หลายประเทศใช้กันมานานแล้ว ไม่มีปัญหา ดีมากซะด้วย ความโปร่งใส 100%
ยกตัวอย่างประเทศที่ใช้เครื่องนับคะแนนเลือกตั้ง อีเล็คทรอนิกส์
ตัวอย่างประเทศที่ใช้งานจริง
ประเทศ รูปแบบที่ใช้ จุดเด่น
บราซิล เครื่อง Urna Eletrônicaใช้มานานกว่า 20 ปี รู้ผลการเลือกตั้งทั้งประเทศ (ประชากรหลักร้อยล้าน) ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
อินเดีย EVM (Electronic Voting Machines) ออกแบบมาให้ทนทาน ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ตขณะลงคะแนน เพื่อป้องกันการแฮ็ก
เอสโตเนีย i-Voting ก้าวไปไกลถึงขั้นลงคะแนนผ่านอินเทอร์เน็ตจากที่บ้าน โดยใช้บัตรประชาชนแบบ Smart Card
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการเลือกตั้งก้าวหน้าไปมากครับ ระบบที่คุณพูดถึงมีอยู่จริงและถูกใช้งานแล้วในหลายประเทศทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะถูกเรียกว่าระบบ
e-Voting (Electronic Voting) หรือ
DRE (Direct-Recording Electronic)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ระบบที่ "นับคะแนนทันทีและโปร่งใส" มักจะมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้ครับ:
1. เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ (DRE)
เครื่องประเภทนี้มีหน้าจอสัมผัส (Touchscreen) หรือปุ่มกด เมื่อผู้ใช้ลงคะแนนเสร็จ ข้อมูลจะถูกบันทึกลงในหน่วยความจำของเครื่องทันที
การรายงานผล: สามารถสรุปผลคะแนนรายหน่วยได้ทันทีที่ปิดหีบ
VVPAT (Voter Verified Paper Audit Trail): เพื่อความโปร่งใส เครื่องรุ่นใหม่ๆ จะพิมพ์ "สลิป" ออกมาให้ผู้ใช้ดูผ่านช่องกระจกเพื่อยืนยันว่าเลือกเบอร์อะไร ก่อนที่กระดาษจะตกลงไปในกล่อง (ห้ามผู้ใช้เอาออกไป) เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันหากต้องมีการนับใหม่ด้วยมือ
2. ระบบการส่งข้อมูลและการป้องกัน (Data Integrity)
การห้ามแก้ไขข้อมูล (Immutability) เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งทำได้โดย:
Encryption: ข้อมูลที่ถูกส่งไป Server จะถูกเข้ารหัสอย่างแน่นหนา
Digital Signatures: มีการเซ็นกำกับด้วยรหัสอิเล็กทรอนิกส์จากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย
Blockchain (ในบางพื้นที่): เริ่มมีการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ เพื่อทำให้ข้อมูลถูกบันทึกแบบกระจายศูนย์ หากมีการแก้ไขในจุดใดจุดหนึ่ง ระบบจะตรวจพบความผิดปกติทันที
3. Dashboard รายงานผลแบบ Real-time
เมื่อข้อมูลถูกส่งไปยัง Server ส่วนกลางผ่านเครือข่ายที่ปลอดภัย (Private Network) ข้อมูลจะถูกประมวลผลและแสดงบนจอมอนิเตอร์ (Dashboard) ที่แสดงรายละเอียดได้ถึงระดับหน่วยเลือกตั้ง จังหวัด หรือพรรคการเมือง
ผมขอร้อง ให้รัฐบาลไทยซื้อเครื่อง ลงคะแนนอีเล็กทรอนิกส์ แบบรายงานผลขึ้นจอภาพทันที ถ้าโปร่งใสจริงอย่ากลัว
ยกตัวอย่างประเทศที่ใช้เครื่องนับคะแนนเลือกตั้ง อีเล็คทรอนิกส์
ตัวอย่างประเทศที่ใช้งานจริง
ประเทศ รูปแบบที่ใช้ จุดเด่น
บราซิล เครื่อง Urna Eletrônicaใช้มานานกว่า 20 ปี รู้ผลการเลือกตั้งทั้งประเทศ (ประชากรหลักร้อยล้าน) ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
อินเดีย EVM (Electronic Voting Machines) ออกแบบมาให้ทนทาน ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ตขณะลงคะแนน เพื่อป้องกันการแฮ็ก
เอสโตเนีย i-Voting ก้าวไปไกลถึงขั้นลงคะแนนผ่านอินเทอร์เน็ตจากที่บ้าน โดยใช้บัตรประชาชนแบบ Smart Card
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการเลือกตั้งก้าวหน้าไปมากครับ ระบบที่คุณพูดถึงมีอยู่จริงและถูกใช้งานแล้วในหลายประเทศทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะถูกเรียกว่าระบบ e-Voting (Electronic Voting) หรือ DRE (Direct-Recording Electronic)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ระบบที่ "นับคะแนนทันทีและโปร่งใส" มักจะมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้ครับ:
1. เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ (DRE)
เครื่องประเภทนี้มีหน้าจอสัมผัส (Touchscreen) หรือปุ่มกด เมื่อผู้ใช้ลงคะแนนเสร็จ ข้อมูลจะถูกบันทึกลงในหน่วยความจำของเครื่องทันที
การรายงานผล: สามารถสรุปผลคะแนนรายหน่วยได้ทันทีที่ปิดหีบ
VVPAT (Voter Verified Paper Audit Trail): เพื่อความโปร่งใส เครื่องรุ่นใหม่ๆ จะพิมพ์ "สลิป" ออกมาให้ผู้ใช้ดูผ่านช่องกระจกเพื่อยืนยันว่าเลือกเบอร์อะไร ก่อนที่กระดาษจะตกลงไปในกล่อง (ห้ามผู้ใช้เอาออกไป) เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันหากต้องมีการนับใหม่ด้วยมือ
2. ระบบการส่งข้อมูลและการป้องกัน (Data Integrity)
การห้ามแก้ไขข้อมูล (Immutability) เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งทำได้โดย:
Encryption: ข้อมูลที่ถูกส่งไป Server จะถูกเข้ารหัสอย่างแน่นหนา
Digital Signatures: มีการเซ็นกำกับด้วยรหัสอิเล็กทรอนิกส์จากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย
Blockchain (ในบางพื้นที่): เริ่มมีการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ เพื่อทำให้ข้อมูลถูกบันทึกแบบกระจายศูนย์ หากมีการแก้ไขในจุดใดจุดหนึ่ง ระบบจะตรวจพบความผิดปกติทันที
3. Dashboard รายงานผลแบบ Real-time
เมื่อข้อมูลถูกส่งไปยัง Server ส่วนกลางผ่านเครือข่ายที่ปลอดภัย (Private Network) ข้อมูลจะถูกประมวลผลและแสดงบนจอมอนิเตอร์ (Dashboard) ที่แสดงรายละเอียดได้ถึงระดับหน่วยเลือกตั้ง จังหวัด หรือพรรคการเมือง