หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ AI บ้างแล้ว คุณอาจจะใช้ ChatGPT ช่วยคิดไอเดีย Content คุณอาจจะใช้มันช่วยเขียน Headline โดนๆ หรือบางคนก็ใช้ AI ช่วยดูดวงเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาไปเลย
แต่เดี๋ยวก่อนครับถ้าคุณคิดว่า AI ทำได้แค่นั้น คุณกำลังพลาดของดีไปเยอะมาก AI ในวันนี้มันไปไกลกว่าการเป็นแค่ผู้ช่วยเขียน Content แล้ว มันสามารถเป็น "ทีมการตลาด" ทั้งทีมให้คุณได้เลย AI สามารถเข้ามาช่วยงานการตลาดได้ในทุกขั้นตอนเลยไม่ใช่แค่ขั้นตอนเดียว วันนี้ผมจะมาย่อยเรื่องนี้ให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ เราจะมาดูกันว่า AI เข้ามาพลิกเกมการตลาดยังไงและคุณจะเริ่มใช้มันแบบมือโปรได้ยังไงเตรียมตัวให้พร้อมครับ เพราะหลังจากอ่านบทความนี้จบวิธีทำงานการตลาดของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
AI กับ 5 ขั้นตอนการตลาด ทำงานฉลาดขึ้น 100%
ก่อนที่เราจะพุ่งไปที่ชื่อเครื่องมือรัวๆ เราต้องเข้าใจภาพใหญ่ของการตลาดก่อน เขาแบ่งขั้นตอนการทำการตลาดไว้ 5 สเต็ปหลักๆ ซึ่งผมว่ามันเข้าใจง่ายมากครับลองมาไล่ดูกันทีละสเต็ปเลย
1.การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) นี่คือจุดเริ่มต้นครับ เราต้องรู้ก่อนว่าโลกกำลังหมุนไปทางไหน เทรนด์คืออะไร พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นยังไง คู่แข่งทำอะไรอยู่
2.การวางแผน (Planning) พอมีข้อมูลแล้ว เราก็ต้องวางแผน จะทำ Content แบบไหน จะใช้ช่องทางไหน จะสื่อสาร Key Message อะไร งบประมาณเท่าไหร่ กลยุทธ์ SEO จะเป็นยังไง
3.การผลิตชิ้นงาน (Production) นี่คือสเต็ปที่คนคุ้นเคยกัน การสร้าง Content จริงๆ ทั้งรูปภาพ วิดีโอสั้น วิดีโอยาว บทความ
4.การเซตแคมเปญ (Campaign Setup) คือการลงมือทำจริง การซื้อโฆษณาออนไลน์ การตั้งค่าต่างๆ
5.การติดตามและตรวจสอบ (Monitoring) พอทำไปแล้วก็ต้องวัดผล สิ่งที่เราทำไปมันเวิร์คไหม ผลลัพธ์เป็นยังไง ต้องปรับปรุงอะไร
ทีนี้เราจะมาเจาะลึกกันทีละสเต็ป ว่า AI มันเข้ามาช่วยเราในแต่ละขั้นตอนนี้ได้ยังไงบ้าง
ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูล AI คือนักสืบ Real-Time ของคุณ
การตลาดที่ดีเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำ แต่ก่อนนี่คืองานช้างเลยครับ เราต้องอ่านรีพอร์ตเป็นปึกๆ ต้องนั่งเฝ้าเทรนด์เอง แถม ChatGPT ที่เราใช้กันบ่อยๆ ข้อมูลมันก็ไม่อัปเดต ถามเรื่องเมื่อวานมันก็ไม่รู้เรื่องแล้ว
แต่ข่าวดีคือ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วครับ
ChatGPT 4o กับ Deep Research ล่าสุด ChatGPT เขาอัปเกรดแล้ว ในโมเดล 4o มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Deep Research มันคือการที่ AI วิ่งออกไปท่องเว็บ ไปรวบรวมข้อมูลสดๆ ร้อนๆ มาให้เรา แล้ววิเคราะห์เทรนด์ที่เกิดขึ้นจริงให้เห็นภาพเลย นี่คือ Game Changer ของจริง
