ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเมืองวิทเทียร์ ( Whittier ) กันก่อนแล้วกันครับ
ว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ประเทศอะไร
เมืองวิทเทียร์ เป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในเขตชูกาส รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา
ห่างจากเมืองแองเคอเรจ เมืองใหญ่ที่สุดในอลาสก้าไปราว 93 กิโลเมตร
จากสำมะโนประชากรในปี 2563 เมืองแห่งนี้มีประชากรทั้งสิ้น 220 คน
โดยเกือบทั้งหมดของประชากรในเมือง อาศัยอยู่ในอาคารเบกิช ( Begich tower )
ทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่า เมืองใต้หลังคาเดียวกัน " town under one roof "
ประชากรในเมืองมีหลายเชื้อชาติ
ประกอบด้วยชาวผิวขาว 68.3% , ชาวเอเชีย 10.6%
ชาวฮิสแปนิก 6.9% และชาวอเมริกันพื้นเมือง 5.7%
( ข้อมูล พศ 2561 )
ในช่วงสงครามโลกครั้ง 2 กองทัพบกสหรัฐ ได้สร้างฐานทัพพร้อมท่าเรือและทางรถไฟใกล้กับธารน้ำแข็งวิทเทียร์
และตั้งชื่อฐานทัพว่าแคมป์ ซัลลิ แวน
และท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นทางเข้าสำหรับทหารสหรัฐฯ เข้าสู่อลาสก้า
เมืองวิทเทียร์ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี 1969 ( พศ 2512 )
และในที่สุดก็กลายเป็นจุดเทียบท่าสำหรับเรือสำราญ
มีการใช้งานโดยธุรกิจในท้องถิ่นและเรือสำราญขนาดกลางประมาณ 100 ที่นั่ง
เมื่ออุโมงค์อนุสรณ์แอนตัน แอนเดอร์สันเปิดให้ประชาชนใช้ในปี 2543
ก็กลายเป็นทางหลวงสายแรกที่เชื่อมต่อวิทเทียร์กับแองเคอเรจ และอลาสก้าตอนใน
ก่อนหน้านี้ วิธีเดียวที่จะเข้าถึงเมืองนี้ได้คือทางรถไฟ เรือ และเครื่องบินเท่านั้น
หลังจากอุโมงค์ขยายการเข้าถึงไปยังวิทเทียร์ ก็เริ่มมีเรือสำราญขนาดใหญ่เข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น
วิทเทียร์เป็นจุดเริ่มต้น/จุดสิ้นสุดของการล่องเรือเที่ยวเดียวจากแองเคอเรจไปยังแวนคูเวอร์โดย Princess tour
วิทเทียร์ยังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ช่างภาพ ผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง นักพายเรือ นักเดินป่า นักตกปลา
และนักล่าสัตว์ เนื่องจากมีสัตว์ป่าและความงามตามธรรมชาติมากมาย
วิทเทียร์ตั้งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติชูกาชซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา
การเดินทางเข้า ออกเมืองนี้ มีทั้งบนบก ทางอากาศ ทางน้ำ
โดยมีท่าเรือน้ำลึก ที่ใช้สัญจรโดยเรือสำราญ
ส่วนทางอากาศก็มีสนามบินวิทเทียร์
เป็นสนามบินที่มีรันเวย์สำหรับเครื่องบินเพียงแห่งเดียว
การเดินทางเข้าออกเมืองทางบกนั้น มีเพียงทางเดียว
นั่นคือต้องผ่านอุโมงค์ที่ลอดผ่านภูเขาเมย์นาร์ด
อุโมงค์ดังกล่าวคือ อุโมงค์อนุสรณ์แอนตัน แอนเดอร์สัน (
Anton Anderson Memorial Tunnel )
โดยอุโมงค์แห่งนี้ใช้ทางร่วมกับรถไฟ
** เสริมเล็กน้อย **
ลักษณะการใช้ทางร่วมกันระหว่างรถไฟกับรถยนต์ที่กล่าวถึงคือ
รถไฟ รถยนต์ จะมีการผลัดการใช้อุโมงค์ตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน
ที่ยานพาหนะบนทางหลวง อย่าง รถยนต์ จะใช้ทางอุโมงค์
เมื่อรถไฟกำลังแล่นผ่านอุโมงค์ รถยนต์ที่จะใช้อุโมงค์เพื่อเข้าไปยังเมืองวิทเทียร์
