สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน...
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตกอยู่ในสถานการณ์ "กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" เหมือนเราใช่ไหมคะ? เมื่อกลุ่มเพื่อนสนิทที่เราคบกันมานาน เริ่มมีรายได้หรือไลฟ์สไตล์ที่พุ่งทะยานไปไกลกว่าเรา ในขณะที่เรายังมีภาระ ต้องผ่อนคอนโด เก็บเงินให้ที่บ้าน หรืออยากออมเงินเพื่ออนาคต
พอเพื่อนไลน์มาว่า "แก... ไปญี่ปุ่นกันเดือนหน้า ตั๋วถูกมาก!" หรือ "เย็นนี้เจอกันร้านโอมากาเสะเปิดใหม่นะ" ใจหนึ่งเราก็อยากไปใจจะขาด แต่อีกใจคือ... เงินในบัญชีมันตะโกนบอกว่า "อย่าหาทำ!" วันนี้เราเลยอยากมาแชร์ "เทคนิคฉบับผู้หญิงสายซอฟต์" ที่เราใช้ปฏิเสธเพื่อนมาตลอด แต่ยังรักษาความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่น แถมเพื่อนยังเข้าใจและไม่มองว่าเราขี้งกด้วยค่ะ
1. ใช้ "เป้าหมายใหญ่" เป็นเกราะคุ้มกัน
แทนที่จะบอกว่า "ไม่มีเงิน" (ซึ่งบางทีเพื่อนจะชอบบอกว่าเดี๋ยวออกให้ก่อน หรือบอกว่าแค่นี้เอง) ให้เปลี่ยนเป็นบอกว่า "เรากำลังอินกับการเก็บเงินเพื่ออะไรบางอย่าง" ค่ะ
วิธีพูด: "งื้อออ ทริปนี้น่าไปมากแก แต่ช่วงนี้เรากำลังบ้าเก็บเงินดาวน์รถ/ปิดหนี้ก้อนสุดท้ายอยู่ ถ้าไปทริปนี้เป้าหมายเราหลุดแน่เลย เอาไว้ทริปหน้าเราไม่พลาดแน่นอน!"
ทำไมถึงได้ผล: เพื่อนจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ลำบาก แต่เรามี "วินัย" และเขามักจะช่วยลุ้นไปกับเป้าหมายของเราด้วยค่ะ
2. สูตร "ปฏิเสธมื้อหรู แต่เสนอทางเลือกที่น่ารัก"
ถ้าเพื่อนชวนไปกินมื้อละหลายพัน แล้วเราสู้ไม่ไหว อย่าเงียบหายไปเฉยๆ ค่ะ ให้รีบเสนอทางเลือกที่ยังทำให้เราได้เจอหน้ากันอยู่
วิธีพูด: "ร้านนี้ราคาแรงไปสำหรับเราช่วงนี้ว่ะแก แต่เราอยากเจอแกนะ เปลี่ยนเป็นไปคาเฟ่น่ารักๆ วันเสาร์ หรือไปกินร้านส้มตำเจ้าดังแทนไหม? เราเลี้ยงน้ำแข็งเอง! 555"
ทำไมถึงได้ผล: มันแสดงให้เห็นว่าเรา "แคร์เพื่อน" แต่ "ไม่แคร์ราคาอาหาร" ค่ะ เพื่อนจะรู้ว่าเป้าหมายของเราคือการมาคุยกัน ไม่ใช่การมาโชว์กินของแพง
3. อย่าโกหก... แต่ให้บอก "โควต้า"
เรามักจะบอกเพื่อนตรงๆ เรื่อง Social Budget ค่ะ เป็นการสอนเพื่อนไปในตัวด้วยว่าเราบริหารเงินยังไง
วิธีพูด: "แก... เดือนนี้เราใช้โควต้ากินข้าวนอกบ้านเต็มแล้วจริงๆ ว่ะ เดือนนี้กินบุฟเฟต์ไป 2 รอบแล้ว ถ้าไปร้านนี้อีกเราต้องกินมาม่าถึงสิ้นเดือนแน่ๆ ไว้เดือนหน้าเรานัดกันใหม่นะ เราจะล็อกคิวร้านนี้ไว้เลย"
ทำไมถึงได้ผล: มันดูจริงใจและตลกนิดๆ ทำให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดค่ะ
4. ยืนหยัดในจุดยืน (แบบไม่เปรียบเทียบ)
เวลาเพื่อนรบเร้าว่า "นานๆ ทีหน่าาา" ให้เรายิ้มรับแล้วยืนยันคำเดิมค่ะ แต่อย่าไปแซะเพื่อนว่า "โหย แกมันรวยนี่" หรือ "ฉันมันจน" เพราะจะทำให้เสียบรรยากาศ
วิธีพูด : "นานๆ ทีของแกกับของฉันไม่เท่ากันว่ะ 555 ขอบคุณที่ชวนนะ แต่รอบนี้เราขอผ่านจริงๆ ไม่อยากมานั่งเครียดตอนเห็นยอดบัตรเครดิตทีหลัง
บทสรุปที่ได้เรียนรู้
การปฏิเสธเพื่อนเรื่องเงิน ไม่ได้แปลว่าเราไม่รักเขาค่ะ เพื่อนที่รักเราจริงๆ เขาจะเข้าใจและเคารพการตัดสินใจของเรา บางทีการพูดตรงๆ ไปเลยว่า "เราไม่สะดวกเรื่องงบ" มันดูจริงใจและน่าคบกว่าการพยายามทำตัวให้เท่าคนอื่น จนสุดท้ายเราเองที่เป็นทุกข์
เพื่อนรวยแต่เราประหยัด... ปฏิเสธทริปต่างประเทศและมื้อหรูยังไง ไม่ให้เสียเพื่อนและไม่ดูขี้งก?
