บ้านผมมีกฎข้อเดียว: ห้ามแสดงออกว่าแม่อยู่ในบ้าน




ผมต้องเริ่มเล่าตั้งแต่แรก ต้องพยายามทำความเข้าใจกับมันให้ได้มากที่สุด เพื่อตัวผมเอง..

ตั้งแต่จำความได้ ชีวิตผมถูกกำหนดด้วยกฎเพียงข้อเดียวเท่านั้น กฎที่ไม่มีใครพูดถึง ไม่เคยถูกเขียนลงกระดาษ ไม่เคยมีคำอธิบาย มันเป็นกฎที่ผมเรียนรู้จากการถูกลงโทษด้วยความเงียบ ด้วยสายตาดุดันของพ่อ ด้วยบรรยากาศตรึงเครียดที่หนักอึ้งจนแทบจะสัมผัสได้ กฎง่ายๆ หนึ่งข้อ..
"ห้ามแสดงออกว่ามีแม่อยู่ในบ้าน"

แม่เป็นแม่ผม อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับผม มีตัวตนจริงสัมผัสได้จริงเหมือนโต๊ะกินข้าวที่พวกเรานั่งกินข้าวกันทุกวัน เหมือนบันไดที่ผมใช้เดินขึ้นไปที่ห้องนอนชั้นบนทุกคืน แต่สำหรับพ่อผมแล้ว แม่เปรียบเสมือนวิญญาณที่พวกเราตกลงกันว่าไม่มีตัวตน

ทุกเช้า ตอนผมลงมากินข้าว แม่จะยืนอยู่หน้าเตา สวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้หันมายิ้มให้ผม มันเป็นยิ้มที่แสนเศร้าเสมอ ในแบบที่ปากยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม
"ตื่นแล้วเหรอลูก" แม่ทักด้วยเสียงเล็กๆ เหมือนเสียงใบไม้แกว่งไกวบนกิ่งไม้

และทุกครั้งผมจะมองผ่านแม่ไปที่หม้อต้มกาแฟบนเคาน์เตอร์ข้างหลัง เดินไปเปิดตู้ หยิบถ้วยมาทำซีเรียลใส่นมเอง แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร พ่อผมจะนั่งอยู่ที่นั่นแล้วพร้อมหนังสือพิมพ์ในมือ แม่จะถอนใจเบาๆ แล้วเอาจานใบที่สามมาวางระหว่างผมกับพ่อ ในจานมักมีไข่คนหรือไม่ก็แพนเค้กที่ทำอย่างสุดฝีมือ จานที่ไม่มีใครแตะต้องและถูกปล่อยทิ้งให้เย็นชืดคาโต๊ะ

ผมกับพ่อจะกินมื้อเช้ากันเงียบๆ มีเพียงเสียงช้อนขูดจานชามเซรามิคและเสียงพ่อพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่มีใครสนใจมองจานใบนั้น มันเป็นหลักฐานของความไม่ใยดีของเรา แม่จะนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น กุมสองมือบนตักเข้าด้วยกัน มองดูพวกเรากิน สีหน้าเต็มไปด้วยความหวังและความเศร้าใจ

บางครั้งแม่จะพยายามชวนคุย..

"ฟ้าครึ้มจัง ดูเหมือนวันนี้ฝนจะตกนะลูก" เสียงแม่สั่นนิดๆ "เอาร่มไปโรงเรียนด้วยนะ"

พ่อผมพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ เสียงกระดาษกรอบแกรบฟังดูดุดันในห้องที่เงียบสงัด ผมพยายามเคี้ยวซีเรียลกรอบเสียงดังเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง ไม่นาน แม่จะนั่งเงียบ ความหวังหายวับไป เหลือไว้เพียงความเศร้าอันลึกซึ้งบนใบหน้า

ส่วนมื้อค่ำก็เหมือนกัน แม่จะทำอาหารสุดฝีมือ กลิ่นหอมกรุ่นของไก่อบและขนมปังโฮมเมดอบอวลทั่วบ้าน แม่จัดจานสามใบบนโต๊ะอาหารพร้อมกระดาษเช็ดมือ พ่อกับผมลงนั่งที่โต๊ะและแม่จะตักอาหารเสิร์ฟ จากนั้นแม่จะมานั่งที่โต๊ะ เสิร์ฟตัวเองและพยายามชวนคุย

"ที่ทำงานเป็นยังไงบ้างคะคุณ?" แม่ถามพ่อ

พ่อกระแอมพลางหั่นชิ้นเนื้อตรงหน้าอย่างขะมักเขม้น

แม่หันมาทางผม "แล้วโรงเรียนล่ะ วันนี้มีสอบหรือเปล่า?"

ผมจะพึมพำอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตาจ้องจานตรงหน้าแล้วตักอาหารใส่ปากจะได้ไม่ต้องพูด

มันเป็นกิจวัตรที่แสนจะอึดอัด การต้องแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นแม่ทำเอาผมเครียด ทุกๆ วันคือการแสดงโชว์ว่าในบ้านนี้มีแค่ผมกับพ่อ ไม่มีแม่อยู่ ผมเติบโตมาในบ้านที่มีคนสามคน แต่ถูกสอนมาให้ปฏิบัติตัวเหมือนมีคนแค่สองคน

ผมทำตามกฎมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เด็กๆ มักจะยอมรับความแปลกประหลาดได้ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติเพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขารู้และถูกสอนมา พระอาทิตย์ขึ้นแล้วลง ท้องฟ้าสีฟ้า และอย่าพูดกับแม่ มันเคยเป็นแค่ความจริงของชีวิต ผมเรียนรู้ที่จะมองเลยแม่ แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเหมือนแม่ไม่มีตัวตนจนกลายเป็นแค่ส่วนหนึ่งของพื้นหลัง เหมือนสีบนผนังบ้าน

แต่พออายุมากขึ้น จากเด็กวัยรุ่นจนตอนนี้อายุยี่สิบต้นๆ การยอมรับในกฎข้อนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ตอนแรกมันเปลี่ยนเป็นความสับสน จากนั้นมันกลับกลายเป็น 'ความรู้สึกผิด'..

ผมเริ่มมองดูแม่ มองเห็นริ้วรอยรอบดวงตาเศร้าหมอง ผมเห็นแม่ไหล่ตกตอนผมและพ่อไม่แม้แต่จะมองเธอ ผมเห็นแม่วางมือที่หลังพนักเก้าอี้ที่พ่อนั่งตอนเดินผ่าน ความโหยหาความรักที่ไม่เคยได้รับ ผมเห็นผู้หญิงแสนโดดเดี่ยวตัวคนเดียวติดอยู่ในกรงขังที่เรียกว่า "บ้าน"

ผมเริ่มมองพ่อในอีกมุมหนึ่ง ชายเงียบขรึมที่ครั้งหนึ่งผมเคยมองว่าเป็นผู้ปกป้องของผม ตอนนี้เริ่มดูเหมือนผู้ร้ายในหนัง กฎของพ่อไร้เหตุผล เย็นชา มันเป็นการลงโทษทางใจที่แสนสาหัส แม่เคยไปทำอะไรให้พ่อกันถึงต้องถูกขนาดนี้? แม่เคยมีชู้หรือไง? หรือเคยทำอะไรร้ายแรงตอนผมยังเด็กจำอะไรไม่ได้?

ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม การลงโทษของพ่อดูจะเกินจำเป็นมากไป มันเป็นการทรมานทางใจที่เลือดเย็น และเขาบังคับให้ผมร่วมมือด้วย

ผมเริ่มไม่พอใจพ่อมากขึ้นทุกที ความเกลียดให้ความรู้สึกเหมือนแรงดันข้างในซี่โครง ผมเริ่มนอนไม่หลับ ทุกคืนตอนนอนนิ่งๆ บนเตียงจะได้ยินเสียงแม่ร้องไห้เบาๆ ดังมาจากห้องนอนพ่อกับแม่ มันเบามากๆ ราวกับว่าแม่พยายามร้องเงียบๆ จะได้ไม่รบกวนใคร  และนั่นทำผมเศร้าเอามากๆ พ่อผมที่นอนอยู่ข้างแม่ทุกคืน ได้ยินเสียงแม่ร้องไห้แล้วไม่ทำอะไรเลยได้ยังไง? เป็นสามีประเภทไหน ทำไมใจดำได้ขนาดนี้?

