ทำไม financial time ถึงวิจารณ์ไทย ว่าเป็น คนป่วยของเอเซีย และคุณจะแก้ปัญหาของไทยได้อย่างไร

ทำไม financial time ถึงวิจารณ์ไทย ว่าเป็น คนป่วยของเอเซีย และคุณจะแก้ปัญหาของไทยได้อย่างไร

คำวิจารณ์จาก Financial Times (FT) ที่เรียกไทยว่า "Sick Man of Asia" (คนป่วยแห่งเอเชีย)
ถือเป็นตอกย้ำภาพลักษณ์ที่นักลงทุนต่างชาติมอง "เครื่องยนต์เศรษฐกิจ" ของเราว่ากำลังตีบตันครับ
หากใช้เกณฑ์ของ World Bank (ธนาคารโลก) และตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจล่าสุด (กุมภาพันธ์ 2569)
มา "วินิจฉัยโรค" เปรียบเทียบกับประเทศที่คุณระบุ จะเห็นภาพความ "ป่วย" ที่มีอาการต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้ครับ:

🏥 1. กลุ่ม "ป่วยระยะวิกฤต" (Critical Condition): อิหร่าน และ ศรีลังกา
หากไทยคือคนป่วยที่เดินช้า สองประเทศนี้คือคนที่อยู่ใน ห้อง ICU ครับ
อิหร่าน: ป่วยหนักที่สุดในกลุ่ม ข้อมูลจาก World Bank และสื่อระดับโลก (Wikipedia, Time) ระบุว่าอิหร่านเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
อาการ: เงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 60%, ค่าเงินเรียลดิ่งเหว (1.5 - 1.7 ล้านเรียลต่อ 1 ดอลลาร์), ประชากรกว่า 57% มีภาวะทุพโภชนาการ
สาเหตุ: การถูกคว่ำบาตรอย่างหนักและงบประมาณที่เทไปกับสงครามและอาวุธมากกว่าปากท้อง
ศรีลังกา: อยู่ในภาวะ "หัดเดินใหม่" หลังล้มละลาย (Default) ในปี 2565
อาการ: แม้ GDP จะเริ่มกลับมาโตได้ที่ 3.5% ในปี 2569 แต่ยังเปราะบางมาก หนี้สาธารณะยังสูงลิ่ว และ 80% ของรายได้รัฐต้องจ่ายไปกับเงินเดือนข้าราชการและดอกเบี้ยหนี้
🚑 2. กลุ่ม "ป่วยเรื้อรัง" (Chronic Illness): ไทย และ เนปาล
นี่คือกลุ่มที่ FT มองว่าไทยอยู่ครับ คือไม่ได้จะตายทันที แต่ "ไม่โตและไม่มีแรง"
ไทย: World Bank และ ธปท. ระบุว่าไทยเผชิญปัญหาโครงสร้าง 3 ด้าน คือ "ผลิตภาพต่ำ ภูมิคุ้มกันต่ำ และเหลื่อมล้ำสูง"
อาการ: GDP ปี 2569 คาดการณ์ว่าจะโตต่ำกว่า 2% (ต่ำสุดในรอบ 30 ปีหากไม่นับวิกฤตใหญ่), สังคมสูงวัยทำให้นวัตกรรมไม่เกิด, และหนี้ครัวเรือนที่ฉุดกำลังซื้อ
สาเหตุ: เครื่องยนต์เดิม (ส่งออก/ท่องเที่ยว) เริ่มเก่าและสู้เทคโนโลยีโลกยุค AI ไม่ได้
เนปาล: ป่วยจากปัญหาการเมืองและสภาพภูมิศาสตร์
อาการ: GDP ปี 2569 คาดว่าจะโตเพียง 2.1% เนื่องจากการเมืองไร้เสถียรภาพและพึ่งพาเงินส่งกลับจากแรงงานต่างประเทศมากเกินไป
🩺 3. กลุ่ม "โรคคนรวย" (Lifestyle Diseases): อเมริกา และ ฝรั่งเศส
สองประเทศนี้ป่วยในแบบที่คนจนอยากป่วยด้วย แต่ก็มีความเสี่ยงที่น่ากลัว
อาการ: ทั้งคู่มีภาวะ "หนี้ท่วมหัว" (Debt Overload) โดยสหรัฐฯ มีหนี้ต่อ GDP สูงถึง 136% ส่วนฝรั่งเศสอยู่ที่ประมาณ 112-119%
ความหนัก: แม้จะรวยมาก แต่เงินมหาศาลต้องถูกนำไปจ่ายดอกเบี้ยหนี้ (ฝรั่งเศสจ่ายดอกเบี้ยปีละ 6.7 หมื่นล้านยูโร ซึ่งมากกว่างบกระทรวงสำคัญๆ เสียอีก) หากโลกเลิกเชื่อมั่นในดอลลาร์หรือยูโรเมื่อไหร่ สองประเทศนี้จะอาการหนักทันที

