ไมนูฉายแสงหลังยุคอโมริม – แฟร์นันด์สจุดประกายความคิดสร้างสรรค์

กระทู้สนทนา
[United Calypso 1976 #10]
ไมนูฉายแสงหลังยุคอโมริม – แฟร์นันด์สจุดประกายความคิดสร้างสรรค์

ชัยชนะ 2-0 ของแมนฯ ยูไนเต็ด เหนือสเปอร์สเมื่อวันเสาร์ ไม่ได้เป็นเพียงสามคะแนนสำคัญ แต่คือค่ำคืนที่ชื่อของ ค็อบบี ไมนู และ บรูโน แฟร์นันด์ส ถูกพูดถึงมากที่สุด ไมนูกลับมาฉายแสงอย่างเต็มตัวหลังการจากไปของ รูเบน อโมริม ขณะที่แฟร์นันด์สยังคงตอกย้ำบทบาทจอมทัพผู้สร้างสรรค์เกมรุกให้ทีมเดินหน้าอย่างมีชีวิตชีวา

คำถามเกี่ยวกับไมนู เคยกลายเป็นมุกประจำงานแถลงข่าวในยุคอโมริม อดีตกุนซือดูไม่เชื่อมั่นว่ากองกลางดาวรุ่งรายนี้ควรได้รับการยกย่องมากขนาดนั้น แต่เวลาพิสูจน์แล้วว่าเขาคิดผิด ก่อนการมาถึงของ ไมเคิล คาร์ริก ไมนูไม่ได้ออกสตาร์ตในพรีเมียร์ลีกแม้แต่นัดเดียว ทว่าเมื่อเปลี่ยนมือกุนซือ เขาได้ลงตัวจริงสี่นัดรวด และยูไนเต็ดชนะทั้งสี่เกม

การจับคู่กับคาเซมิโร ซึ่งอโมริมมองว่าไม่น่าเป็นไปได้ กลับออกมาน่าประทับใจอย่างยิ่ง การปรับระบบยังปลดล็อกให้แฟร์นันด์สได้เล่นในตำแหน่งถนัด ไมนูจึงสอดประสานเข้าสู่ทีมได้อย่างราบรื่น ดาวรุ่งวัย 20 สมควรได้รับเครดิตที่เรียกจังหวะกลับมาได้รวดเร็วหลังแทบไม่มีนาทีลงสนาม ความสมดุลที่เขามอบให้ทีมคือเรื่องหนึ่ง แต่การได้เห็นเด็กปั้นอะคาเดมีก้าวขึ้นมาคือพลังใจอีกด้าน ที่สำคัญที่สุด เขาคือนักฟุตบอลชั้นดีโดยพื้นฐาน

เกมพบสเปอร์ส ไมนูจ่ายบอลในพื้นที่สุดท้ายถึง 33 ครั้ง มากกว่าสถิติเดิมของเขาในพรีเมียร์ลีกถึง 12 ครั้ง และเป็นตัวเลขสูงสุดของทุกคนในสนาม รวมถึงสูงสุดของลีกตลอดสุดสัปดาห์นั้น คาเซมิโรทำได้ใกล้เคียง คาร์ริกบอกว่าทั้งคู่คือ “ส่วนสำคัญในการควบคุมทีม” แม้สเปอร์สเหลือ 10 คน แต่คำพูดที่คาร์ริกเคยชื่นชมว่าเขาชอบ “วิธีที่ค็อบบีรับบอล” และเป็น “ความสุขที่ได้ดูเขาเล่น” ก็เห็นภาพชัดเจน

คาร์ริกกล่าวว่า “ต้องให้เครดิตเขา เขากลับมาหาจังหวะของตัวเองได้ทันที ซึ่งไม่ง่ายเลยหลังห่างหายไป เรารู้ว่าเขาจัดการกับบอลได้ดี และผมมั่นใจว่าเขาจะพัฒนาต่อไป เราต้องอดทนและไม่คาดหวังมากเกินไป”

หากระบอบก่อนยังอยู่ต่อ ไมนูอาจกลายเป็นพรสวรรค์ที่หลงทางของยูไนเต็ด แต่ตอนนี้คาร์ริกช่วยให้ทุกคนได้เห็นคุณภาพของเขาอีกครั้ง บางทีเขาอาจมีประโยชน์ต่ออโมริมไม่น้อยเลย

ด้านแฟร์นันด์ส เพลย์เมกเกอร์โปรตุเกสยิงประตูที่สองให้ทีม และส่องไกลนอกกรอบถึงหกครั้ง ที่โดดเด่นยิ่งกว่าคือการสร้างสรรค์โอกาส เขาควรได้อีกหนึ่งแอสซิสต์ในจังหวะสุดท้ายหาก เบนจามิน เซสโก โหม่งไม่พลาดทั้งที่ไร้ตัวประกบ

แฟร์นันด์สสร้างโอกาสหกครั้ง มากที่สุดของพรีเมียร์ลีกในสัปดาห์นั้น และเป็นครั้งที่สามของฤดูกาลที่ทำได้ มีเพียง รายาน แชร์กี ที่ทำได้เกินหนึ่งครั้งเช่นกัน สองในสามเกมเกิดขึ้นภายใต้คาร์ริก ซึ่งไม่น่าแปลกเพราะเขากลับมาเล่นในพื้นที่ที่ถนัดที่สุดของสนาม

ความจริงแล้วแม้ยุคอโมริม แฟร์นันด์สก็ทำสถิติโดดเด่น เขาสร้างโอกาสแล้ว 74 ครั้งในฤดูกาลนี้ ขณะที่ไม่มีใครในลีกแตะหลัก 50 เลย ตอนนี้เขามีส่วนร่วมกับ 200 ประตูให้ยูไนเต็ดทุกรายการแล้ว แม้ยังเป็นตัวละครที่แบ่งความเห็น แฟนคู่แข่งมักโจมตี และแฟนยูไนเต็ดบางส่วนตั้งคำถามว่าเขาอาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะช่วงเวลาของเขาทับซ้อนกับยุคตกต่ำของสโมสร

เสียงวิจารณ์เหล่านั้นควรยุติได้แล้ว แฟร์นันด์สคือเหยื่อของความป่วยไข้ในภาพรวมมากกว่า หากเขาพายูไนเต็ดกลับสู่แชมเปียนส์ลีก เขามีเหตุผลหนักแน่นที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนักเตะแห่งปี ส่วนไมนู ชัยชนะเหนือสเปอร์สคือหลักฐานว่า พรสวรรค์ของเขายังมีค่ามหาศาล ยุคใหม่ของยูไนเต็ดอาจเริ่มต้นจากสองชื่อนี้ — เด็กปั้นผู้คืนชีพ และกัปตันผู้ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์

เรียบเรียงจากบทความของ Adam Bate, SKY Sports
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่