ลีกวนยูจัดการการคอรัปชั่นในสิงคโปร์ได้อย่างไร

พอดีเห็นกระทู้เปรียบเทียบสิงคโปร์และศรีลังกา กระทู้นี้ มีการคุยถึงการพูดว่าลีกวนยูเคยพูดถึงการคอรัปชั่นว่าอย่างไร ก็เลยไปหาและเจอวิดีโอที่
ลีกวนยูเคยสัมภาษณ์ที่ Harvard Kennedy School ก็เลยเอามาแปลและสรุปเฉพาะตอนที่พูดถึงเรื่องการคอรัปชั่นครับ

        สภาพปัญหาในอดีตและการตัดสินใจ ในยุค 1950 สิงคโปร์เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยการคอรัปชั่นและการทำข้อตกลงใต้ดิน ลี กวน ยู เล่าว่ารัฐบาลก่อนหน้าเขา (ภายใต้การนำของ Lim Yew Hock) เริ่มมีความเน่าเฟะและส่งผลกระทบต่อระบบราชการทั้งหมด เขาและเพื่อนร่วมงานเห็นว่าหากไม่ทำให้ทุกดอลลาร์ที่ใส่ลงไปจากระดับบน ถึงมือประชาชนที่ระดับล่างครบหนึ่งดอลลาร์ พวกเขาจะไม่มีทางประสบความสำเร็จ และพวกคอมมิวนิสต์ก็จะใช้ประเด็นการทุจริตนี้มาโจมตีและทำลายพวกเขาได้

การสร้างสัญลักษณ์และมาตรการเชิงโครงสร้าง
สัญลักษณ์ของความสะอาด: ลี กวน ยู และพรรคพวกเลือกสวมชุดเชิ้ตขาวและกางเกงขาวเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างที่ตัวแทนของ
สีขาวสื่อถึง นั่นคือความสะอาดบริสุทธิ์
ความโปร่งใส: มีการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ให้มีความโปร่งใส ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ความผิดปกติใดๆ ถูกสังเกตเห็นได้ง่ายโดย
เพื่อนร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชา
อำนาจของ CPIB: เขานำสำนักงานสอบสวนการทุจริต (CPIB) มาไว้ภายใต้การดูแลของเขาโดยตรง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้นำในการปราบปรามนี้ และให้อำนาจผู้อำนวยการ CPIB ในการสืบสวนทุกคนและทุกอย่าง รวมถึงตัวรัฐมนตรีและตัวเขาเองด้วย
การปราบปรามอิทธิพลมืด (Triads) ลี กวน ยู จัดการกับกลุ่มอิทธิพลมืดที่ใช้วิธีการข่มขู่หรือการใช้เงินซื้อเสียง (ที่เรียกว่า "Black Gold") โดยใช้กฎหมายพิเศษ (Criminal Law Temporary Provisions Act) ซึ่งอนุญาตให้กักขังอาชญากรได้เป็นเวลา 2 ปีโดยไม่ต้องมีพยานหลักฐานที่แน่นหนาพอสำหรับการลงโทษในศาลปกติ เนื่องจากพยานมักถูกข่มขู่จนไม่กล้าให้การ (อันนี้แอบน่ากลัวเพราะเอาไว้ใช้จัดการฝ่ายตรงข้ามได้ง่ายไป)
, ภายในเวลาสองปี เขาสามารถกวาดล้างกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้ให้หมดไปจากสิงคโปร์ได้
กรณีตัวอย่างที่สะเทือนใจ: ราคาที่ต้องจ่าย เหตุการณ์ที่ลี กวน ยู บอกว่าอธิบายได้ยากที่สุดคือกรณีของเพื่อนร่วมงานใกล้ชิดคนหนึ่ง (Teh Cheang Wan) ซึ่งเป็นสถาปนิกและนักบริหารที่เก่งมาก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อสิ่งเย้ายวนและรับเงินสินบนจำนวน 500,000 ดอลลาร์ เพื่อแลกกับการเพิ่มที่ดินส่วนเกินในการขายที่ดิน
เมื่อเรื่องถูกสืบสวน เพื่อนคนนี้พยายามจะขอเข้าพบ ลี กวน ยู เพื่อแก้ปัญหา แต่ ลี กวน ยู ปฏิเสธที่จะพบ โดยให้เหตุผลว่า "ถ้าผมไปพบคุณ ผมจะต้องกลายเป็นพยานในศาล ดังนั้นไม่พบจะดีกว่า ไปคุยกับทนายของคุณเถอะ"
สุดท้ายเพื่อนคนนี้ตัดสินใจฆ่าตัวตายและทิ้งจดหมายไว้ว่า ในฐานะสุภาพบุรุษชาวตะวันออกที่เชื่อในเรื่องเกียรติยศ เขาต้องชดใช้ด้วยราคาสูงสุดคือความตาย
บทสรุปและค่านิยมของสังคม ลี กวน ยู เน้นย้ำว่าเหตุการณ์นี้เป็นราคาที่หนักหน่วง แต่มันช่วยสร้างบรรยากาศทางความคิดในสิงคโปร์ที่ว่า การติดสินบน โดยเฉพาะในระดับสูง เป็นเรื่องที่ทำลายสังคมและเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง และเป็นเครื่องเตือนใจรัฐมนตรีทุกคนว่า "ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครทั้งสิ้น"

ถ้าใครอยากดูคลิปเต็ม ผมถอดความมาจากช่วงเวลาประมาณ 1:08:30 ถึง 1:17:27
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่