ผลการดำเนินงาน 4Q/68 บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“OR”) มีรายได้ขายและบริการ155,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,935 ล้านบาท (+1.3%) เมื่อเทียบกับ 3Q/68 ตามปัจจัยฤดูกาล โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility เพิ่มขึ้น 2.1% จากปริมาณจำหน่ายที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและดีเซล และกลุ่มธุรกิจ Lifestyleเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันที่ 3.9% จากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Global ลดลง 20.1% จากปริมาณจำหน่ายที่ลดลง โดยหลักจากประเทศฟิลิปปินส์ ใน 4Q/68 มี EBITDA จำนวน 4,443 ล้านบาท ลดลง 435 ล้านบาท (-8.9%)จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Global ที่ภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรปรับตัวลดลง และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Mobility ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรจะทรงตัว สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยหลักจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (Share of gain from investments) ภาพรวมลดลงเล็กน้อย ในไตรมาสนี้อัตราแลกเปลี่ยน สกุลเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และมีผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์รวมทั้งมีการตั้ง สำรองด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 343 ล้านบาท ทำให้ใน 4Q/68 OR มีกำไรสุทธิจำนวน 2,078 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 536 ล้านบาท (-20.5%) และคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.17 บาท
OR งบ Q4 -32%
ผลการดำเนินงาน 4Q/68 บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“OR”) มีรายได้ขายและบริการ155,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,935 ล้านบาท (+1.3%) เมื่อเทียบกับ 3Q/68 ตามปัจจัยฤดูกาล โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility เพิ่มขึ้น 2.1% จากปริมาณจำหน่ายที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและดีเซล และกลุ่มธุรกิจ Lifestyleเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันที่ 3.9% จากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Global ลดลง 20.1% จากปริมาณจำหน่ายที่ลดลง โดยหลักจากประเทศฟิลิปปินส์ ใน 4Q/68 มี EBITDA จำนวน 4,443 ล้านบาท ลดลง 435 ล้านบาท (-8.9%)จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Global ที่ภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรปรับตัวลดลง และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Mobility ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรจะทรงตัว สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยหลักจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (Share of gain from investments) ภาพรวมลดลงเล็กน้อย ในไตรมาสนี้อัตราแลกเปลี่ยน สกุลเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และมีผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์รวมทั้งมีการตั้ง สำรองด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 343 ล้านบาท ทำให้ใน 4Q/68 OR มีกำไรสุทธิจำนวน 2,078 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 536 ล้านบาท (-20.5%) และคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.17 บาท