ผมเริ่มมองว่าพ่อเป็นพวกโรคจิตที่เกลียดผู้หญิง พวกบ้าอำนาจ พ่อลบแม่ออกจากชีวิตเรา ไม่ยอมให้แม่ได้มีตัวตน ได้ออกความเห็นอะไรในบ้านหลังนี้ที่เป็นบ้านของแม่เอง และตลอดมาผมช่วยพ่อ ผมทำตามกฎบ้าๆ นั่นราวกับคนตาบอดโดยไม่ได้ใช้สมองไตร่ตรองให้ดี

จุดแตกหักมาถึงเมื่อวันอังคารที่แล้ว มันเป็นวันฝนตกที่ท้องฟ้าอึมครึม ตอนนั้นผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น แม่เดินเข้ามาแล้วไปยืนอยู่ที่หน้าต่างมองดูหยาดฝนบนกระจก แม่ไม่ได้พยายามพูดกับผม แค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองดูโลกข้างนอกที่ทั้งที่แม่เป็นส่วนหนึ่งของมันหากแต่ไม่อาจแตะต้องมันได้

แม่เริ่มฮัมเพลงเศร้า มันเป็นเพลงคุ้นเคยที่ผมพอจำได้ลางๆ ราวกับความฝันที่จำได้แค่ครึ่งเดียวเมื่อลืมตาตื่น ผมรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกที่คอ ตามองภาพสะท้อนของแม่บนกระจกหน้าต่าง ร่างโปร่งแสงบนภาพต้นไม้ไหวในสายลมกรรโชกข้างนอก ไหล่ของแม่สั่นนิดๆ แทบมองไม่เห็น..

แม่ร้องไห้อีกแล้ว..

อกผมเหมือนเขื่อนกั้นน้ำระเบิด ความรู้สึกผิด ความสงสารแม่ และความรักของแม่ที่ผมไม่ได้รับอนุญาตให้ได้รับตลอดหลายปีทีผ่านมา ทั้งหมดไหลบ่าออกมาอย่างไร้การควบคุม สิ่งที่ผมและพ่อทำกับแม่มันผิด ทุกอย่างมันผิดอย่างร้ายแรง ผมไม่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของความผิดพลาดนี้อีกต่อไปแล้ว

ผมรอ.. รอจนกระทั่งได้ยินเสียงรถพ่อขับออกไปร้านขายเครื่องมือช่างอย่างที่เคยทำทุกอาทิตย์ มันเป็นสิ่งที่พ่อชอบทำ ออกไปซื้อของข้างนอก ให้เวลากับตัวเองสักสองสามชั่วโมง ทั้งบ้านเงียบสงัดแปลกๆ ราวกับว่าบ้านหลังนี้ว่างเปล่าไม่มีใครอยู่ แต่มันไม่ได้ว่างเปล่า แม่ผมอยู่บ้าน..

ผมหาแม่เจอที่ครัว กำลังยืนล้างจานอยู่เงียบๆ หันหลังให้ผม ใจผมเต้นรัวเร็วจนผมคิดว่าแม่ต้องได้ยินเสียงใจผมเต้นแน่ๆ ปากคอผมแห้งผากไปหมด รู้สึกเหมือนกำลังจะทำผิดกฎฟิสิกส์ เหมือนกับว่าจักรวาลเองจะแตกร้าวถ้าผมเปิดปากพูด

ผมสูดหายใจลึก

"แม่.."

คำว่า "แม่" รู้สึกแปลกชอบกลในปาก

แม่ชะงักค้าง มือที่ยังจมอยู่ใต้น้ำสบู่ในอ่างล้างจานหยุดคาอยู่กับที่ ความเงียบที่ตามมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งยากจะอธิบายเกินกว่าความเงียบใดๆ ในบ้านที่ผมเคยประสบมา แม่หันมองผมช้าๆ..

💬 ติดตามอ่านตอนต่อไป: https://talescorner101.blogspot.com/2026/02/blog-post.html?m=1

..
อ่านแชทหลอน/เรื่องสั้นหลอน:
https://s.lemon8-app.com/al/GgUFTcysww

อ่านเรื่องสั้น/เรื่องแปลหลอน:
https://talescorner101.blogspot.com/?m=1

https://www.facebook.com/share/19yPxNizUE/

*เครดิตต้นฉบับ: https://www.reddit.com/r/stories/s/jbqWAZhXAe
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่