Perplexity AI ตัวนี้คือพระเอกเรื่องการหาข้อมูลแบบ Real-Time เลย ถ้าคุณอยากรู้พฤติกรรมผู้บริโภคตอนนี้ อยากรู้อินไซต์ลูกค้าของคุณ อยากรู้ว่าโลกกำลังฮิตอะไร โยนคำถามใส่ Perplexity ได้เลย มันเก่งเรื่องการวิเคราะห์และสรุปข้อมูลมากๆ
Deepseek นี่คือ AI จากจีนที่น่าจับตามาก มันเรียนรู้ได้ไวสุดๆ เราสามารถใช้ 3 เครื่องมือนี้แหละครับ ChatGPT Perplexity หรือ Deepseek ในการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค
แล้วข้อมูลภายในล่ะ ธุรกิจของคุณน่าจะมีข้อมูลเก็บไว้เองบ้างใช่ไหมครับ เช่น ไฟล์ Excel หรือ Google Sheet ที่เต็มไปด้วยตัวเลข คุณไม่ต้องนั่งปวดหัววิเคราะห์เองแล้ว ก็ใช้ ChatGPT นี่แหละ อัปโหลดไฟล์เข้าไปเลย แล้วสั่งให้มันช่วยวิเคราะห์ Data ให้ Gemini ของ Google ก็ทำได้ดีเช่นกัน ข้อควรระวังมีนิดเดียวคือเราต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ AI สรุปมาด้วย อย่าเพิ่งเชื่อ 100%
ขั้นตอนที่ 2 วางแผน AI คือสุดยอดนักกลยุทธ์ส่วนตัว
พอเรามีข้อมูลดิบในมือ ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนนี่คือจุดที่ AI เริ่มแสดงความเทพที่เหนือกว่าการคิด Content ธรรมดา
คุณอาจจะยังใช้ ChatGPT หรือ Gemini ในการวางแผนทั่วไป ซึ่งมันก็ทำได้ดีระดับนึงแต่เทคนิคที่โปรเขาใช้กันตอนนี้ มันล้ำกว่านั้นครับ
มันคือการสร้าง
AI Agent หรือ
My GPTs

AI Agent คืออะไร มันคือการที่เรา "สร้าง" คาแรคเตอร์ให้ AI เราไม่ได้คุยกับ AI ทั่วไป แต่เรากำลังคุยกับ AI ที่เรา "ปั้น" มากับมือ ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ลองนึกภาพนะครับ คุณสามารถสร้างทีมการตลาด AI ของคุณเองได้เลย
สร้าง "AI นักวางแผนการตลาด" คุณป้อนข้อมูลธุรกิจของคุณทั้งหมดให้มัน ป้อนข้อมูลคู่แข่ง ป้อนผลลัพธ์แคมเปญเก่าๆ แล้วให้มันวางแผนกลยุทธ์หลักให้
สร้าง "AI ผู้เชี่ยวชาญ SEO" คุณป้อนคีย์เวิร์ดที่คุณมีป้อนบทความเก่าๆ ของคุณ ป้อนข้อมูลเทคนิคอล SEO แล้วให้มันวางแผน SEO ทั้งหมด
สร้าง "AI นักคิด Content" ป้อน Brand Voice ของคุณ ป้อนตัวอย่าง Content ที่เคยปัง แล้วให้มันช่วยคิดไอเดีย Content รายเดือน
ความเก่งของ AI Agent พวกนี้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เราป้อนให้มันเรียนรู้ครับ ยิ่งเราให้รายละเอียดมันเยอะ ยิ่งเราสอนมันว่าผลลัพธ์แบบไหนที่เราอยากได้ มันก็จะยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆ นี่คือการสร้างผู้ช่วยการตลาดที่รู้ใจเราที่สุด
เครื่องมืออย่าง Perplexity ก็ช่วยเรื่องการวางแผนได้เยอะ เพราะมันมีข้อมูลการตลาดที่ค่อนข้างครบถ้วน ลองเล่นหลายๆ ตัวครับ แล้วดูว่าคุณชอบผลลัพธ์ของตัวไหน แล้วค่อยหยิบมาปรับใช้กับงานของเรา
