ใช้คนละครึ่งแล้ว “ไม่ต้องยื่นภาษี” จริงหรือไม่?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โครงการ “คนละครึ่ง” กลายเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยและเคยใช้งานกันอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะซื้ออาหารเช้า ซื้อเครื่องดื่มร้านประจำ หรือจับจ่ายของใช้ โดยอาศัยสิทธิ์ร่วมจ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง

แต่เมื่อมีข่าวว่าภาครัฐจะไม่นำข้อมูลการใช้สิทธิ์จากโครงการส่งต่อให้กรมสรรพากร ก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ ผู้คนจำนวนไม่น้อยคิดว่าเมื่อไม่มีการส่งข้อมูล ก็เท่ากับว่าไม่จำเป็นต้องยื่นภาษีจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าภายใต้โครงการ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและเสี่ยงผิดกฎหมายภาษีโดยไม่ตั้งใจ

เพื่อให้เห็นภาพที่ถูกต้อง บทความนี้จะอธิบายว่าแท้จริงแล้ว การที่โครงการไม่ส่งข้อมูลให้สรรพากรเป็นเพียงเรื่องของข้อมูล “การใช้สิทธิ์ของผู้ซื้อ” ไม่ใช่ข้อมูล “รายได้ของร้านค้า” และไม่ว่ารัฐจะส่งข้อมูลหรือไม่ รายได้ที่เกิดขึ้นจริงก็ต้องถูกนำไปยื่นภาษีตามกฎหมายอยู่ดี

1. การไม่ส่งข้อมูลคนละครึ่งเป็นเพียงเรื่องของข้อมูลการใช้สิทธิ์ ไม่ใช่รายได้ของผู้ค้า
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าหากสรรพากรไม่รับข้อมูลจากโครงการ ก็เหมือนกับว่ารายได้จากยอดขายในคนละครึ่งถูก “ซ่อน” ไว้โดยไม่มีใครรู้ แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลที่ไม่ได้ส่ง เป็นเพียงรายละเอียดของผู้บริโภค เช่น ลูกค้าใช้สิทธิ์ที่ร้านใด เวลาใด หรือใช้ยอดเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเชิงสิทธิ์ของผู้ใช้ ไม่ใช่ข้อมูลรายได้ของร้านค้า
ในทางกลับกัน รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการของร้าน ไม่ว่าจะมาจากเงินสด โอน พร้อมเพย์ หรือยอดสนับสนุนจากรัฐ 50% นั้น เป็นรายได้ที่ร้านต้องรับรู้ตามกฎหมายภาษี รายได้เกิดจริง=ต้องยื่นจริง ไม่มีข้อยกเว้นเพียงเพราะโครงการไม่ได้ส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร

2. รายได้จากคนละครึ่ง = รายได้ปกติที่ต้องยื่นภาษี
ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับเงิน 2 ส่วนจากการขายสินค้าในหนึ่งรายการ ได้แก่
•    ส่วนที่ลูกค้าจ่ายเอง 50%
•    ส่วนที่รัฐร่วมจ่ายอีก 50%
ยอดทั้งสองส่วนนี้รวมกันคือมูลค่าขายจริงของสินค้า หรือก็คือ “รายได้เต็มจำนวน” ที่ผู้ประกอบการต้องบันทึกเป็นรายได้เพื่อคำนวณภาษี ไม่ใช่เฉพาะส่วนที่ลูกค้าจ่ายเท่านั้น
ตัวอย่างง่ายๆ
ขายสินค้า 120 บาทผ่านคนละครึ่ง
ลูกค้าจ่าย 60 บาท
รัฐจ่ายให้ 60 บาท
→ รายได้เต็มของร้านคือ 120 บาท
กฎหมายไม่ได้แยกประเภทว่ารายได้ที่ได้จากรัฐเป็นเงินสนับสนุนจึงไม่ต้องยื่น ทุกยอดที่เข้าร้านถือเป็นรายได้ทั้งหมดเหมือนธุรกรรมทั่วไป

