ไทยเป็นชาติเอเชียชาติแรกที่ช่วย UN ช่วยรบที่เกาหลีใต้ ระหว่างการรบในสงคราม (1950-1953) มีทหารไทยประมาณ 6,326 นาย ถ้านับรวมกำลังผลัดเปลี่ยน และที่อยู่ต่อหลังสงครามจนถอนกำลังหมด รวมประมาณ 11,786 นาย ทหารไทยมี3ผลงานหลักในการรบ
(1) ไทยร่วมรบใน Yeoncheon Area Defense ช่วง 31 ก.ค. – 7 ก.ย. 1951
(2) Pork Chop Hill ถือเป็นสมรภูมิสำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงของทหารไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
ในการรบครั้งนี้ ทหารไทยมีบทบาทในการป้องกันเนิน Hill 351 จากการบุกโจมตีของกองทัพจีน การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือดในระยะประชิด บางช่วงถึงขั้นต้องใช้ดาบปลายปืน ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะ ความกล้าหาญ และวินัยทางทหารอย่างสูง
กองกำลังไทย ได้แก่ กรมผสมที่ 21 (Thai Battalion) ได้รับมอบหมายให้ประจำการในแนวหน้า โดยมีหน้าที่ป้องกันเนิน Hill 351 แม้ว่าทหารไทยจะมีกำลังน้อยกว่าทหารจีนประมาณ 7 เท่า แต่ยังสามารถต้านทานการบุกได้ถึง 3 ระลอก ภายใต้สภาพการรบที่โหดร้ายบนภูเขาใกล้เส้นขนานที่ 38 ซึ่งมีอากาศหนาวจัด ต่ำกว่า −15°C โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่ได้รับอิทธิพลจากลมหนาวไซบีเรีย
ในการสู้รบครั้งหนึ่ง กองกำลังฝ่ายจีนและเกาหลีเหนือเสียชีวิตรวมประมาณ 300 นาย จากการปะทะกับกองกำลัง UN (โดยหลักคือสหรัฐและไทย) ขณะที่ฝ่ายไทยเสียชีวิตเพียงหลักสิบต้น ๆ หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝ่ายจีนเสียเปรียบ คือการต้องบุกขึ้นสู่ที่สูงภายใต้การตั้งรับของฝ่าย UN
แม้กำลังพลจะน้อยกว่าและมีอาวุธจำกัด ส่วนใหญ่มีเพียงอาวุธประจำกาย ปืนกลเบา และปืนครกจำนวนจำกัด ทหารไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศหนาวจัด เนื่องจากคุ้นเคยกับภูมิอากาศร้อน ขณะที่ฝ่ายจีนมีปืนใหญ่และปืนครกจำนวนมากซึ่งสามารถยิงกดดันลงมายังพื้นที่ตั้งรับบนเนินได้
ยุทธวิธีหลักที่ทหารไทยใช้คือ การยึดแนวมั่นอย่างเด็ดขาด และหากเสียแนวเพลาะ จะต้องโต้กลับทันที เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถยึดพื้นที่และตั้งหลักบนเนินได้
ในเชิงยุทธศาสตร์ หาก Pork Chop Hill ถูกยึดได้ จะเกิดช่องโหว่ในแนวป้องกันหลักของ UN ที่เรียกว่า Jamestown Line ซึ่งอยู่ใกล้แนว DMZ ในปัจจุบัน แนวนี้มีความสำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้กองทัพจีนรุกลงสู่เกาหลีใต้ หากหน่วยหนึ่งต้องถอย อาจทำให้หน่วยข้างเคียงต้องถอยตาม ส่งผลให้การป้องกันทั้งแนวอ่อนตัวลง
นอกจากนี้ หากฝ่ายจีนยึดเนินได้ จะสามารถใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ ควบคุมการเคลื่อนกำลังในหุบเขา Yeoncheon และปรับการยิงปืนใหญ่เข้าสู่แนว Jamestown ได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ (Domino Effect) ต่อแนวป้องกันทั้งหมด
ในกรณีเลวร้ายที่สุด อาจเปิดโอกาสให้ฝ่ายจีนรุกคืบลงใต้สู่กรุงโซล ซึ่งอยู่ห่างเพียงประมาณ 50–70 กิโลเมตร หากโซลถูกยึดอีกครั้ง อาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของฝ่าย UN และเกาหลีใต้ และอาจบีบให้ต้องถอยลงใต้ลึกขึ้นอีก
จากผลงานการรบ กองทัพสหรัฐ โดยกองทัพที่ 8 (US 8th Army) ได้ยกย่องและตั้งฉายาทหารไทยว่า “Little Tigers”
ทหารไทยเข้าร่วมการรบใน Pork Chop Hill ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 1952 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 1953
(3) ไทยเข้ารบ Hill 351 ที่ Kimhwa ช่วง 14 – 27 ก.ค. 1953 อยู่ในเขต Iron Triangle (พื้นที่ยุทธศาสตร์มาก) ไทยเข้าร่วมแนว Jamestown Line และรบหลายพื้นที่ระหว่างสงคราม
ทั้งสงครามเกาหลี ทหารไทยเสียชีวิตประมาณ 129นาย บาดเจ็บ 1,139 สูญหาย 5
ด้วยเหตุนี้ เกาหลีใต้เลือกสร้างอนุสาวรีย์ทหารไทยและ Thai pavilion ที่ Pocheon ตั้งแต่ปี 1974 เพื่อแสดงความขอบคุณโดยเฉพาะ เพราะที่นี่คือพื้นที่ ที่ทหารไทยเคยประจำการจริง และเป็นฐานสุดท้ายก่อนถอนกำลัง เป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบหนักในสงครามเกาหลี เป็นจุดที่สะท้อนการเสียสละของทหารไทยโดยตรง