ขั้นตอนที่ 3 ผลิตชิ้นงาน AI คือโรงงาน Content ครบวงจร
มาถึงขั้นตอนที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ AI ก็พัฒนาไปไกลมากในสเต็ปนี้เช่นกัน
งานเขียน (Text Content) สารตั้งต้นของทุกอย่างคือตัวอักษร ไม่ว่าจะเป็นแคปชั่น บทความ SEO
ChatGPT เรามักใช้ตัวนี้เป็น "คนคิดโครง" ให้มันช่วยร่างภาพใหญ่ๆ ก่อน ว่าบทความนี้ควรมีหัวข้ออะไรบ้าง
Claude นี่คือดาวเด่นสำหรับ
ภาษาไทย คุณเอมมี่แนะนำตัวนี้ และผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง Claude เขียนภาษาไทยได้เป็นมนุษย์มากๆ ภาษาสวย สละสลวย เราสามารถสั่งปรับโทนได้ละเอียด อยากได้โทนจริงจังแบบบทความ หรือโทนกันเองแบบแคปชั่นโซเชียล Claude จัดให้ได้หมด มันเก่งมากสำหรับงาน Long-form Content ที่ต้องเน้น SEO
Jasper.ai ตัวนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Content โดยเฉพาะเลย ผลลัพธ์ดีมาก แต่น่าเสียดายที่มันไม่รองรับภาษาไทย ถ้าใครทำการตลาดต่างประเทศ ขายของบน Amazon Jasper คือเครื่องมือที่ต้องมี มันช่วยคิดรายละเอียดสินค้าหรือแคปชั่นได้เทพมาก
งานภาพและวิดีโอ (Visual Content) นี่คือสมรภูมิที่เดือดที่สุด
Sora (ใน ChatGPT 4o) ตอนนี้ Sora ถูกปล่อยออกมาใน ChatGPT 4o แล้ว มันสามารถผลิต Mockup วิดีโอสั้นๆ ให้เราได้ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาสวยงามน่าทึ่ง อาจจะต้องเอาไปตัดต่อเพิ่มเติมนิดหน่อย แต่ถือว่าประหยัดเวลาไปได้มหาศาล
Midjourney ยังคงเป็นตัวท็อปสำหรับคนที่อยากได้ภาพนิ่งที่สวยงาม มีความละเอียดสูง และปรับแต่งได้ดั่งใจ
Deepseek ค่ายนี้เขาก็มีฟีเจอร์ผลิตภาพและวิดีโอเช่นกัน
Alisa.ai สำหรับสายเลือดไทย เราก็มี Alisa AI ที่ผลิตรูปภาพและวิดีโอได้ ลองใช้งานดูครับ ว่าเราถนัดเครื่องมือตัวไหน เคล็ดลับคือลองให้มันทำงานร่วมกัน เช่น ใช้ ChatGPT คิดสคริปต์ ใช้ Claude เกลาภาษาไทย แล้วใช้ Sora สร้างวิดีโอ นี่คือ Workflow ของคนทำงานยุคใหม่
ขั้นตอนที่ 4 เซตแคมเปญ AI คือผู้ช่วยยิงแอดสุดแม่น
หลายคนอาจจะนึกถึง Marketing Automation ซึ่งอันนั้นก็เป็นอีกเรื่องนึงที่น่าสนใจแต่ในที่นี้ เรากำลังพูดถึงการใช้ AI ช่วย "วางแผน" การยิงแอด
AI เกือบทุกตัวสามารถช่วยเราได้ ถ้าเรา "สั่งงาน" มันเป็น
นี่คือหัวใจสำคัญเน้นย้ำ และผมอยากขีดเส้นใต้ 10 เส้นเลย คือการเขียน
Effective Prompt Message
คุณจะเดินไปบอก AI ดื้อๆ ไม่ได้ว่า "ช่วยเซตแคมเปญยิงแอดสกินแคร์ให้หน่อย" ถ้าคุณสั่งแบบนี้ AI ก็จะให้คำตอบกว้างๆ แบบที่เอาไปใช้จริงกับธุรกิจคุณไม่ได้เลย

คุณต้องให้ "บริบท" กับมันครับ คุณต้องเล่า Background ให้มันฟัง คุณต้องรู้ว่าสิ่งที่คุณอยากได้คืออะไร
