คงแค่หยอกกันแหละ ซีอีโอ บริษัทอาวุธสหรัฐฯ บุกวัดขนาด J-35A ของจีน ผู้เชี่ยวชาญอาวุธของจีน ชี้ไม่เหมาะสม

กระทู้สนทนา
เกิดกระแสถกเถียงในแวดวงความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ภายในงานสิงคโปร์แอร์โชว์ (Singapore Airshow) ครั้งที่ 10 หลังพาลเมอร์ ลักกีย์ (Palmer Luckey) ผู้ก่อตั้งบริษัท Anduril Industries บริษัทด้านเทคโนโลยีอาวุธและกลาโหมของสหรัฐฯ โพสต์ภาพและแสดงความเห็นเชิงล้อเลียนต่อเครื่องบินขับไล่ล่องหนรุ่นใหม่ของจีน J-35A จนผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของจีนออกมาตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นมืออาชีพและความน่าเชื่อถือของอีกฝ่าย

https://www.facebook.com/share/p/1K67BAqwqq/?mibextid=wwXIfr


จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดขึ้นที่บูธของบริษัท อาวีเอชัน อินดัสทรี คอร์ปอเรชัน ออฟ ไชน่า หรือ เอวิค (Aviation Industry Corporation of China - AVIC) ซึ่งนำโมเดลเครื่องบินขับไล่ J-35A มาจัดแสดงในสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของลำจริง โดยพาลเมอร์ ลักกีย์ (Palmer Luckey) ได้เข้าไปเยี่ยมชมเครื่องบินลำดับกล่าว และได้โพสต์ภาพตัวเองขณะใช้ตลับเมตรวัดขนาดปีกของโมเดลดังกล่าว พร้อมแสดงความเห็นในลักษณะตั้งข้อสงสัยว่า "เครื่องบินขับไล่ลำนี้อาจไม่สามารถเทียบชั้นสมรรถนะกับเครื่องบินรบสเตลท์ของชาติตะวันตก" โดยการกระทำดังกล่าวถูกเผยแพร่และส่งต่ออย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ในประเทศจีนจนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง

โดยจาง เสวี่ยเฟิง (Zhang Xuefeng) ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของจีน ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อ Global Times ระบุว่าพฤติกรรมของพาลเมอร์ ลักกีย์ (Palmer Luckey) เป็นเพียงการแสดงเชิงสัญลักษณ์มากกว่าจะเป็นการประเมินทางวิศวกรรมอย่างจริงจัง และสะท้อนถึงการขาดความรู้เชิงวิชาชีพด้านอากาศยานทหาร เขายังชี้ว่าการใช้ตลับเมตรวัดโมเดลจัดแสดงไม่สามารถให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับสมรรถนะจริงของเครื่องบินรบได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติการล่องหน ประสิทธิภาพเรดาร์ หรือระบบอาวุธและเซนเซอร์

นอกจากนี้ จาง เสวี่ยเฟิง (Zhang Xuefeng) ยังเน้นย้ำว่า จีนได้เปิดเผยข้อมูลทางเทคนิคของ J-35A บางส่วนต่อสาธารณะแล้ว การพยายามสรุปศักยภาพของเครื่องบินจากการวัดโมเดลจึงเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นทางวิชาการ อย่างไรก็ตาม เขายอมรับโดยอ้อมว่าปฏิกิริยาจากผู้เชี่ยวชาญต่างชาติสะท้อนให้เห็นว่า โครงการเครื่องบินรบสเตลท์ของจีนกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด และถูกนำไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานของประเทศมหาอำนาจทางทหารรายอื่น

นอกเหนือจากประเด็นด้านเทคนิค จาง เสวี่ยเฟิง (Zhang Xuefeng) ยังวิจารณ์บริษัท Anduril Industries ว่ายังไม่มีประสบการณ์ในการพัฒนาเครื่องบินรบแบบมีนักบิน ซึ่งแตกต่างจากบริษัทผู้ผลิตอากาศยานรายใหญ่ที่มีประวัติยาวนาน โดยผลงานหลักของบริษัท Anduril อยู่ในด้านระบบอัตโนมัติและอากาศยานไร้คนขับเป็นหลัก เขาจึงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการออกมาแสดงความคิดเห็นเชิงเปรียบเทียบต่อเครื่องบินขับไล่ล่องหนที่ซับซ้อนสูง

รายงานยังระบุว่าบริษัท Anduril Industries เคยถูกทางการจีนขึ้นบัญชีเป็น Unreliable Entity List หรือบริษัทต่างชาติที่จีนมองว่าเป็นภัยต่อผลประโยชน์แห่งชาติ จากกรณีที่บริษัทมีความเกี่ยวข้องกับการจัดหาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางทหารให้กับไต้หวัน ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวด้านความมั่นคงของจีน และอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้การตอบโต้ครั้งนี้มีน้ำหนักทางการเมืองควบคู่ไปกับประเด็นทางเทคนิค

ในส่วนของตัวเครื่องบิน J-35A ทางฝั่งจีนให้ข้อมูลผ่าน หวัง หย่งชิ่ง (Wang Yongqing) หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญประจำโครงการว่า เครื่องบินรุ่นนี้ถูกออกแบบให้เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบการรบทางอากาศแบบล่องหนของกองทัพจีน โดยเน้นภารกิจครองอากาศเป็นหลัก สามารถปฏิบัติการร่วมกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ทั้งทางอากาศและทางทะเล และถูกวางบทบาทให้รับมือกับเครื่องบินขับไล่รุ่นที่สามและสี่ รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม

กระแสดังกล่าวยังลุกลามไปสู่โลกโซเชียลมีเดีย โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบางส่วนในจีนและประเทศอื่น ๆ นำเหตุการณ์ที่เครื่องบิน F-35C ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ประสบอุบัติเหตุตกทะเลในปี 2022 มาเปรียบเทียบเชิงเสียดสี เพื่อโต้กลับคำวิจารณ์ของ Palmer Luckey สะท้อนให้เห็นว่า การถกเถียงครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในระดับผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามภาพลักษณ์ด้านเทคโนโลยีการทหารระหว่างมหาอำนาจในเวทีโลก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานสิงคโปร์แอร์โชว์ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นประเด็นวิวาทะส่วนบุคคล แต่ยังสะท้อนการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และความพยายามช่วงชิงความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีทางทหารในสายตานานาชาติ ซึ่งมีแนวโน้มจะทวีความเข้มข้นมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่