บริษัทเรากำลังจะมี outing trip ในอีกหลายเดือนมากๆ และต้องจัดเตรียมตอนนี้ ก็ให้ทุกคนแจ้งว่าจะไปหรือไม่ไป เพราะเขาต้องจองเผื่อ เราเลยตัดสินใจว่าจะ ไม่ไป เหตุผลเพราะ มันอีกหลายเดือนมาก เราไม่รู้อนาคตข้างหน้าว่าเราจะยังทำงานที่นี่อยู่ไหม ก็แอบมีเผื่อๆใจว่าอยากหางานใหม่ แต่ยังไม่รู้เมื่อไหร่ และยังไม่ได้ตัดสินใจจะลาออก บวกกับสถานที่และเวลาที่เขาพาไป outing คือไปทะเล ช่วงฤดูฝน แล้วกำหนดการมีไปชมวิวหลายที่ เที่ยวกับทัวร์ ปกติเราชอบเที่ยวเอง ค่อนข้างอิสระ และติดสบาย ไม่ชอบการทำกิจกรรม หรืออะไรที่ adventure ถ้าไปทะเลฤดูฝนคือลำบากมากสำหรับเรา และเรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยากไปเที่ยวกับคนที่ทำงาน เราอยากเที่ยวกับคนที่เราสนิทจริงๆมากกว่า แต่เข้าใจว่ามันเป็น outing ยังไงก็ต้องไปสานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน แต่มันไม่ใช่สไตล์เราเลย เราคิดว่าถ้าเราไม่อยากไปขนาดนั้น เรามีสิทธิที่จะ ไม่ไป เราเลย ตอบว่าไม่ไป คนเตรียมงานจะได้ไม่ต้องจองเผื่อ
ทีนี้เราโดนหัวหน้าเรียกเข้าพบ 2 รอบค่ะ ว่าทำไมไม่ไป เหตุผลจริงๆคืออะไร เราบอกตรงๆว่า ไม่อยากไป น่าจะมีแพลนไปเที่ยวส่วนตัวที่อื่นแทน เขาก็อยากได้เหตุผลที่แท้จริงว่า ทำไมไม่อยากไป เขามองว่าคนที่ไม่ไป outing คือคนที่กำลังจะลาออก สัญญาจ้างระยะสั้น กับมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เขาก็บอกให้บอกตรงๆ ประเด็นคือ แพลนเราไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น เลยตอบไปว่า การเที่ยวแบบนี้ไม่ใช่สไตล์เรา เขาก็พูดย้ำว่า มันไม่ใช่แต่เรื่องได้เที่ยว แต่เป็นเรื่องการสร้างสานสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน การไปได้รับประสบการณ์ร่วมกันมันดีกว่า เราก็ค่อนข้างไม่เห็นด้วย เพราะเราก็สร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานประมาณนึง เขาก็บอกให้เราไปคิดมาใหม่ แต่คิดยังไงก็ไม่อยากไปอยู่ดี เขาก็เค้นถามมากขึ้นว่า มีปัญหากับงานไหม หรือยังไม่ได้จะลาออกจริงๆใช่มั้ย ถ้ากดลามาเค้าจะกด reject เลยนะ เราก็ตอบ ไม่ๆๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เอาจริง ถ้าเปลี่ยนสถานที่และเวลาที่น่าเที่ยวกว่านี้ หรือให้เที่ยวเองแบบไม่มีกำหนดการ เราอาจจะเปลี่ยนใจ เราไม่รู้จะตอบอะไรแล้ว เพราะเราก็ยืนยันคำตอบเดิมๆว่า แค่ไม่อยากไป เขาก็ถามแต่ ทำไมไม่อยากไป ถ้าเล่าลึกไปมากกว่านี้ เขาอาจจะไม่เข้าใจและหาว่าเราเป็นคนเรื่องเยอะ ยุ่งยาก