Prompt ที่ดีควรมีอะไรบ้าง
Background ธุรกิจ เราเป็นใคร ขายอะไร
เป้าหมาย แคมเปญนี้ต้องการอะไร ยอดขาย หรือการรับรู้
กลุ่มลูกค้า ลูกค้าที่เรามีอยู่เป็นยังไง ที่เราอยากได้เป็นยังไง
สิ่งที่เคยทำ แคมเปญก่อนหน้าอันไหนเวิร์ค อันไหนไม่เวิร์ค
งบประมาณ เรามีเงินเท่าไหร่
ช่องทาง เราจะยิงแอดในช่องทางไหนบ้าง
คู่แข่ง คู่แข่งของเราคือใคร เขาทำอะไรอยู่
เมื่อเราใส่ข้อมูลเหล่านี้เข้าไป AI จะกลายเป็นนักวางแผนแคมเปญที่ฉลาดมาก มันจะช่วยคิดได้เลยว่า ควรใช้ Target Audience แบบไหน ควรใช้รูปภาพหรือ Key Message อะไร นี่คือการใช้ AI ให้คุ้มค่าที่สุด
ขั้นตอนที่ 5 ติดตามผล AI คือนักวิเคราะห์ Data ส่วนตัว
มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่หลายคนเบือนหน้าหนี นั่นคือการ "อ่านรีพอร์ต" มันเป็นงานที่น่าเบื่อ ต้องมานั่งกรอกข้อมูล Manual ทีละช่อง ต้องมานั่งจ้องตัวเลขใน Excel AI จะมาปลดแอกเราจากงานนี้ครับ
วิธีที่ง่ายที่สุด
ยิงแอดไปแล้วใช่ไหมครับ
ไปที่หลังบ้าน Facebook หรือช่องทางอื่นๆ
Export Data หรือข้อมูลแคมเปญนั้นออกมา
มันมักจะออกมาเป็นไฟล์ Excel ที่ยุ่งเหยิง
คุณแค่ Clean Data นิดหน่อย
แล้ว
อัปโหลดไฟล์นั้นเข้าไปใน ChatGPT หรือ Gemini
จากนั้น "คุย" กับมันเป็นภาษาคนได้เลย
ถามมันไปเลยว่า "แคมเปญนี้เป็นยังไงบ้าง" "เงินที่จ่ายไปคุ้มค่าไหม" "Media หรือ Copywriting ตัวไหนต้องปรับปรุง" "แคมเปญหน้าควรปรับอะไร"
AI จะวิเคราะห์ตัวเลขทั้งหมด แล้วสรุปผลเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายให้เราทันที ประหยัดเวลาไปได้หลายชั่วโมง ไม่ต้องปวดหัวกับสูตร Excel อีกต่อไป
หรือถ้าใครใช้
Notion อยู่แล้ว Notion AI ก็สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในตารางของเราได้เลย แค่เราต้องมี Marketing Template หรือคลัง Data ของเราที่เก็บไว้ดีๆ ก่อน
นี่คือภาพรวมทั้งหมดครับ AI ไม่ได้มาเป็นแค่เครื่องมือเขียน Content แต่มันเป็น "ผู้ช่วย" เป็น "พาร์ทเนอร์" ที่แทรกซึมอยู่ในทุกขั้นตอนการทำงานของเรา ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน การวางแผนกลยุทธ์ที่เฉียบคม การผลิตชิ้นงานที่รวดเร็วและหลากหลาย การวางแผนยิงแอดที่แม่นยำ ไปจนถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่น่าปวดหัว
โลกเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า AI จะมาแทนที่เราหรือไม่ คำถามคือ เราจะใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ เพื่อประหยัดเวลา และสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ยังไง ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ เลือกมาสัก 1 ขั้นตอนที่คุณคิดว่าน่าจะช่วยคุณได้มากที่สุด แล้วเริ่มใช้ AI กับมันเลย คุณจะทึ่งกับเวลาที่คุณได้กลับคืนมา