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเกาหลีใต้ยืนหยัดต่อสู้ในช่วงสงครามเกาหลี
* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะ(1) ไทยร่วมรบใน Yeoncheon Area Defense ช่วง 31 ก.ค. – 7 ก.ย. 1951
(2) Pork Chop Hill ถือเป็นสมรภูมิสำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงของทหารไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
ในการรบครั้งนี้ ทหารไทยมีบทบาทในการป้องกันเนิน Hill 351 จากการบุกโจมตีของกองทัพจีน การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือดในระยะประชิด บางช่วงถึงขั้นต้องใช้ดาบปลายปืน ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะ ความกล้าหาญ และวินัยทางทหารอย่างสูง
กองกำลังไทย ได้แก่ กรมผสมที่ 21 (Thai Battalion) ได้รับมอบหมายให้ประจำการในแนวหน้า โดยมีหน้าที่ป้องกันเนิน Hill 351 แม้ว่าทหารไทยจะมีกำลังน้อยกว่าทหารจีนประมาณ 7 เท่า แต่ยังสามารถต้านทานการบุกได้ถึง 3 ระลอก ภายใต้สภาพการรบที่โหดร้ายบนภูเขาใกล้เส้นขนานที่ 38 ซึ่งมีอากาศหนาวจัด ต่ำกว่า −15°C โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่ได้รับอิทธิพลจากลมหนาวไซบีเรีย
ในการสู้รบครั้งหนึ่ง กองกำลังฝ่ายจีนและเกาหลีเหนือเสียชีวิตรวมประมาณ 300 นาย จากการปะทะกับกองกำลัง UN (โดยหลักคือสหรัฐและไทย) ขณะที่ฝ่ายไทยเสียชีวิตเพียงหลักสิบต้น ๆ หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝ่ายจีนเสียเปรียบ คือการต้องบุกขึ้นสู่ที่สูงภายใต้การตั้งรับของฝ่าย UN
แม้กำลังพลจะน้อยกว่าและมีอาวุธจำกัด ส่วนใหญ่มีเพียงอาวุธประจำกาย ปืนกลเบา และปืนครกจำนวนจำกัด ทหารไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศหนาวจัด เนื่องจากคุ้นเคยกับภูมิอากาศร้อน ขณะที่ฝ่ายจีนมีปืนใหญ่และปืนครกจำนวนมากซึ่งสามารถยิงกดดันลงมายังพื้นที่ตั้งรับบนเนินได้
ยุทธวิธีหลักที่ทหารไทยใช้คือ การยึดแนวมั่นอย่างเด็ดขาด และหากเสียแนวเพลาะ จะต้องโต้กลับทันที เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถยึดพื้นที่และตั้งหลักบนเนินได้
ในเชิงยุทธศาสตร์ หาก Pork Chop Hill ถูกยึดได้ จะเกิดช่องโหว่ในแนวป้องกันหลักของ UN ที่เรียกว่า Jamestown Line ซึ่งอยู่ใกล้แนว DMZ ในปัจจุบัน แนวนี้มีความสำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้กองทัพจีนรุกลงสู่เกาหลีใต้ หากหน่วยหนึ่งต้องถอย อาจทำให้หน่วยข้างเคียงต้องถอยตาม ส่งผลให้การป้องกันทั้งแนวอ่อนตัวลง
นอกจากนี้ หากฝ่ายจีนยึดเนินได้ จะสามารถใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ ควบคุมการเคลื่อนกำลังในหุบเขา Yeoncheon และปรับการยิงปืนใหญ่เข้าสู่แนว Jamestown ได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ (Domino Effect) ต่อแนวป้องกันทั้งหมด
ในกรณีเลวร้ายที่สุด อาจเปิดโอกาสให้ฝ่ายจีนรุกคืบลงใต้สู่กรุงโซล ซึ่งอยู่ห่างเพียงประมาณ 50–70 กิโลเมตร หากโซลถูกยึดอีกครั้ง อาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของฝ่าย UN และเกาหลีใต้ และอาจบีบให้ต้องถอยลงใต้ลึกขึ้นอีก
จากผลงานการรบ กองทัพสหรัฐ โดยกองทัพที่ 8 (US 8th Army) ได้ยกย่องและตั้งฉายาทหารไทยว่า “Little Tigers”
ทหารไทยเข้าร่วมการรบใน Pork Chop Hill ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 1952 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 1953
(3) ไทยเข้ารบ Hill 351 ที่ Kimhwa ช่วง 14 – 27 ก.ค. 1953 อยู่ในเขต Iron Triangle (พื้นที่ยุทธศาสตร์มาก) ไทยเข้าร่วมแนว Jamestown Line และรบหลายพื้นที่ระหว่างสงคราม
ทั้งสงครามเกาหลี ทหารไทยเสียชีวิตประมาณ 129นาย บาดเจ็บ 1,139 สูญหาย 5
ด้วยเหตุนี้ เกาหลีใต้เลือกสร้างอนุสาวรีย์ทหารไทยและ Thai pavilion ที่ Pocheon ตั้งแต่ปี 1974 เพื่อแสดงความขอบคุณโดยเฉพาะ เพราะที่นี่คือพื้นที่ ที่ทหารไทยเคยประจำการจริง และเป็นฐานสุดท้ายก่อนถอนกำลัง เป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบหนักในสงครามเกาหลี เป็นจุดที่สะท้อนการเสียสละของทหารไทยโดยตรง