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตกอยู่ในสถานการณ์ "กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" เหมือนเราใช่ไหมคะ? เมื่อกลุ่มเพื่อนสนิทที่เราคบกันมานาน เริ่มมีรายได้หรือไลฟ์สไตล์ที่พุ่งทะยานไปไกลกว่าเรา ในขณะที่เรายังมีภาระ ต้องผ่อนคอนโด เก็บเงินให้ที่บ้าน หรืออยากออมเงินเพื่ออนาคต
พอเพื่อนไลน์มาว่า "แก... ไปญี่ปุ่นกันเดือนหน้า ตั๋วถูกมาก!" หรือ "เย็นนี้เจอกันร้านโอมากาเสะเปิดใหม่นะ" ใจหนึ่งเราก็อยากไปใจจะขาด แต่อีกใจคือ... เงินในบัญชีมันตะโกนบอกว่า "อย่าหาทำ!" วันนี้เราเลยอยากมาแชร์ "เทคนิคฉบับผู้หญิงสายซอฟต์" ที่เราใช้ปฏิเสธเพื่อนมาตลอด แต่ยังรักษาความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่น แถมเพื่อนยังเข้าใจและไม่มองว่าเราขี้งกด้วยค่ะ
1. ใช้ "เป้าหมายใหญ่" เป็นเกราะคุ้มกัน
แทนที่จะบอกว่า "ไม่มีเงิน" (ซึ่งบางทีเพื่อนจะชอบบอกว่าเดี๋ยวออกให้ก่อน หรือบอกว่าแค่นี้เอง) ให้เปลี่ยนเป็นบอกว่า "เรากำลังอินกับการเก็บเงินเพื่ออะไรบางอย่าง" ค่ะ
วิธีพูด: "งื้อออ ทริปนี้น่าไปมากแก แต่ช่วงนี้เรากำลังบ้าเก็บเงินดาวน์รถ/ปิดหนี้ก้อนสุดท้ายอยู่ ถ้าไปทริปนี้เป้าหมายเราหลุดแน่เลย เอาไว้ทริปหน้าเราไม่พลาดแน่นอน!"
ทำไมถึงได้ผล: เพื่อนจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ลำบาก แต่เรามี "วินัย" และเขามักจะช่วยลุ้นไปกับเป้าหมายของเราด้วยค่ะ
2. สูตร "ปฏิเสธมื้อหรู แต่เสนอทางเลือกที่น่ารัก"
ถ้าเพื่อนชวนไปกินมื้อละหลายพัน แล้วเราสู้ไม่ไหว อย่าเงียบหายไปเฉยๆ ค่ะ ให้รีบเสนอทางเลือกที่ยังทำให้เราได้เจอหน้ากันอยู่
วิธีพูด: "ร้านนี้ราคาแรงไปสำหรับเราช่วงนี้ว่ะแก แต่เราอยากเจอแกนะ เปลี่ยนเป็นไปคาเฟ่น่ารักๆ วันเสาร์ หรือไปกินร้านส้มตำเจ้าดังแทนไหม? เราเลี้ยงน้ำแข็งเอง! 555"
ทำไมถึงได้ผล: มันแสดงให้เห็นว่าเรา "แคร์เพื่อน" แต่ "ไม่แคร์ราคาอาหาร" ค่ะ เพื่อนจะรู้ว่าเป้าหมายของเราคือการมาคุยกัน ไม่ใช่การมาโชว์กินของแพง
3. อย่าโกหก... แต่ให้บอก "โควต้า"
เรามักจะบอกเพื่อนตรงๆ เรื่อง Social Budget ค่ะ เป็นการสอนเพื่อนไปในตัวด้วยว่าเราบริหารเงินยังไง
วิธีพูด: "แก... เดือนนี้เราใช้โควต้ากินข้าวนอกบ้านเต็มแล้วจริงๆ ว่ะ เดือนนี้กินบุฟเฟต์ไป 2 รอบแล้ว ถ้าไปร้านนี้อีกเราต้องกินมาม่าถึงสิ้นเดือนแน่ๆ ไว้เดือนหน้าเรานัดกันใหม่นะ เราจะล็อกคิวร้านนี้ไว้เลย"
ทำไมถึงได้ผล: มันดูจริงใจและตลกนิดๆ ทำให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดค่ะ
4. ยืนหยัดในจุดยืน (แบบไม่เปรียบเทียบ)
เวลาเพื่อนรบเร้าว่า "นานๆ ทีหน่าาา" ให้เรายิ้มรับแล้วยืนยันคำเดิมค่ะ แต่อย่าไปแซะเพื่อนว่า "โหย แกมันรวยนี่" หรือ "ฉันมันจน" เพราะจะทำให้เสียบรรยากาศ
วิธีพูด : "นานๆ ทีของแกกับของฉันไม่เท่ากันว่ะ 555 ขอบคุณที่ชวนนะ แต่รอบนี้เราขอผ่านจริงๆ ไม่อยากมานั่งเครียดตอนเห็นยอดบัตรเครดิตทีหลัง
บทสรุปที่ได้เรียนรู้
การปฏิเสธเพื่อนเรื่องเงิน ไม่ได้แปลว่าเราไม่รักเขาค่ะ เพื่อนที่รักเราจริงๆ เขาจะเข้าใจและเคารพการตัดสินใจของเรา บางทีการพูดตรงๆ ไปเลยว่า "เราไม่สะดวกเรื่องงบ" มันดูจริงใจและน่าคบกว่าการพยายามทำตัวให้เท่าคนอื่น จนสุดท้ายเราเองที่เป็นทุกข์