5 ขั้นตอนการตลาดที่ช่วยให้ทำงานฉลาดขึ้น 100% ด้วย AI
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ AI บ้างแล้ว คุณอาจจะใช้ ChatGPT ช่วยคิดไอเดีย Content คุณอาจจะใช้มันช่วยเขียน Headline โดนๆ หรือบางคนก็ใช้ AI ช่วยดูดวงเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาไปเลย
แต่เดี๋ยวก่อนครับถ้าคุณคิดว่า AI ทำได้แค่นั้น คุณกำลังพลาดของดีไปเยอะมาก AI ในวันนี้มันไปไกลกว่าการเป็นแค่ผู้ช่วยเขียน Content แล้ว มันสามารถเป็น "ทีมการตลาด" ทั้งทีมให้คุณได้เลย AI สามารถเข้ามาช่วยงานการตลาดได้ในทุกขั้นตอนเลยไม่ใช่แค่ขั้นตอนเดียว วันนี้ผมจะมาย่อยเรื่องนี้ให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ เราจะมาดูกันว่า AI เข้ามาพลิกเกมการตลาดยังไงและคุณจะเริ่มใช้มันแบบมือโปรได้ยังไงเตรียมตัวให้พร้อมครับ เพราะหลังจากอ่านบทความนี้จบวิธีทำงานการตลาดของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
AI กับ 5 ขั้นตอนการตลาด ทำงานฉลาดขึ้น 100%
ก่อนที่เราจะพุ่งไปที่ชื่อเครื่องมือรัวๆ เราต้องเข้าใจภาพใหญ่ของการตลาดก่อน เขาแบ่งขั้นตอนการทำการตลาดไว้ 5 สเต็ปหลักๆ ซึ่งผมว่ามันเข้าใจง่ายมากครับลองมาไล่ดูกันทีละสเต็ปเลย
1.การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) นี่คือจุดเริ่มต้นครับ เราต้องรู้ก่อนว่าโลกกำลังหมุนไปทางไหน เทรนด์คืออะไร พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นยังไง คู่แข่งทำอะไรอยู่
2.การวางแผน (Planning) พอมีข้อมูลแล้ว เราก็ต้องวางแผน จะทำ Content แบบไหน จะใช้ช่องทางไหน จะสื่อสาร Key Message อะไร งบประมาณเท่าไหร่ กลยุทธ์ SEO จะเป็นยังไง
3.การผลิตชิ้นงาน (Production) นี่คือสเต็ปที่คนคุ้นเคยกัน การสร้าง Content จริงๆ ทั้งรูปภาพ วิดีโอสั้น วิดีโอยาว บทความ
4.การเซตแคมเปญ (Campaign Setup) คือการลงมือทำจริง การซื้อโฆษณาออนไลน์ การตั้งค่าต่างๆ
5.การติดตามและตรวจสอบ (Monitoring) พอทำไปแล้วก็ต้องวัดผล สิ่งที่เราทำไปมันเวิร์คไหม ผลลัพธ์เป็นยังไง ต้องปรับปรุงอะไร
ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูล AI คือนักสืบ Real-Time ของคุณ
การตลาดที่ดีเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำ แต่ก่อนนี่คืองานช้างเลยครับ เราต้องอ่านรีพอร์ตเป็นปึกๆ ต้องนั่งเฝ้าเทรนด์เอง แถม ChatGPT ที่เราใช้กันบ่อยๆ ข้อมูลมันก็ไม่อัปเดต ถามเรื่องเมื่อวานมันก็ไม่รู้เรื่องแล้ว
แต่ข่าวดีคือ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วครับ
ChatGPT 4o กับ Deep Research ล่าสุด ChatGPT เขาอัปเกรดแล้ว ในโมเดล 4o มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Deep Research มันคือการที่ AI วิ่งออกไปท่องเว็บ ไปรวบรวมข้อมูลสดๆ ร้อนๆ มาให้เรา แล้ววิเคราะห์เทรนด์ที่เกิดขึ้นจริงให้เห็นภาพเลย นี่คือ Game Changer ของจริง
