เมื่อไหร่ที่เราควรพบจิตแพทย์.?

ตรงตามหัวข้อกระทู้เลยว่า “เมื่อไหร่ที่เราควรพบจิตแพทย์” ไม่รู้ว่าคำตอบอยู่ในคำถามหรือไม่
แต่มันเป็นคำถามที่ดังอยู่ในหัวมานานมากๆแล้ว นานมากจนนึกไม่ออกแล้วว่าเราเริ่มมีความคิดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่ สาเหตุมาจากอะไร
ทำไมเราถึงมีคำถามนี้ขึ้นมาในหัว โดยที่เราเองจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มขึ้นมาตอนไหน มีเพียงแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในทุกๆวัน
ทุกๆเช้าที่ตื่นนอน ทุกๆช่วงเวลาที่หยุดคิดเรื่องราวต่างๆ หรือมีเวลาว่างระหว่างวัน
ไม่ได้อยากจากโลกนี้ไป แต่ก็ไม่ได้อยากอยู่ต่อ ไม่ได้ท้อ แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าไม่ได้เหนื่อย
ไม่ได้ทุกข์ใจ แต่ก็ไม่ได้มีความสุขด้วยในเวลาเดียวกัน ผมเคยตื่นมาแล้วรู้สึกเหนื่อยเหมือนคนวิ่งมา หรือสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย(ตื่นมาแล้วใจเต้นรัว)
เป็นอยู่หลายวัน จนไปหาหมอ เจอคำถามว่า รู้สึกว่าชีวิตนี้น่าเบื่อไหม เหนื่อยไหม ร้องไห้คนเดียวไหม บ่อยไหม ถอนหายใจวันละกี่รอบ
และให้ยามา(จำไม่ได้ยาอะไร แต่หมอบอกให้พกไว้ถ้ากินฉี่อาจจะม่วงมั้งนะถ้าจำไม่ผิด) และนัดเราไปในอีกที จำระยะเวลาไม่ได้(แต่เราไม่ได้ไป)
แต่วันนั้นที่ได้ยินคำถามแล้วมันมีเสียงดังมาว่า ห้ะะะ อะไรนะ ทำไมหล่ะ ทำไมเราต้องรู้สึกแบบนั้น ทุกคำถามที่ถามมา จำได้ว่าตอบไม่แทบทั้งหมด
    1. ชีวิตน่าเบื่อไหม เหนื่อยไหม : พอเอากลับมาคิดก็ใช่แหละ มันน่าเบื่อมันเหนื่อย แต่มันก็คือชีวิตอ่ะ ยังไงก็ต้องหายใจต่อไปอยู่ดี
    2. ร้องไห้คนเดียวไหม บ่อยไหม : อันนี้ในช่วงเวลานั้น นึกไม่ออกเลยตอนเจอคำถาม มาคิดย้อนดูอีกที ร้องไห้ในหมวกกันน็อคตอนขับรถ นับไหมวะ
มันเรียกคนเดียวไหม และไม่ได้ฟูมฟาย แค่น้ำตามันไหลออกมาเฉยๆ(ไม่ใช่ลมพัดหรือฝุ่นเข้านะดักไว้ก่อนเผื่อมีคนอ่านจะเล่นมุก)
    3. ถอนหายใจวันละกี่รอบ : พีคสุดคือคำนี้เลย ในหัวตอนนั้น ใครจะนับอ่ะหมอ วันนี้ถอนหรือยังก็ไม่รู้ ไม่ได้สังเกตสักหน่อย
มาตอนนี้แทบเข้าใจในทุกๆคำถามเลย

