ใครที่เคยสบประมาทหุ้น Apple (AAPL) ไว้ว่า "นวัตกรรมตัน" หรือ "ตามหลังเรื่อง AI" คงต้องยอมกราบขอขมาเจ้าพ่อ Tim Cook กันรัวๆ ครับ เพราะล่าสุด Apple เพิ่งประกาศงบไตรมาสล่าสุดออกมาแบบ "New High" ทุบทุกสถิติที่เคยทำมา จนราคาหุ้นพุ่งกลับมาทวงตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกคืนได้อย่างสมศักดิ์ศรี
วันนี้ผมขอมาเจาะลึก 3 หมัดเด็ดที่ทำให้ Apple กลับมาผงาดในปี 69 นี้ครับ เผื่อใครกำลังเล็งจะเก็บเพิ่ม
1. iPhone 17: การอัปเกรดครั้งใหญ่ที่โลกรอคอย (Supercycle)
ปัจจัยหลักที่ทำให้งบไตรมาสล่าสุดออกมา "สวยจัด" คือยอดขาย iPhone 17 Series ครับ
• สถานการณ์ปี 69: รายได้จาก iPhone พุ่งกระฉูด เพราะผู้ใช้รุ่นเก่า (ตั้งแต่ iPhone 12-14) แห่กันอัปเกรดเครื่องใหม่พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
• เหตุผล: เพราะต้องการใช้ฟีเจอร์ Apple Intelligence แบบเต็มสูบ ซึ่งชิปรุ่นเก่ารันไม่ไหว นี่คือ "กับดัก" เอ้ย! กลยุทธ์ที่ Apple วางหมากไว้เป๊ะมาก ทำให้เกิดรอบการเปลี่ยนเครื่องครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
2. Services: ขุมทรัพย์ที่กินได้ไม่รู้จบ
ในขณะที่เราตื่นเต้นกับตัวเครื่อง แต่ "กำไรเน้นๆ" ของ Apple มาจากธุรกิจ Services (App Store, iCloud, Apple Music, Apple Pay) ครับ
• ตัวเลขปี 69: รายได้ส่วนนี้แตะระดับ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อไตรมาสเป็นครั้งแรก พร้อมอัตรากำไร (Margin) ที่สูงลิ่วถึง 75%
• จุดแข็ง: ยิ่งคนใช้ iPhone เยอะขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจ่ายค่าบริการรายเดือนให้ Apple มากขึ้นเท่านั้น นี่คือรายได้ที่แน่นอนและโตสม่ำเสมอที่สุด จนนักวิเคราะห์ยกให้เป็นหุ้น "กึ่งผูกขาด" ไปแล้ว
3. AI ในแบบ Apple: ไม่ต้องล้ำที่สุด แต่ "ใช้ง่ายที่สุด"
ในขณะที่คู่แข่งเน้นโชว์ความฉลาดแบบเทพเจ้า แต่ Apple เน้นความ "ง่าย" และ "ความเป็นส่วนตัว"
• ปี 69 นี้ Apple Intelligence เริ่มฉลาดขึ้นมาก และเข้าไปอยู่ในทุกจังหวะการใช้งาน ตั้งแต่ช่วยตอบเมลยัน Siri ที่คุยรู้เรื่องเสียที
• ความต่าง: Apple ไม่ต้องทุ่มงบลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) มหาศาลเท่า Microsoft หรือ Google เพราะเขาใช้ชิปในมือถือของลูกค้าช่วยประมวลผล (On-device AI) ทำให้กระแสเงินสดของ Apple ยังดูแข็งแกร่งกว่าคู่แข่งมากครับ
สรุป Checklist: หุ้น AAPL ในมุมมองนักลงทุน
• จุดแข็ง (Bull Case): ฐานแฟนคลับเหนียวแน่น (Ecosystem), ธุรกิจบริการโตแรงไม่หยุด, และการบริหารเงินสดที่ยอดเยี่ยม (ซื้อหุ้นคืนรัวๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น)
• จุดที่ต้องระวัง (Bear Case): ปัญหาเรื่องกฎหมายผูกขาดในยุโรปและอเมริกาที่ยังตามหลอกหลอน และค่าตัวหุ้น (P/E) ที่เริ่มขยับมาอยู่ในโซน "ค่อนข้างแพง"
มุมมองทิ้งท้าย:
สำหรับผม Apple คือหุ้นที่เป็น "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) ชั้นดีครับ แม้จะไม่ซิ่งหวือหวาแบบหุ้นชิปอย่าง Nvidia แต่ความเสถียรและความรวยระดับ "เงินสดล้นมือ" ทำให้ Apple ยังเป็นหุ้นที่ "ต้องมี" ติดพอร์ตไว้เพื่อความอุ่นใจครับ
หุ้น Apple (AAPL) ยอดขาย iPhone 17 ทุบสถิติ... เมื่อ Apple Intelligence เริ่มสำแดงเดชทวงบัลลังก์เบอร์ 1!
