ว่ามั้ย สักวันหนึ่งหากมนุษย์สามารถเดินทางไปยังดาวอังคารได้ มันจะเป็นการเดินทางขาเดียว กลับมาไม่ได้

เมื่อวันก่อนมีกระทู้ของสมาชิกท่านหนึ่งเขียนเกี่ยวกับการสร้างยานอวกาศใหญ่มีข้อจำกัดอะไรบ้าง  แล้วก็มีสมาชิกท่านหนึ่งก็เข้ามาแสดงความเห็นว่า สภาวะไร้แรงดึงดูดอาจจะเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง

ทำให้ผมคิดอะไรได้อยู่อย่างหนึ่งครับ
ผมได้ยูทูป อยู่เรื่องหนึ่ง ไม่กี่วันก่อน ในเรื่องที่ว่า " ใครก็ตามที่เดินทางไปยังดาวอังคารจะไม่มีโอกาสได้กลับมา"



คือ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีของจรวดหรือวิธีการที่จะไปดาวอังคาร
องค์ความรู้ที่ เรา(หมายถึงพวกนักวิทย์ฯะ ไม่ใช่พวกเราชาวพันทิปที่มีความรู้แค่หางอึ่ง🤣🤣🤣) มีอยู่ในปัจจุบันนี้
เราสามารถสร้างจรวดแล้วส่งไปยังดาวอังคาร เราสามารถกำหนดได้เลยว่าจะให้ ยานไปลงจุดไหนบนดาวอังคารได้
เราเกือบจะรู้ ทะลุปรุโปร่งหมดแล้วว่าดาวอังคารมีสภาพเป็นอย่างไร

เรารู้วิธีการกลับ ถึงแม้ว่ายังไม่เคยมีการกลับที่เกิดจริงๆ  ดวงจันทร์ไปแล้ว กลับแล้ว แต่ดาวอังคารมีไปอย่างเดียว
ยังไม่มีการกลับ  เรื่องกลับนั้นไม่ยากหรอก

แต่กำแพงท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือตัวของมนุษย์นั่นเอง
นักบินอวกาศใช้เวลา เดินทางไปดวงจันทร์ ประมาณ 3 วัน  แต่การเดินทางไปดาวอังคาร อาจจะต้องใช้เวลา 6 ถึง 9 เดือน
นักบินอวกาศที่ใช้ช่วงเวลาหนึ่ง บนสถานีอวกาศนานาชาติ  3 เดือน 6 เดือน บางคนร่วมปี
พอกลุ่มคนพวกนี้กลับลงมายังโลก ต่างก็เจอสภาวะเดียวกันนั่นก็คือ เกิดผลกระทบจากสภาพไรร้แรงโน้มถ่วง หรือ Microgravity

อาการก็คือ มวลกระดูลดลง กล้าเนื้อฝ่อ ของเหลวในร่างกายไหลย้อนขึ้นข้างบน

อันนี้คือแค่อยู่ในวงโคจรต่ำของโลกที่เรียกว่า Singha  เอ้ย  LEO (Low Earth Orbit) เท่านั้นนะ
ยังเกิดอาการเช่นนี้  พวกมวลกระดูกสามารถลดลงได้เดือนละ 1-2% กล้าเนื้อฝ่อลงเพราะแทบไม่ต้องใช้งานต่อสู้กับแรงดึงดูดของโลก
กล้ามเนื้อขาหรือแม้กระทั่งกล้ามเนื้อหัวใจ จะอ่อนลงอย่างมาก  สังเกตุดูเวลานักบินอวกาศกลับมายังโลก แทบจะเดินไม่ได้ ต้องหามเปลอย่างเดียว


แล้วถ้าเป็นดาวอังคารล่ะ

ดาวอังคาร มีแรงโน้มถ่วงต่ำกว่าโลกเกินครึ่งหนึ่ง คือมีแรงโน้มถ่วงอยู่ที่ประมาณ 38 %  
เมื่อมนุษย์เดินทางข้ามอวกาศ ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงออกไปยังดาวอังคาร
แล้วต้องไปอยู่ที่นั่งเป็นเวลานานๆ อย่างต่ำก็คือ 2 ปี  เพราะวงโคจรโลกกับดาวอังคาร จะโคจรเข้าใกล้ทุกๆ 26 เดือน
หากกลับก่อนก็จะต้องเดินทางที่ระยะทางยาวมากขึ้น

ทีนี้พอไปอยู่ดาวอังคารนานๆ ร่างการมนุษย์ก็จะปรับตัวเข้าสู่สภาวะแวดล้อมของดาวอังคาร
นั่นก็คือ หัวใจก็ไม่ต้องออกแรงสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย ตามที่อยู่บนโลก
กล้ามเนื้อที่ต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงต่อแรงโน้มถ่วงก็จะลดลงไป

การจะกลับมายังโลกใหม่ ร่างกายก็จะไม่ชินกับบรรยากาศของโลกอีกแล้ว ร่างกายมนุษย์ก็จะรู้สึกหนักขึ้นมากกว่าเดิม 2-3 เท่า
มวลกระดูกที่ลดลงก็จะทำให้กระดูกเปราะและหักได้ง่าย  หัวใจต้องกลับมาสูบฉีดที่แรงดันใหม่ก็อาจจะทำงานหนักและทำไม่ไหว
หัวใจล้มเหลวได้

การกลับมายังโลกมันไม่ใช่เรื่องของน้ำหนักหรือเรื่องของกล้ามเนื้ออย่างเดียว
มันเกี่ยวข้องกับพวกระบบประสาทส่วนกลางและพวกระบบการทรงตัว

อย่างที่บอกพวกนักบินอวกาศที่อยู่ที่สถานีอวกาศนานาชาติเวลากลับมา
จะต้องกลับทำกายภาพบำบัด ต้องกลับมาสร้างกล้ามเนื้อต้องกลับมาหัดเดินกันใหม่
ใช้เวลานานเป็นเดือนถึงหลายเดือนเลยทีเดียว

แล้วการเดินทางไปยังดาวอังคารแล้วต้องกลับมาอีะล่ะ  จะทำอย่างไร มันใช้เวลามากกว่ากัน หลายเท่ามากๆ
ร่างกายอาจจะเสียหายไม่สามารถกู้สภาพให้กลับคืนมาได้ 100 % อย่างแน่นอน

นี่ยังไม่พูดถึง เรื่องพวกรังสีคอสมิค ต่างๆในอวกาศเลยนะ

ผมเลยค่อนข้างจะคล้อยตาม ที่ว่า มนุษย์เดินทางไปดาวอังคารได้ แต่จะเป็นการเดินทางขาไปอย่างเดียวจะไม่มีการเดินทางขากลับ


ลองดูคลิปนี้ได้ครับ  อาจจะยาวหน่อย เกือบ 14 นาที แต่เรื่องนี้น่าสนใจมากๆครับ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



***แล้วล่าสุด อีลอน มักส์ ก็ประกาสออกมาทาง " X " แล้วว่า SpaceX จะเบนเข็มมุ่งไปยังดวงจันทร์มากกว่าดาวอังคาร
หมายความพับแผนเรื่องไปดาวอังคารออกไปแล้ว

มักส์ บอกดาวอังคารซับ้อนกว่าดวงจันมร์มาก จะทำอะไรก็ต้องรอ ทุก 2 ปี  สู้ไปดวงจันทร์ดีกว่า ไปได้เกือบทุกเดือน
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่