     ชีวิตมันโคตรน่าเบื่อเลย มันโคตรเหนื่อย ไม่อยากทำอะไรเลยสักอย่าง อย่างนั่งอยู่นิ่งๆเงียบๆ เบื่อทุกอย่างที่พบเจอในแต่ละวัน
เบื่อจนไม่อยากอยู่ต่อแล้ว(แต่มันก็แค่เบื่ออ่ะ) เคยคิดอยากไปเที่ยวพักผ่อน ชาร์จแบตให้สมองและหัวใจของตัวเอง แต่แค่คิดก็เบื่อที่จะไปแล้วอ่ะ
แบบมันดูไม่น่าจะหายอ่ะ มันคงหายแหละ ชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็กลับมาเหมือนเดิม วนลูปเดิมอีกอยู่ดีแหละมั้ง โคตรน่าเบื่อเลยหว่ะ คือในหัวมันจะเบื่อไปหมด พยายามหาเรื่องมาเสนอมันก็หาข้อแย้งมาขัดไว้อยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นเหนื่อยแล้วนะที่จะเอาใจมัน(เอาใจตัวเองนี่แหละ) ไม่สนใจแล้วจะยังไงก็เชิญแต่ว่าเราก็ไม่ได้มีความคิดจะย้ายตัวเองไปเซิร์ฟเวอร์อื่นนะ เสียดายข้าวที่แม่ป้อน เสียดายเงินที่แม่ให้ เสียดายแรงที่ทำงาน
เสียดายหลายๆอย่างที่ลงทุนทำไปจนชีวิตมาถึงจุดนี้ได้ ความทรงจำผมเริ่มจากการอยู่ข้างถนน มีพ่อแม่เป็นคนพิการทางสายตา
มันคือความภูมิใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่มากๆเลยที่พ่อแม่ทำให้เรามาถึงจุดที่ค่อนข้างมันคงในชีวิต กว่าหลายๆคนที่อาจจะมีพร้อมกว่า แต่อาจจะแย่กว่าในตอนนี้อยากเล่าเหมือนกันนะ แบบอยากอวดอ่ะ ว่าแม่เราเก่งนะเว้ยยย มองไม่เห็นแต่เลี้ยงเรามาได้ขนาดนี้(พ่อเสียไปตอน 5 ขวบ) แม่เลี้ยงมายาวๆเลย
แม่พึ่งจากเราไปจากอุบัติเหตุเมื่อ 10 ปี ก่อนหน้านี้เอง คงเป็นเพราะเรื่องนี้มั้ง ที่ทำให้เราดูเหนื่อยๆนอยๆ(ทั้งๆที่ทำใจได้แล้วนะ)
แต่มันอาจจะเพราะเราไม่เหลือที่พึ่งทางใจ ไม่รู้จะหันไปหาใคร เรียกได้ว่าคอนเทนต์ที่ว่า ช่องผู้ติดต่อฉุกเฉินเป็นใคร แล้วต้องหยุดคิด สำหรับเรามันตรงมากตรงจนแบบ เจอช่องนี้ คำนี้ มันแบบ ใครวะ เราต้องเขียนใครลงไป คนนั้นควรเป็นใครดี มันดูตลกร้ายดีนะ ที่จู่ๆเราก็ชะงักไปเลย คนที่อยู่ในจุดคล้ายๆเราก็คงจะความรู้สึกคล้ายๆกันแหละมั้ง ขอขมวดเรื่องให้จบตรงนี้เลยนะ ดูแล้วคงไม่มีใครอ่านยาวไปกว่านี้หรอก ไว้จะมาโม้ มาอวดเรื่องแม่บ้าง
อย่างน้อยๆก็เอาไว้อ่านเองนี่แหละ ความภูมิใจของเราเองที่มีแม่โคตรเก่ง เรามีแม่ที่เป็นทั้ง แม่ พ่อ และเพื่อนสนิทในคนเดียว เราคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ หรือแม้แต่เรื่องที่คนทั่วไปอาจจะปิดบังไว้ เราถามแม่หมด ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม 5555555.
แต่นั่นแหละ ไม่รู้ว่าด้วยเรื่องนี้ไหม เราอาจจะเหนื่อย และไม่รู้จะหันไปคุยกับใคร ไม่มีใครให้บ่น ให้ระบาย ให้ปรึกษาหรือเล่าสิ่งที่เจอมาแต่ละวันให้ฟัง
มันเป็นความโหวงๆในใจอ่ะ ที่แบบหันหลังไปมีใครมั้งว่ะที่มองเราอยู่ให้กำลังใจเราอยู่รอวันที่เราทำสำเร็จอยู่
มันเป็นความรู้สึกอยากกลับบ้าน แต่ไม่มีบ้านให้กลับ(บ้านที่ไม่ได้หมายถึงโครงสร้างอาคาร)

นั่นแหละ ความรู้สึกคร่าวๆที่พอจะรวบมัดเข้ามา เพื่อขยายความให้เข้าถึงคำถามว่า “เมื่อไหร่ที่เราควรพบจิแพทย์” เพราะผมไม่รู้ว่าอาการพวกนี้คืออะไร
ไม่ทุกข์ไม่สุข เหนื่อยแต่ไม่ท้อ อยากพักแต่ไม่อยากไปไหน ไม่อยากอยู่แต่ไม่อยากจากไป
ก็เลยสับสนอยู่ในหัวครับ ว่าเราควรทำยังไง มันเป็นอาการเริ่มต้นของอะไรบางอย่างไหม
“เราป่วยด้านนี้ไหม แต่เราก็ยังรู้ตัวดีอยู่นะเราไม่ได้อยากย้ายเซิร์ฟสักหน่อย เราคงไม่ได้ป่วยหรอกมั้ง”
และถ้าเราไม่ได้เป็นอะไรเราควรจัดการความคิดพวกนี้ยังไง
หรือถ้าเราควรพบหมอ เราควรทำยังไง ต้องไปบอกแบบไหน ที่ไหนได้บ้าง ค่าใช้จ่าย

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมายันจบนะ
ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่ดี มีรอยยิ้มที่สดใสจากภายในจริงๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่