้ คงจะคิดว่าท่านเป็นคนเมาประเภทเมาสลึมสลือ มากกว่าเมาช่างพูด ถวายเครื่องเซ่นเสร็จแล้วก็แกะรูปเจ้าเตาไฟและม้ากระดาษออกเผา พร้อมกับอ้อนวอนท่านว่า “โปรดขึ้นไปกล่าวศุภอรรถสุวัจนา กลับลงมาอวยพรสวัสดิ์พิพิฒน์ชัย”
เจ้าเตาไฟขึ้นสวรรค์ไปแล้ว และจะกลับลงมาในวัน 4 ค่ำ เดือนอ้าย พร้อมกับเทพอื่นๆ จึงจัดพิธีรับท่านในวันนี้ (ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 69) ทุกบ้านจะจุดธูปเทียนต้อนรับ แล้วติดรูปเจ้าเตาไฟแผ่นใหม่ เป็นอันเสร็จพิธีส่ง-รับเจ้าเตาไฟประจำปี
ปัจจุบันประเพณีไหว้เจ้าเตาไฟเสื่อมลงมาก การไหว้เจ้าเตาไฟในเมืองไทยเหลืออยู่แต่ในครอบครัวชาวจีนที่ยังถือประเพณีเคร่งครัดเท่านั้น ชั้นลูกจีนโดยทั่วไปแล้วไม่ค่อยได้ไหว้ แต่ท่านก็ออกจะเป็นเทพเจ้าใจดี แม้ในเมืองจีนสมัยก่อน คนยากจนก็มิได้หาเครื่องเซ่นไหว้ ใช้เพียงธูป 3 ดอก และน้ำสะอาดชามเดียวก็พอ
ในวันที่ประเพณีหลายอย่างค่อย ๆ เลือนหาย แม่นันอยากเก็บบันทึกเรื่องราวของ “เจ้าเตาไฟ” ไว้ ไม่ใช่เพียงในฐานะความเชื่อ แต่ในฐานะความทรงจำของครัว บ้าน และครอบครัวที่เคยอบอุ่นอยู่รอบเตาเดียวกัน
บันทึกเรื่องราว “เจ้าเตาไฟ” จากงานเขียนของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ถาวร สิกขโกศล
Illustration: AI-generated cultural illustration, curated and refined by MaeNan
.
.