ภาพยนต์ พนักงานใหม่โปรดรับไว้พิจารณา





มีคนหลายๆคนหลายๆท่านบอกว่าหนังเรื่องนี้น่าเบื่อแช่ภาพนานแต่มันเป็นหนังที่ผู้กำกับเป็นแนวหนังทำรางวัลน่ะไม่ใช่หนังตลาด เราก็เลยชอบ ชอบดูหนังประมาณนี้แหละหนังเทศกาลหนังางวัล ก็เลยไม่เบื่อ

1 ที่เราชอบบทของแม่ที่ปอกเฟิร์นว่ามีลูกแล้วต้องเข้มแข็งนะ แม่รู้ว่าเราเป็นคนที่ยอมคนอะไรก็ได้ เพื่อให้มันผ่านไปเมื่อไหร่ที่มีลูกแล้วอ่ะต้องเข้มแข็งขึ้น อะไรที่ไม่อยากทำไม่ได้ทำก็ได้ทำเพื่อปกป้องลูกตัวเอง



2 ตอนที่มีเด็กใหม่เข้ามาสมัครงานแล้วระบุทำงาน6วัน ไม่มีwork from home น้องในหนังตอบว่าทำได้ ถ้าโดนเจ้านายปาของใส่จะทำยังไง รับมือไหวเหรอ???ทนได้ไหม????     แล้วน้องก็ยังคงตอบว่ารับได้เพราะที่บ้านค้าขายและเจอมาหนักกว่านี้

และชีวิตจริงหลายๆครอบครัวเป็นแบบนี้ด้วยโดยเฉพาะร้านที่มีการค้าขายแล้ว ใช้ลูกทำงานไปด้วยพร้อมกับพ่อแม่ แต่จริงๆแล้วมันไม่มีใครอยากทนหรอก แต่อย่างน้อยๆ น้องคนที่มาสัมภาษณ์งานเขารู้แน่นอนว่าเขาจะได้เงิน 18,000 บาททุกสิ้นเดือนหรือ 20,000 บาทตามที่เขาเรียกร้อง อย่างน้อยก็ดีกว่าการที่โดนพ่อแม่ด่าปาของใส่แล้วก็ให้เศษเงินมาใช้เป็นรายวันเพราะมันมีพ่อแม่อีกหลายคนที่คิดว่า ลูกก็กินอยู่ใช้จ่ายในบ้าน ก็ไม่ได้ขาดอะไร    ก็มีข้าวกิน   มีบ้านที่ซุกหัวนอน   แถมดีไม่ดีจะได้คำว่ากตัญญูต่อท้ายมาอีก มันมีหลายครอบครัวที่เป็นแบบนี้    เราชอบการตีความตรงนี้นะไม่รู้เราตีความผิดหรือเปล่า  ส่วนพนักงานคนแรกที่ความสามารถดีพูดได้ 3 ภาษาเขาก็ถาม Condition ในการทำงานคิดว่าจะปรับให้เข้ากันได้ ซึ่งพอปรับไม่ได้เขาก็มีทางเลือกที่จะไปสมัครงานที่อื่น

3 shotทีหยุดไว้ที่ป้ายone way คือมันก็จริงนะ อะไรที่มันเป็นกฎเป็นระเบียบ  คนมันทำผิดกันจนเคย   พอมีคนนึงไม่ยอมก็ไปมีเรื่องกับเขา  ทหาเรื่องเขา   วันนึงเขามีอำนาจในมือเขามี Connection เขาก็ลุยแหลก   เจ็บมาก็ไม่คุ้มก็เป็นแค่สังคมชั้นล่าง เอาจริงๆต่อให้ไม่มี Connection นะ แล้วชนขึ้นมาเนี่ยขึ้นโรงพัก คนขี่มอเตอร์ไซค์ก็เจ็บหนักอยู่ดี เราเคยรู้จักคนที่ถอยรถเหยียบมอเตอร์ไซค์ในพื้นที่วันเวย์ในกรุงเทพฯนี่แหละ ต่อให้ไม่มี Connection ยังไงขึ้นโรงพักก็ชนะแปลกดีเอาอะไรมาสู้ จะบอกว่าหาเช้ากินค่ำแล้วแกคนจนแป๊บเดียวเดี๋ยวก็เงียบ

4 ฉากที่พระเอกกับนางเอกไปดูโรงเรียนอินเตอร์   เราว่าเรื่องนี้มันเป็นเหมือนแบบแดกดันสังคมส่วนนึงชนชั้นกลางที่เป็นลูกจ้างกินเงินเดือนพยายามทำงานให้หนักเพื่อส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ค่าเทอม 500,000 บาท ตัวนางเอกเองแรกๆก็คงคิดอยากจะลาออกจากงาน HR อยู่แต่ก็ออกไม่ได้ละเพราะมีลูก  มีค่าใช้จ่ายมารออยู่ตรงหน้ามันเหมือนเป็นการชี้ให้เห็นบางจุดในสังคมที่ชนชั้นกลางกระยิ้มกระสนดิ้นรนให้ลูกตัวเองไปได้ดีกว่าตัวเอง
มันมีคำหนึ่งของพระเอกที่บอกว่าลูกจะต้องได้หรือจะต้องมีในสิ่งที่ดีกว่าที่เขาผ่านมา มันก็เจ็บนะเพราะเราเองก็เป็นชนชั้นกลางที่พ่อแม่พยายามส่งเรียนโรงเรียนเอกชนหญิงล้วน คือเราจำได้เลยว่าญาติเคยบอกว่าแกรู้ไหมว่าพอรู้ว่าท้องสมัยก่อนน่ะยังไม่มีอัลตร้าซาวด์เพศลูกอ่ะ ที่บ้านไปติดต่อ 2 โรงเรียนเนี้ยย่านสีลม+บางรักเนี่ยถ้าลูกผู้ชายลูกต้องได้เรียนที่นี่ ถ้าลูกผู้หญิงลูกต้องได้เข้าโรงเรียนนี้

5  ฉากจบของหนังที่เป็นการเอารถเข้าเครื่องล้างอัตโนมัติแล้วกล้องซูมไปที่กระจกหน้า ที่มันมัวๆมองภาพข้างหน้าไม่เห็นไม่ชัดเจนมันก็เหมือนคนตอนร้องไห้นั่นแหละ โดนอะไรทำมาเยอะๆเหนื่อยเพลียก็อาบน้ำ สระผม ปล่อยให้น้ำตามันไหลจนแห้ง    เดี๋ยวภาพข้างหน้ามันก็ค่อยชัดเจนขึ้นมาเอง   ร่างกายจะสดชื่น จากการพักผ่อน  กินข้าว    อาบน้ำ   อะไรประมาณนี้   มันก็เปรียบเหมือนรถอ่ะ   ใช้งานผ่านฝุ่นผ่านโคลนเหยียบขี้หมามาไปล้างให้มันสะอาด กระจกหน้ารถก็ล้างให้มันสะอาดก็มองภาพข้างหน้าชัดเจนขึ้นแล้วก็วนหลูปแบบนี้ต่อไปก็ต้องขับรถลงถนนใหญ่ต่อสู้ชีวิตต่อไป เราเดาเอานะอย่างตีความแบบจากความมองโลกง่อยๆของเรานี่แหละ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่