Perplexity AI ตัวนี้คือพระเอกเรื่องการหาข้อมูลแบบ Real-Time เลย ถ้าคุณอยากรู้พฤติกรรมผู้บริโภคตอนนี้ อยากรู้อินไซต์ลูกค้าของคุณ อยากรู้ว่าโลกกำลังฮิตอะไร โยนคำถามใส่ Perplexity ได้เลย มันเก่งเรื่องการวิเคราะห์และสรุปข้อมูลมากๆ
Deepseek นี่คือ AI จากจีนที่น่าจับตามาก มันเรียนรู้ได้ไวสุดๆ เราสามารถใช้ 3 เครื่องมือนี้แหละครับ ChatGPT Perplexity หรือ Deepseek ในการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค
แล้วข้อมูลภายในล่ะ ธุรกิจของคุณน่าจะมีข้อมูลเก็บไว้เองบ้างใช่ไหมครับ เช่น ไฟล์ Excel หรือ Google Sheet ที่เต็มไปด้วยตัวเลข คุณไม่ต้องนั่งปวดหัววิเคราะห์เองแล้ว ก็ใช้ ChatGPT นี่แหละ อัปโหลดไฟล์เข้าไปเลย แล้วสั่งให้มันช่วยวิเคราะห์ Data ให้ Gemini ของ Google ก็ทำได้ดีเช่นกัน ข้อควรระวังมีนิดเดียวคือเราต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ AI สรุปมาด้วย อย่าเพิ่งเชื่อ 100%
ขั้นตอนที่ 2 วางแผน AI คือสุดยอดนักกลยุทธ์ส่วนตัว
พอเรามีข้อมูลดิบในมือ ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนนี่คือจุดที่ AI เริ่มแสดงความเทพที่เหนือกว่าการคิด Content ธรรมดา
คุณอาจจะยังใช้ ChatGPT หรือ Gemini ในการวางแผนทั่วไป ซึ่งมันก็ทำได้ดีระดับนึงแต่เทคนิคที่โปรเขาใช้กันตอนนี้ มันล้ำกว่านั้นครับ
มันคือการสร้าง AI Agent หรือ My GPTs
AI Agent คืออะไร มันคือการที่เรา "สร้าง" คาแรคเตอร์ให้ AI เราไม่ได้คุยกับ AI ทั่วไป แต่เรากำลังคุยกับ AI ที่เรา "ปั้น" มากับมือ ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ลองนึกภาพนะครับ คุณสามารถสร้างทีมการตลาด AI ของคุณเองได้เลย
สร้าง "AI นักวางแผนการตลาด" คุณป้อนข้อมูลธุรกิจของคุณทั้งหมดให้มัน ป้อนข้อมูลคู่แข่ง ป้อนผลลัพธ์แคมเปญเก่าๆ แล้วให้มันวางแผนกลยุทธ์หลักให้
สร้าง "AI ผู้เชี่ยวชาญ SEO" คุณป้อนคีย์เวิร์ดที่คุณมีป้อนบทความเก่าๆ ของคุณ ป้อนข้อมูลเทคนิคอล SEO แล้วให้มันวางแผน SEO ทั้งหมด
สร้าง "AI นักคิด Content" ป้อน Brand Voice ของคุณ ป้อนตัวอย่าง Content ที่เคยปัง แล้วให้มันช่วยคิดไอเดีย Content รายเดือน
ความเก่งของ AI Agent พวกนี้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เราป้อนให้มันเรียนรู้ครับ ยิ่งเราให้รายละเอียดมันเยอะ ยิ่งเราสอนมันว่าผลลัพธ์แบบไหนที่เราอยากได้ มันก็จะยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆ นี่คือการสร้างผู้ช่วยการตลาดที่รู้ใจเราที่สุด
เครื่องมืออย่าง Perplexity ก็ช่วยเรื่องการวางแผนได้เยอะ เพราะมันมีข้อมูลการตลาดที่ค่อนข้างครบถ้วน ลองเล่นหลายๆ ตัวครับ แล้วดูว่าคุณชอบผลลัพธ์ของตัวไหน แล้วค่อยหยิบมาปรับใช้กับงานของเรา
