"ข้าเจ้าปิ๊กมาเจียงใหม่เตื่อนี้ ตี้แอ่วตี้ข้าเจ้าอยากจะปาปี้น้องกู้คนไปแวะหื้อได้" คือศาสนสถานเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1,300 ปี ถือเป็นจุดที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ ความเชื่อท้องถิ่น และทิวทัศน์ธรรมชาติบนเนินเขาได้อย่างกลมกลืน จากประวัติวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1230 ในรัชสมัยของพระนางจามเทวี กษัตริย์แห่งหริภุญชัย เดิมทีวัดนี้มีชื่อว่า "วัดสุวรรณบรรพต" แต่ชาวบ้านนิยมเรียกกันสั้น ๆ จนติดปากว่า "วัดดอยคำ"
นอกจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนานแล้ววัดแห่งนี้ยังมีความเชื่อกันว่าเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และนอกจากนั้นที่นี่ยังมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะใครที่อยากสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ก็มักจะมากราบสักการะขอพรจาก "หลวงพ่อทันใจ" ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมาก ทำให้เหล่าสายมูต่างแวะเวียนกันเข้ามาสักการะไม่ขาดสาย หากใครมีโอกาสมาเชียงใหม่ ต้องไม่พลาดแวะมาเสริมสิริมงคลที่วัดนี้กัน โดยวัดแห่งนี้มีชื่อปัจจุบันอย่างเป็นทางการว่า "วัดพระธาตุดอยคำ"
การเดินทางไปวัดพระธาตุดอยคำ
วัดพระธาตุดอยคำ ตั้งอยู่บนเนินเขาดอยคำ ในตำบลแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 13 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถจัดอยู่ในแผนเที่ยวเมืองเชียงใหม่ได้ โดยสามารถขับรถส่วนตัวมาเองหรือเช่ามอเตอร์ไซค์/รถยนต์จากในเมืองได้สะดวกเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ถนนที่วิ่งตามคลองชลประทาน (ถนนเลียบคลอง) แล้วมีป้ายบอกทางขึ้นวัดชัดเจน หรือจะมีรถแดงในเมืองก็สามารถเหมาหรือขึ้นได้เช่นเดียวกัน เส้นทางเป็นเขาบ้างแต่ขับง่ายสบายหายห่วง
อุโบสถวัดพระธาตุดอยคำ
อุโบสถ ของวัดพระธาตุดอยคำเป็นอีกจุดหนึ่งที่หลายคนอาจเดินผ่านแบบไม่ทันสังเกต เพราะอยู่บริเวณหลังพระองค์ใหญ่ ซึ่งแยกออกมาจากจุดชมวิว ทำให้บรรยากาศภายในค่อนข้างสงบ อุโบสถของวัดพระธาตุดอยคำเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาเรียบง่ายแต่สง่างาม หลังคาซ้อนชั้นตามแบบวัดทางภาคเหนือ ประดับลวดลายไม้แกะสลักบริเวณหน้าบันและชายคา ภายในอุโบสถประดิษฐาน พระประธาน และภาพวาดฝาผนังที่สวยงามแบบตะโกน และยิ่งบันไดทางขึ้นเป็นพญานาค 3 เศียรทอดกายยาวสีทองอย่างวิจิตสวยงาม
พระพุทธรูปหลวงพ่อพูดได้
พระพุทธรูปางขัดสมาธิเพชร แบบเชียงแสนองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ณ ลานหน้าอุโบสถ ที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของวัดด้วยขนาดองค์พระที่มีความสูงประมาณ 22 เมตร ที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล อีกหนึ่งพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนพระธาตุดอยคำแห่งนี้ และจากที่ว่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปพูดได้ องค์นี้ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นคติธรรมแก่ชาวบ้าน โดยสร้างเป็นองค์พระใหญ่ที่ต้องตากแดดตากลมฝน ทว่าองค์พระก็ไม่ปริปากบ่น ใช้ความนิ่งเป็นการสอนสั่งและเตือนใจประชาชนที่มากราบไหว้ให้มีความอดทนต่อความยากลำบาก จากป้ายด้านหน้าที่มี คำเขียนไว้เตือนสติว่า