จนตอนนี้เราคิดไปเองว่าการที่ถูกเรียกเข้าพบเพราะเรื่องนี้ทำให้เขาอาจจะมีความรู้สึกที่แปลกไปจากเรา และเรารู้สึกกระอักกระอ่วนกับเรื่องนี้จนเริ่มแพลนเรื่องลาออกมากขึ้น เหมือนประเด็นนี้ทำให้เราเริ่มคิดลบกับองค์กร เราแค่รู้สึกว่าเราไม่ไป ทำไมเขาถึงมาถามเราหลายรอบขนาดนี้555 ไม่มีใครเสียประโยชน์ในเรื่องนี้เลยนอกจากเรา ทุกคนคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ เราควรแสดงเหตุผลอย่างไร ในเมื่อเราแค่ไม่อยากไปเที่ยวกับที่ทำงาน ทำไมเราต้องอธิบายเหตุผลมากมาย หรือเราเป็นคนเรื่องเยอะทำตัวผิดปกติของสังคมการทำงาน
ไม่ไป outing บริษัท แล้วถูกหัวหน้าเรียกพบ เราผิดปกติไหม
ทีนี้เราโดนหัวหน้าเรียกเข้าพบ 2 รอบค่ะ ว่าทำไมไม่ไป เหตุผลจริงๆคืออะไร เราบอกตรงๆว่า ไม่อยากไป น่าจะมีแพลนไปเที่ยวส่วนตัวที่อื่นแทน เขาก็อยากได้เหตุผลที่แท้จริงว่า ทำไมไม่อยากไป เขามองว่าคนที่ไม่ไป outing คือคนที่กำลังจะลาออก สัญญาจ้างระยะสั้น กับมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เขาก็บอกให้บอกตรงๆ ประเด็นคือ แพลนเราไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น เลยตอบไปว่า การเที่ยวแบบนี้ไม่ใช่สไตล์เรา เขาก็พูดย้ำว่า มันไม่ใช่แต่เรื่องได้เที่ยว แต่เป็นเรื่องการสร้างสานสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน การไปได้รับประสบการณ์ร่วมกันมันดีกว่า เราก็ค่อนข้างไม่เห็นด้วย เพราะเราก็สร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานประมาณนึง เขาก็บอกให้เราไปคิดมาใหม่ แต่คิดยังไงก็ไม่อยากไปอยู่ดี เขาก็เค้นถามมากขึ้นว่า มีปัญหากับงานไหม หรือยังไม่ได้จะลาออกจริงๆใช่มั้ย ถ้ากดลามาเค้าจะกด reject เลยนะ เราก็ตอบ ไม่ๆๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เอาจริง ถ้าเปลี่ยนสถานที่และเวลาที่น่าเที่ยวกว่านี้ หรือให้เที่ยวเองแบบไม่มีกำหนดการ เราอาจจะเปลี่ยนใจ เราไม่รู้จะตอบอะไรแล้ว เพราะเราก็ยืนยันคำตอบเดิมๆว่า แค่ไม่อยากไป เขาก็ถามแต่ ทำไมไม่อยากไป ถ้าเล่าลึกไปมากกว่านี้ เขาอาจจะไม่เข้าใจและหาว่าเราเป็นคนเรื่องเยอะ ยุ่งยาก
จนตอนนี้เราคิดไปเองว่าการที่ถูกเรียกเข้าพบเพราะเรื่องนี้ทำให้เขาอาจจะมีความรู้สึกที่แปลกไปจากเรา และเรารู้สึกกระอักกระอ่วนกับเรื่องนี้จนเริ่มแพลนเรื่องลาออกมากขึ้น เหมือนประเด็นนี้ทำให้เราเริ่มคิดลบกับองค์กร เราแค่รู้สึกว่าเราไม่ไป ทำไมเขาถึงมาถามเราหลายรอบขนาดนี้555 ไม่มีใครเสียประโยชน์ในเรื่องนี้เลยนอกจากเรา ทุกคนคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ เราควรแสดงเหตุผลอย่างไร ในเมื่อเราแค่ไม่อยากไปเที่ยวกับที่ทำงาน ทำไมเราต้องอธิบายเหตุผลมากมาย หรือเราเป็นคนเรื่องเยอะทำตัวผิดปกติของสังคมการทำงาน