ขั้นตอนที่ 3 ผลิตชิ้นงาน AI คือโรงงาน Content ครบวงจร
มาถึงขั้นตอนที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ AI ก็พัฒนาไปไกลมากในสเต็ปนี้เช่นกัน
งานเขียน (Text Content) สารตั้งต้นของทุกอย่างคือตัวอักษร ไม่ว่าจะเป็นแคปชั่น บทความ SEO ChatGPT เรามักใช้ตัวนี้เป็น "คนคิดโครง" ให้มันช่วยร่างภาพใหญ่ๆ ก่อน ว่าบทความนี้ควรมีหัวข้ออะไรบ้าง Claude นี่คือดาวเด่นสำหรับ ภาษาไทย คุณเอมมี่แนะนำตัวนี้ และผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง Claude เขียนภาษาไทยได้เป็นมนุษย์มากๆ ภาษาสวย สละสลวย เราสามารถสั่งปรับโทนได้ละเอียด อยากได้โทนจริงจังแบบบทความ หรือโทนกันเองแบบแคปชั่นโซเชียล Claude จัดให้ได้หมด มันเก่งมากสำหรับงาน Long-form Content ที่ต้องเน้น SEO
Jasper.ai ตัวนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Content โดยเฉพาะเลย ผลลัพธ์ดีมาก แต่น่าเสียดายที่มันไม่รองรับภาษาไทย ถ้าใครทำการตลาดต่างประเทศ ขายของบน Amazon Jasper คือเครื่องมือที่ต้องมี มันช่วยคิดรายละเอียดสินค้าหรือแคปชั่นได้เทพมาก
งานภาพและวิดีโอ (Visual Content) นี่คือสมรภูมิที่เดือดที่สุด
Sora (ใน ChatGPT 4o) ตอนนี้ Sora ถูกปล่อยออกมาใน ChatGPT 4o แล้ว มันสามารถผลิต Mockup วิดีโอสั้นๆ ให้เราได้ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาสวยงามน่าทึ่ง อาจจะต้องเอาไปตัดต่อเพิ่มเติมนิดหน่อย แต่ถือว่าประหยัดเวลาไปได้มหาศาล
Midjourney ยังคงเป็นตัวท็อปสำหรับคนที่อยากได้ภาพนิ่งที่สวยงาม มีความละเอียดสูง และปรับแต่งได้ดั่งใจ
Deepseek ค่ายนี้เขาก็มีฟีเจอร์ผลิตภาพและวิดีโอเช่นกัน
Alisa.ai สำหรับสายเลือดไทย เราก็มี Alisa AI ที่ผลิตรูปภาพและวิดีโอได้ ลองใช้งานดูครับ ว่าเราถนัดเครื่องมือตัวไหน เคล็ดลับคือลองให้มันทำงานร่วมกัน เช่น ใช้ ChatGPT คิดสคริปต์ ใช้ Claude เกลาภาษาไทย แล้วใช้ Sora สร้างวิดีโอ นี่คือ Workflow ของคนทำงานยุคใหม่
ขั้นตอนที่ 4 เซตแคมเปญ AI คือผู้ช่วยยิงแอดสุดแม่น
หลายคนอาจจะนึกถึง Marketing Automation ซึ่งอันนั้นก็เป็นอีกเรื่องนึงที่น่าสนใจแต่ในที่นี้ เรากำลังพูดถึงการใช้ AI ช่วย "วางแผน" การยิงแอด
AI เกือบทุกตัวสามารถช่วยเราได้ ถ้าเรา "สั่งงาน" มันเป็น
นี่คือหัวใจสำคัญเน้นย้ำ และผมอยากขีดเส้นใต้ 10 เส้นเลย คือการเขียน Effective Prompt Message
คุณจะเดินไปบอก AI ดื้อๆ ไม่ได้ว่า "ช่วยเซตแคมเปญยิงแอดสกินแคร์ให้หน่อย" ถ้าคุณสั่งแบบนี้ AI ก็จะให้คำตอบกว้างๆ แบบที่เอาไปใช้จริงกับธุรกิจคุณไม่ได้เลย
คุณต้องให้ "บริบท" กับมันครับ คุณต้องเล่า Background ให้มันฟัง คุณต้องรู้ว่าสิ่งที่คุณอยากได้คืออะไร