"ลูกเอ๋ยอย่าตำหนิพ่อเลยว่าพ่อไม่สวยพ่อไม่งาม
ทุกวันนี้ร้อนพ่อก็ไม่บ่น หนาวพ่อก็ไม่บ่น ฝนตกพ่อก็ไม่บ่น
หิวพ่อก็ไม่บ่น หมอกควันไฟเผาป่าพ่อก็ไม่บ่น
ถ้าลูกทั้งหลายทำได้ เหมือนพ่อเพียงเสี้ยวที่ ๑๖ ที่พ่อทำได้
ลูกก็จะอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข"
บางทีความสุขอาจเป็นเหมือนเส้นผมที่บังภูเขา แต่ก็นั่นแหละเราไม่สามารถมองเส้นผมบางเส้นได้ จนกระทั้งเส้นผมนั้นได้ร่วงหล่นไป หรือต้องให้ใครบางคนบอกว่า เธอ ๆ ... เส้นผมเธอขาวแล้วนะ
อนุสาวรีย์ พระนางเจ้าจามเทวี
ถัดมาจากองค์พระ จะมีอนุสาวรีย์พระนางเจ้าจามเทวี และอนุสาวรีย์สองพระโอรสของพระนางเจ้าจามเทวี คือ พระเจ้ามหันตยศ (องค์พี่) และพระเจ้าอนันตยศ (องค์น้อง) สำหรับอนุสาวรีย์หรือพระรูปพระนางจามเทวีที่วัดพระธาตุดอยคำ จ.เชียงใหม่ เป็นพระรูปโลหะปิดทองขนาดเล็ก สูงประมาณ 1 เมตรเศษ เททองเมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นการระลึกถึง และเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป
ยักษ์ดอยคำ
“สถาปัตยกรรมสุดท้ายแห่งวัดพระธาตุดอยคำ” จารึกตำนานบทใหม่กับ
ท้าวเวสสุวรรณองค์ใหญ่ หรือ
“ยักษ์ดอยคำ” แลนด์มาร์กสายมูแห่ง จ.เชียงใหม่ ที่มีความสูงสง่าถึง 17.80 เมตร โดดเด่นด้วยองค์สีทองอร่ามขนาดมหึมา (โดยมีความสูงถัดลงมาจากองค์พระเจ้าทันใจองค์ใหญ่) ยักษ์ดอยคำแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อสืบสานตำนานพญายักษ์ปู่แสะย่าแสะ ผู้ปกปักรักษาดอยคำมาอย่างยาวนาน โดยมีพิธีเททองปฐมฤกษ์ไปเมื่อต้นปี 2567 ที่ผ่านมา และถูกกล่าวขานว่าเป็นท้าวเวสสุวรรณที่สูงที่สุดในโลก
พระธาตุดอยคำ
“พระธาตุดอยคำ” โดดเด่นด้วยองค์เจดีย์สีทองอร่ามบนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม รับกับองค์ระฆังแปดเหลี่ยมตามศิลปะล้านนาที่คล้ายคลึงกับวัดพระธาตุดอยสุเทพ ทว่ามีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ยาวนานกว่า ตามตำนานเล่าว่าเทวดาได้อัญเชิญ พระเกศาธาตุ ที่พระพุทธเจ้าประทานแก่ปู่แสะและย่าแสะมาประดิษฐานไว้ ณ ดอยแห่งนี้ จนกระทั่งปี พ.ศ. 1230 พระเจ้ามหันตยศและพระเจ้าอนันตยศได้เสด็จมาพบและสร้างเจดีย์ครอบพระสถูปเดิมไว้
แม้ในปี พ.ศ. 2509 องค์เจดีย์จะเคยทรุดโทรมและพังทลายลงจากเหตุฝนตกหนัก แต่เหตุการณ์นั้นกลับทำให้พบกรุโบราณวัตถุและพระพุทธรูปเก่าแก่ล้ำค่าจำนวนมาก นำไปสู่การบูรณะครั้งใหญ่ที่คืนความสง่างามให้กับวัดพระธาตุดอยคำจนถึงปัจจุบัน
วิหารพระเจ้าทันใจ
เมื่อก้าวเข้าใกล้บริเวณวิหาร กลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิจะลอยมาเตะจมูกผสมผสานกับควันธูปจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของวัดพระธาตุดอยคำ เนื่องจากพลังศรัทธาของผู้คนที่สมปรารถนาต่างหลั่งไหลกันมาแก้บนอย่างไม่ขาดสาย แม้ในวันธรรมดาบรรยากาศยังคึกคัก และจะยิ่งเนืองแน่นเป็นพิเศษในวันหยุด เพื่อมุ่งหน้าไปสักการะ “หลวงพ่อทันใจ” พระพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพญากือนาแห่งราชวงศ์มังราย ซึ่งเชื่อกันว่าท่านจะประทานพรให้สัมฤทธิผลอย่างรวดเร็วทันใจ โดยมีพวงมาลัยดอกมะลิ (ตั้งแต่ 50 พวงขึ้นไป) เป็นเครื่องสักการะแทนคำขอบคุณ