3. แม้ไม่มีข้อมูลคนละครึ่ง สรรพากรยังตรวจสอบรายได้จากหลายช่องทาง
ความเข้าใจผิดอีกอย่างคือ “เมื่อไม่มีการส่งข้อมูล ก็ตรวจไม่เจอ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดมาก เพราะปัจจุบันสรรพากรมีข้อมูลจากแหล่งอื่นจำนวนมาก เช่น
•    รายการเงินเข้าบัญชีธนาคาร
•    รายได้ที่รับผ่านวอลเล็ทหรือระบบชำระเงินออนไลน์
•    ข้อมูลจากผู้ให้บริการ Payment Gateway
•    รายละเอียดจากใบกำกับภาษีที่ร้านออก
•    รายได้จากลูกค้าที่นำใบเสร็จไปลดหย่อน (กรณีบริการ)
•    การตรวจสอบภาคสนามในบางพื้นที่
นั่นหมายความว่าต่อให้โครงการคนละครึ่งไม่ส่งข้อมูล แม้กระทั่งร้านค้าเลิกกิจการไปแล้ว แต่รายการเงินเข้าบัญชียังสะท้อนรายได้ได้เช่นเดิม หากยอดเงินไม่สัมพันธ์กับการยื่นแบบภาษี ร้านค้าก็อาจถูกประเมินภาษีเพิ่มหรือโดนตรวจย้อนหลังได้ทุกเมื่อ

4. ยื่นภาษีให้ถูกต้องช่วยลดปัญหาหนักในอนาคต
การเพิกเฉยต่อรายได้ หรือยื่นภาษีไม่ครบถ้วน แม้จะดูเหมือนไม่มีใครเห็นในตอนแรก แต่ผลกระทบอาจรุนแรงกว่าเงินที่ต้องเสียภาษีจริงหลายเท่า เช่น
•    ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
•    เสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับที่สูงกว่ายอดภาษีจริง
•    ไม่สามารถใช้รายได้จำแนกเพื่อขอสินเชื่อได้
•    ธุรกิจถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือในสายตาหน่วยงานและสถาบันการเงิน
การยื่นภาษีให้ถูกต้องจึงเป็นการป้องกันปัญหาในระยะยาว ทั้งสำหรับกิจการ บุคคลธรรมดา หรือฟรีแลนซ์ที่มีรายได้ประจำและรายได้เสริม

5. รัฐไม่ส่งข้อมูลไม่ได้หมายความว่าหน้าที่ของผู้มีรายได้จะหายไป
สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ หน้าที่ในการยื่นภาษีไม่เคยหายไป ไม่ว่าจะใช้คนละครึ่ง ไม่ใช้พร้อมเพย์ หรือเงินสด การมีรายได้ย่อมต้องนำมาคำนวณภาษีทุกปีตามกฎหมาย ในทางกลับกันการที่รัฐไม่ส่งข้อมูลให้สรรพากรเป็นเพียงมาตรการเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลการใช้สิทธิ์ของประชาชนเท่านั้น ไม่มีผลยกเว้นผู้ค้าและผู้มีรายได้จากการยื่นแบบภาษี

กล่าวโดยสรุป การที่โครงการคนละครึ่งไม่ส่งข้อมูลการใช้สิทธิ์ให้สรรพากร “ไม่ได้เปลี่ยน” หน้าที่ของผู้มีรายได้แต่อย่างใด รายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากการขายสินค้าและบริการยังคงต้องนำมารวมเพื่อยื่นภาษีเหมือนเดิมทุกรายการ การเข้าใจผิดอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการถูกประเมินภาษีย้อนหลังโดยไม่จำเป็น ดังนั้นผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปควรสรุปรายได้ให้ครบถ้วนทุกปี เพื่อความปลอดภัยทางการเงินและเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคงในอนาคต



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่