💡 บทวิเคราะห์: ไทยป่วยจริงไหม?
หากเทียบกับอิหร่าน ไทยยังถือว่า "สุขภาพดี" ครับ เพราะทุนสำรองระหว่างประเทศเราสูงและระบบธนาคารแข็งแกร่ง
แต่ถ้าเทียบกับ "ความคาดหวัง" และ "ศักยภาพเดิม" ไทยคือคนป่วยที่เดินช้าลงเรื่อยๆ
จนเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามกำลังจะเดินแซงในแง่ของ "อัตราการเติบโต"
สรุป: ไทยไม่ได้ป่วยจะตาย (เหมือนอิหร่าน) แต่ป่วยแบบ "แก่ก่อนรวย" และขาดพลังงานในการแข่งขันครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
มันเป็นเรื่องของการมองต่างมุมครับ   ฝรั่งมองในด้านของทุนนิยมสุดขั้วเต็มตัว   จึงมองว่าต้องให้มีการเติบโตของตัวเลขและ GDP เยอะๆถึงจะดี   แม้จะเป็นการเติบโตแบบฟองสบู่ก็ไม่ว่าขอแค่ให้ตัวเลขเพิ่มมากๆไปตลอด   ผลักดันอัตราการบริโภคและส่งออกไปเรื่อยๆ   ปีไหนตัวเลขชะลอคือความผิดปีไหนตัวเลขติดลบคือหายนะครั้งใหญ่

ในขณะที่ไทยนั้นมองเรื่องความมั่นคงปลอดภัยเป็นหลักก่อน   การดำเนินการต่างๆเน้นวินัยการคลังอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดเป็นหนี้พะรุงพะรังแบบปี 2540   ซึ่งในการเน้นวินัยการคลังเช่นนี้ก็แน่นอนว่าอัตราการเติบโตจะค่อนข้างไปช้าๆแต่มั่นคงไม่สะดุดอะไรง่ายๆ   ทำให้ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันที่ดีและเข้มแข็ง   ต่อให้โลกเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอะไรแรงๆแต่ไทยก็จะยังสามารถไปได้เรื่อยๆไม่ติดลบแรงๆแบบประเทศอื่น   เรียกว่าอาจจะอยู่กันลำบากขึ้นหน่อยแต่ก็ยังอยู่ได้ไม่ล้มละลายหมดตัวง่ายๆ

ถามว่าแบบไหนดีกว่าก็บอกไม่ได้   แต่โดยรวมคือแบบฝรั่งนั้นตัวเลขจะเพิ่มสูงไปตลอด   การเติบโตพุ่งแบบหวือหวาพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเห็นหน้าเห็นหลัง   กระนั้นหากว่าสะดุดรึเกิดวิกฤติอะไรแรงๆเข้าก็จะพากันพังพินาศไปหมด   สิ่งที่สร้างและสั่งสมมาล่มสลายไปเกือบหมดในช่วงสั้นๆเลย   ในขณะที่แบบไทยนั้นการเติบโตจะไปเรื่อยๆไม่หวือหวา   เหมือนกับเดินไปทีละก้าวแต่มั่นคงไม่สะดุดล้มง่ายๆ   หากเกิดวิกฤติอะไรขึ้นมาก็รับมือได้แบบไม่เสียหายหนัก   เน้นมีภูมิคุ้มกันดีให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆได้   แต่ก็ต้องแลกกับการที่ตัวเลข GDP จะไปแบบเรื่อยๆไม่เร่งรีบ   



เพียงแต่คนไทยเองก็มีเยอะที่ไม่ชอบแนวทางเศรษฐกิจแบบของไทย   เพราะคนไทยส่วนใหญ่ฟุ้งเฟ้อสุรุ่ยสุร่ายชอบซื้อและใช้จ่ายกันมากๆ   ดังนั้นในจริตของคนไทยจึงชอบเศรษฐกิจแบบปั่นกระแสเก็งกำไรให้ได้เงินมาง่ายๆ   ได้เงินมาก็เอาไปซื้อนู่นนี่กันได้แบบไม่ต้องเสียดมเสียดาย   เพราะซื้อมาเก็งกำไรแล้วขายแพล็บเดียวก็ได้เงินมาเพียบ   คนไทยชอบเศรษฐกิจแบบฟองสบู่ที่ใช้เงินกันได้เต็มที่โดยไม่ต้องคิดอะไรมากนั่นแหละ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่