ถัดจากองค์เจดีย์คือวิหารศิลปะล้านนาที่งดงามไร้ที่ติ โดดเด่นด้วยงานแกะสลัก และระบบโครงสร้างหลังคาแบบโบราณของวิหารในสถาปัตยกรรมล้านนา หรือ “ม้าต่างไหม” บนโครงหลังคาตามแบบฉบับโบราณ ภายในวิหารยังเป็นที่ประดิษฐาน “พระรอดหลวง” พระพุทธรูปหินทรายองค์ใหญ่ที่มีพุทธลักษณะงดงามหาชมได้ยาก เป็นอีกหนึ่งจุดสะกดสายตาที่ไม่ควรพลาดชม
จุดชมวิว
หลังจากอิ่มบุญจากการไหว้พระด้านในแล้ว เมื่อเดินออกมาบริเวณจุดชมวิวด้านนอก จะพบกับ พระนอนและพระยืนองค์ใหญ่ ประดิษฐานอย่างสง่างามให้ได้สักการะกันต่อ ท่ามกลางทัศนียภาพอันกว้างไกลของมุมเมืองเชียงใหม่ที่มองเห็นได้สุดสายตาจากบนเนินเขาแห่งนี้ ถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดใจผู้มาเยือน และที่พลาดไม่ได้คือจุดเช็กอินบริเวณ
ซุ้มป้ายวัดพระธาตุดอยคำ ที่มีบันไดทางเดินทอดยาวลงไป เป็นมุมถ่ายภาพที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของวัดบนยอดเขาได้อย่างสวยงาม จนทำให้รู้สึกว่าเราอยากกลับมาที่นี่อีกครั้งหากมาเยือนเชียงใหม่
สวัสดี
- เสือซ่อนยิ้ม -
[CR] พาเที่ยว เชียงใหม่ ชมศาสนสถาน 1,300 ปี "วัดพระธาตุดอยคำ"
อุโบสถ ของวัดพระธาตุดอยคำเป็นอีกจุดหนึ่งที่หลายคนอาจเดินผ่านแบบไม่ทันสังเกต เพราะอยู่บริเวณหลังพระองค์ใหญ่ ซึ่งแยกออกมาจากจุดชมวิว ทำให้บรรยากาศภายในค่อนข้างสงบ อุโบสถของวัดพระธาตุดอยคำเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาเรียบง่ายแต่สง่างาม หลังคาซ้อนชั้นตามแบบวัดทางภาคเหนือ ประดับลวดลายไม้แกะสลักบริเวณหน้าบันและชายคา ภายในอุโบสถประดิษฐาน พระประธาน และภาพวาดฝาผนังที่สวยงามแบบตะโกน และยิ่งบันไดทางขึ้นเป็นพญานาค 3 เศียรทอดกายยาวสีทองอย่างวิจิตสวยงาม
ถัดมาจากองค์พระ จะมีอนุสาวรีย์พระนางเจ้าจามเทวี และอนุสาวรีย์สองพระโอรสของพระนางเจ้าจามเทวี คือ พระเจ้ามหันตยศ (องค์พี่) และพระเจ้าอนันตยศ (องค์น้อง) สำหรับอนุสาวรีย์หรือพระรูปพระนางจามเทวีที่วัดพระธาตุดอยคำ จ.เชียงใหม่ เป็นพระรูปโลหะปิดทองขนาดเล็ก สูงประมาณ 1 เมตรเศษ เททองเมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นการระลึกถึง และเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป
“สถาปัตยกรรมสุดท้ายแห่งวัดพระธาตุดอยคำ” จารึกตำนานบทใหม่กับ ท้าวเวสสุวรรณองค์ใหญ่ หรือ “ยักษ์ดอยคำ” แลนด์มาร์กสายมูแห่ง จ.เชียงใหม่ ที่มีความสูงสง่าถึง 17.80 เมตร โดดเด่นด้วยองค์สีทองอร่ามขนาดมหึมา (โดยมีความสูงถัดลงมาจากองค์พระเจ้าทันใจองค์ใหญ่) ยักษ์ดอยคำแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อสืบสานตำนานพญายักษ์ปู่แสะย่าแสะ ผู้ปกปักรักษาดอยคำมาอย่างยาวนาน โดยมีพิธีเททองปฐมฤกษ์ไปเมื่อต้นปี 2567 ที่ผ่านมา และถูกกล่าวขานว่าเป็นท้าวเวสสุวรรณที่สูงที่สุดในโลก
หลังจากอิ่มบุญจากการไหว้พระด้านในแล้ว เมื่อเดินออกมาบริเวณจุดชมวิวด้านนอก จะพบกับ พระนอนและพระยืนองค์ใหญ่ ประดิษฐานอย่างสง่างามให้ได้สักการะกันต่อ ท่ามกลางทัศนียภาพอันกว้างไกลของมุมเมืองเชียงใหม่ที่มองเห็นได้สุดสายตาจากบนเนินเขาแห่งนี้ ถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดใจผู้มาเยือน และที่พลาดไม่ได้คือจุดเช็กอินบริเวณ ซุ้มป้ายวัดพระธาตุดอยคำ ที่มีบันไดทางเดินทอดยาวลงไป เป็นมุมถ่ายภาพที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของวัดบนยอดเขาได้อย่างสวยงาม จนทำให้รู้สึกว่าเราอยากกลับมาที่นี่อีกครั้งหากมาเยือนเชียงใหม่
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้