ต้องรอจนกว่ารถไฟจะวิ่งพ้นอุโมงค์ไป โดยจะมีการให้สัญญาณสำหรับรถไฟและรถยนต์
ทั้งหมดนี้ บริหารโดยระบบคอมพิวเตอร์ที่ชาญฉลาด
เพื่อป้องกันไม่ให้มีรถไฟและรถยนต์ใช้อุโมงค์ในเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีการใช้สวิตช์รางรถไฟเพื่อเบี่ยงเส้นทางรถไฟออกจากอุโมงค์
ก่อนที่จะอนุญาตให้เปิดอุโมงค์สำหรับรถยนต์ที่สัญจรบนทางหลวง
https://dot.alaska.gov/creg/whittiertunnel/faq.shtml#trains_vehicles
รถยนต์กำลังวิ่งในอุโมงค์
รถไฟกำลังวิ่งผ่านอุโมงค์
ภูมิทัศน์ของเมืองวิทเทียร์ รัฐอลาสก้า อเมริกา

ทำความรู้จักกับอาคารเบกิช ( Begich Tower )
อาคารเบกิช เป็นอาคารอพาร์ทเมนท์สูง 14 ชั้น
สร้างเสร็จเมื่อพศ 2493
แต่ละห้องประกอบด้วยการจัดสรรแบ่งห้อง 2 - 3 ห้องภายในห้องเดียว
ห้องภายในอาคารนี้ มีทั้งหมด 150 ห้อง
อาคารนี้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่พันเอก Walter William Hodge
ซึ่งเป็นวิศวกรโยธาและผู้บังคับบัญชาของกรมวิศวกรที่ 93 บนทางหลวงอัลแคน
ภายในอาคารแห่งนี้ มีที่ทำการไปรษณีย์ โรงพยาบาล ร้านค้า ร้านซักรีด โบสถ์ ห้องให้เช่า ห้องพักพร้อมอาหารเช้า
ห้องประชุมไปจนถึงโรงเรียน
ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่ภายในอาคารได้เป็นเวลานาน ซึ่งเป็นประโยชน์ในช่วงสภาพอากาศเลวร้าย
ภาพของอาคารเบกิช ทั้งภายในและภายนอก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.begichtowers.com/
https://en.wikipedia.org/wiki/Begich_Towers
https://en.wikipedia.org/wiki/Whittier,_Alaska
พามารู้จักเมืองวิทเทียร์ เมืองที่คนเกือบทั้งเมืองอาศัยอยู่ในตึกเดียว
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเมืองวิทเทียร์ ( Whittier ) กันก่อนแล้วกันครับ
ว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ประเทศอะไร
เมืองวิทเทียร์ เป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในเขตชูกาส รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา
ห่างจากเมืองแองเคอเรจ เมืองใหญ่ที่สุดในอลาสก้าไปราว 93 กิโลเมตร
จากสำมะโนประชากรในปี 2563 เมืองแห่งนี้มีประชากรทั้งสิ้น 220 คน
โดยเกือบทั้งหมดของประชากรในเมือง อาศัยอยู่ในอาคารเบกิช ( Begich tower )
ทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่า เมืองใต้หลังคาเดียวกัน " town under one roof "
ประชากรในเมืองมีหลายเชื้อชาติ
ประกอบด้วยชาวผิวขาว 68.3% , ชาวเอเชีย 10.6%
ชาวฮิสแปนิก 6.9% และชาวอเมริกันพื้นเมือง 5.7%
( ข้อมูล พศ 2561 )
ในช่วงสงครามโลกครั้ง 2 กองทัพบกสหรัฐ ได้สร้างฐานทัพพร้อมท่าเรือและทางรถไฟใกล้กับธารน้ำแข็งวิทเทียร์
และตั้งชื่อฐานทัพว่าแคมป์ ซัลลิ แวน
และท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นทางเข้าสำหรับทหารสหรัฐฯ เข้าสู่อลาสก้า
เมืองวิทเทียร์ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี 1969 ( พศ 2512 )
และในที่สุดก็กลายเป็นจุดเทียบท่าสำหรับเรือสำราญ
มีการใช้งานโดยธุรกิจในท้องถิ่นและเรือสำราญขนาดกลางประมาณ 100 ที่นั่ง
เมื่ออุโมงค์อนุสรณ์แอนตัน แอนเดอร์สันเปิดให้ประชาชนใช้ในปี 2543