Prompt ที่ดีควรมีอะไรบ้าง
Background ธุรกิจ เราเป็นใคร ขายอะไร
เป้าหมาย แคมเปญนี้ต้องการอะไร ยอดขาย หรือการรับรู้
กลุ่มลูกค้า ลูกค้าที่เรามีอยู่เป็นยังไง ที่เราอยากได้เป็นยังไง
สิ่งที่เคยทำ แคมเปญก่อนหน้าอันไหนเวิร์ค อันไหนไม่เวิร์ค
งบประมาณ เรามีเงินเท่าไหร่
ช่องทาง เราจะยิงแอดในช่องทางไหนบ้าง
คู่แข่ง คู่แข่งของเราคือใคร เขาทำอะไรอยู่
เมื่อเราใส่ข้อมูลเหล่านี้เข้าไป AI จะกลายเป็นนักวางแผนแคมเปญที่ฉลาดมาก มันจะช่วยคิดได้เลยว่า ควรใช้ Target Audience แบบไหน ควรใช้รูปภาพหรือ Key Message อะไร นี่คือการใช้ AI ให้คุ้มค่าที่สุด
ขั้นตอนที่ 5 ติดตามผล AI คือนักวิเคราะห์ Data ส่วนตัว
มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่หลายคนเบือนหน้าหนี นั่นคือการ "อ่านรีพอร์ต" มันเป็นงานที่น่าเบื่อ ต้องมานั่งกรอกข้อมูล Manual ทีละช่อง ต้องมานั่งจ้องตัวเลขใน Excel AI จะมาปลดแอกเราจากงานนี้ครับ
วิธีที่ง่ายที่สุด
ยิงแอดไปแล้วใช่ไหมครับ
ไปที่หลังบ้าน Facebook หรือช่องทางอื่นๆ
Export Data หรือข้อมูลแคมเปญนั้นออกมา
มันมักจะออกมาเป็นไฟล์ Excel ที่ยุ่งเหยิง
คุณแค่ Clean Data นิดหน่อย
แล้ว อัปโหลดไฟล์นั้นเข้าไปใน ChatGPT หรือ Gemini
จากนั้น "คุย" กับมันเป็นภาษาคนได้เลย
ถามมันไปเลยว่า "แคมเปญนี้เป็นยังไงบ้าง" "เงินที่จ่ายไปคุ้มค่าไหม" "Media หรือ Copywriting ตัวไหนต้องปรับปรุง" "แคมเปญหน้าควรปรับอะไร"
AI จะวิเคราะห์ตัวเลขทั้งหมด แล้วสรุปผลเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายให้เราทันที ประหยัดเวลาไปได้หลายชั่วโมง ไม่ต้องปวดหัวกับสูตร Excel อีกต่อไป
หรือถ้าใครใช้ Notion อยู่แล้ว Notion AI ก็สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในตารางของเราได้เลย แค่เราต้องมี Marketing Template หรือคลัง Data ของเราที่เก็บไว้ดีๆ ก่อน
นี่คือภาพรวมทั้งหมดครับ AI ไม่ได้มาเป็นแค่เครื่องมือเขียน Content แต่มันเป็น "ผู้ช่วย" เป็น "พาร์ทเนอร์" ที่แทรกซึมอยู่ในทุกขั้นตอนการทำงานของเรา ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน การวางแผนกลยุทธ์ที่เฉียบคม การผลิตชิ้นงานที่รวดเร็วและหลากหลาย การวางแผนยิงแอดที่แม่นยำ ไปจนถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่น่าปวดหัว
โลกเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า AI จะมาแทนที่เราหรือไม่ คำถามคือ เราจะใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ เพื่อประหยัดเวลา และสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ยังไง ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ เลือกมาสัก 1 ขั้นตอนที่คุณคิดว่าน่าจะช่วยคุณได้มากที่สุด แล้วเริ่มใช้ AI กับมันเลย คุณจะทึ่งกับเวลาที่คุณได้กลับคืนมา