วันนี้ผมขอมาเจาะลึก 3 หมัดเด็ดที่ทำให้ Apple กลับมาผงาดในปี 69 นี้ครับ เผื่อใครกำลังเล็งจะเก็บเพิ่ม
1. iPhone 17: การอัปเกรดครั้งใหญ่ที่โลกรอคอย (Supercycle)
ปัจจัยหลักที่ทำให้งบไตรมาสล่าสุดออกมา "สวยจัด" คือยอดขาย iPhone 17 Series ครับ
• สถานการณ์ปี 69: รายได้จาก iPhone พุ่งกระฉูด เพราะผู้ใช้รุ่นเก่า (ตั้งแต่ iPhone 12-14) แห่กันอัปเกรดเครื่องใหม่พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
• เหตุผล: เพราะต้องการใช้ฟีเจอร์ Apple Intelligence แบบเต็มสูบ ซึ่งชิปรุ่นเก่ารันไม่ไหว นี่คือ "กับดัก" เอ้ย! กลยุทธ์ที่ Apple วางหมากไว้เป๊ะมาก ทำให้เกิดรอบการเปลี่ยนเครื่องครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
2. Services: ขุมทรัพย์ที่กินได้ไม่รู้จบ
ในขณะที่เราตื่นเต้นกับตัวเครื่อง แต่ "กำไรเน้นๆ" ของ Apple มาจากธุรกิจ Services (App Store, iCloud, Apple Music, Apple Pay) ครับ
• ตัวเลขปี 69: รายได้ส่วนนี้แตะระดับ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อไตรมาสเป็นครั้งแรก พร้อมอัตรากำไร (Margin) ที่สูงลิ่วถึง 75%
• จุดแข็ง: ยิ่งคนใช้ iPhone เยอะขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจ่ายค่าบริการรายเดือนให้ Apple มากขึ้นเท่านั้น นี่คือรายได้ที่แน่นอนและโตสม่ำเสมอที่สุด จนนักวิเคราะห์ยกให้เป็นหุ้น "กึ่งผูกขาด" ไปแล้ว
3. AI ในแบบ Apple: ไม่ต้องล้ำที่สุด แต่ "ใช้ง่ายที่สุด"
ในขณะที่คู่แข่งเน้นโชว์ความฉลาดแบบเทพเจ้า แต่ Apple เน้นความ "ง่าย" และ "ความเป็นส่วนตัว"
• ปี 69 นี้ Apple Intelligence เริ่มฉลาดขึ้นมาก และเข้าไปอยู่ในทุกจังหวะการใช้งาน ตั้งแต่ช่วยตอบเมลยัน Siri ที่คุยรู้เรื่องเสียที
• ความต่าง: Apple ไม่ต้องทุ่มงบลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) มหาศาลเท่า Microsoft หรือ Google เพราะเขาใช้ชิปในมือถือของลูกค้าช่วยประมวลผล (On-device AI) ทำให้กระแสเงินสดของ Apple ยังดูแข็งแกร่งกว่าคู่แข่งมากครับ
สรุป Checklist: หุ้น AAPL ในมุมมองนักลงทุน
• จุดแข็ง (Bull Case): ฐานแฟนคลับเหนียวแน่น (Ecosystem), ธุรกิจบริการโตแรงไม่หยุด, และการบริหารเงินสดที่ยอดเยี่ยม (ซื้อหุ้นคืนรัวๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น)
• จุดที่ต้องระวัง (Bear Case): ปัญหาเรื่องกฎหมายผูกขาดในยุโรปและอเมริกาที่ยังตามหลอกหลอน และค่าตัวหุ้น (P/E) ที่เริ่มขยับมาอยู่ในโซน "ค่อนข้างแพง"
มุมมองทิ้งท้าย:
สำหรับผม Apple คือหุ้นที่เป็น "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) ชั้นดีครับ แม้จะไม่ซิ่งหวือหวาแบบหุ้นชิปอย่าง Nvidia แต่ความเสถียรและความรวยระดับ "เงินสดล้นมือ" ทำให้ Apple ยังเป็นหุ้นที่ "ต้องมี" ติดพอร์ตไว้เพื่อความอุ่นใจครับ