ก็กลายเป็นทางหลวงสายแรกที่เชื่อมต่อวิทเทียร์กับแองเคอเรจ และอลาสก้าตอนใน
ก่อนหน้านี้ วิธีเดียวที่จะเข้าถึงเมืองนี้ได้คือทางรถไฟ เรือ และเครื่องบินเท่านั้น
หลังจากอุโมงค์ขยายการเข้าถึงไปยังวิทเทียร์ ก็เริ่มมีเรือสำราญขนาดใหญ่เข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น
วิทเทียร์เป็นจุดเริ่มต้น/จุดสิ้นสุดของการล่องเรือเที่ยวเดียวจากแองเคอเรจไปยังแวนคูเวอร์โดย Princess tour
วิทเทียร์ยังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ช่างภาพ ผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง นักพายเรือ นักเดินป่า นักตกปลา
และนักล่าสัตว์ เนื่องจากมีสัตว์ป่าและความงามตามธรรมชาติมากมาย
วิทเทียร์ตั้งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติชูกาชซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา
การเดินทางเข้า ออกเมืองนี้ มีทั้งบนบก ทางอากาศ ทางน้ำ
โดยมีท่าเรือน้ำลึก ที่ใช้สัญจรโดยเรือสำราญ
ส่วนทางอากาศก็มีสนามบินวิทเทียร์
เป็นสนามบินที่มีรันเวย์สำหรับเครื่องบินเพียงแห่งเดียว
การเดินทางเข้าออกเมืองทางบกนั้น มีเพียงทางเดียว
นั่นคือต้องผ่านอุโมงค์ที่ลอดผ่านภูเขาเมย์นาร์ด
อุโมงค์ดังกล่าวคือ อุโมงค์อนุสรณ์แอนตัน แอนเดอร์สัน ( Anton Anderson Memorial Tunnel )
โดยอุโมงค์แห่งนี้ใช้ทางร่วมกับรถไฟ
** เสริมเล็กน้อย **
ลักษณะการใช้ทางร่วมกันระหว่างรถไฟกับรถยนต์ที่กล่าวถึงคือ
รถไฟ รถยนต์ จะมีการผลัดการใช้อุโมงค์ตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน
ที่ยานพาหนะบนทางหลวง อย่าง รถยนต์ จะใช้ทางอุโมงค์
เมื่อรถไฟกำลังแล่นผ่านอุโมงค์ รถยนต์ที่จะใช้อุโมงค์เพื่อเข้าไปยังเมืองวิทเทียร์
ต้องรอจนกว่ารถไฟจะวิ่งพ้นอุโมงค์ไป โดยจะมีการให้สัญญาณสำหรับรถไฟและรถยนต์
ทั้งหมดนี้ บริหารโดยระบบคอมพิวเตอร์ที่ชาญฉลาด
เพื่อป้องกันไม่ให้มีรถไฟและรถยนต์ใช้อุโมงค์ในเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีการใช้สวิตช์รางรถไฟเพื่อเบี่ยงเส้นทางรถไฟออกจากอุโมงค์
ก่อนที่จะอนุญาตให้เปิดอุโมงค์สำหรับรถยนต์ที่สัญจรบนทางหลวง
https://dot.alaska.gov/creg/whittiertunnel/faq.shtml#trains_vehicles
รถยนต์กำลังวิ่งในอุโมงค์
รถไฟกำลังวิ่งผ่านอุโมงค์
ภูมิทัศน์ของเมืองวิทเทียร์ รัฐอลาสก้า อเมริกา
ทำความรู้จักกับอาคารเบกิช ( Begich Tower )
อาคารเบกิช เป็นอาคารอพาร์ทเมนท์สูง 14 ชั้น
สร้างเสร็จเมื่อพศ 2493
แต่ละห้องประกอบด้วยการจัดสรรแบ่งห้อง 2 - 3 ห้องภายในห้องเดียว
ห้องภายในอาคารนี้ มีทั้งหมด 150 ห้อง
อาคารนี้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่พันเอก Walter William Hodge
ซึ่งเป็นวิศวกรโยธาและผู้บังคับบัญชาของกรมวิศวกรที่ 93 บนทางหลวงอัลแคน
ภายในอาคารแห่งนี้ มีที่ทำการไปรษณีย์ โรงพยาบาล ร้านค้า ร้านซักรีด โบสถ์ ห้องให้เช่า ห้องพักพร้อมอาหารเช้า
ห้องประชุมไปจนถึงโรงเรียน
ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่ภายในอาคารได้เป็นเวลานาน ซึ่งเป็นประโยชน์ในช่วงสภาพอากาศเลวร้าย
ภาพของอาคารเบกิช ทั้งภายในและภายนอก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้