คัดหุ้นยังไงให้เจอ "หุ้นผู้ชนะ" สรุป 4 สเต็ปสแกนหุ้นฉบับทำเอง ไม่ต้องง้อลายแทงจากใคร!

กระทู้สนทนา
ตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศมีหุ้นให้เลือกละลานตาไปหมดครับ แต่เชื่อไหมว่าหุ้นส่วนใหญ่ในกระดานคือ "หุ้นประคองตัว" มีแค่ไม่กี่ตัวที่เป็น "หุ้นผู้ชนะ" ที่จะพอร์ตเราโตได้จริงๆ หลายคนเสียเวลาไปกับการวิ่งไล่ตามหุ้นที่เขาว่าดี หรือหุ้นที่มีข่าววงใน (ที่รู้กันทั้งประเทศ) สุดท้ายก็ไปจบที่ยอดดอย

วันนี้ผมเลยอยากมาแชร์ "Workflow" การคัดหุ้นส่วนตัวที่ผมใช้มาตลอด ซึ่งมันช่วยให้เรามีระบบในการกรองหุ้นเน่าออกไป และโฟกัสเฉพาะหุ้นที่มีโอกาสทำเงินจริงๆ มาดูกันครับว่า 4 ขั้นตอนสแกนหุ้นฉบับเข้าใจง่ายมีอะไรบ้าง





1. มองหา "ธีม" ที่กำลังมา (The Big Picture)
อย่าเพิ่งเริ่มที่ชื่อหุ้นครับ ให้เริ่มที่ "กระแสโลก" ก่อน เหมือนเราจะเปิดร้านอาหาร เราต้องดูก่อนว่าช่วงนี้คนอยากกินอะไร

• วิธีดู: ในปี 69 นี้ อะไรคือของจริง? เช่น ธุรกิจที่เอา AI มาลดต้นทุนได้จริง, การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์, หรือโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่

• จุดสังเกต: หุ้นที่เก่งที่สุดในอุตสาหกรรมที่กำลังตะวันตกดิน (Sunset) ยังไงก็เหนื่อยครับ ให้หาหุ้นที่อยู่ถูกที่ ถูกเวลาไว้ก่อน







2. กรองด้วย "ตะแกรงตัวเลข" (The Numbers)
พอได้กลุ่มที่น่าสนใจแล้ว ให้เอาหุ้นในกลุ่มนั้นมาผ่านเครื่องสแกน (ใช้แอปฯ ไหนก็ได้ครับ) โดยตั้งเกณฑ์ไว้ประมาณนี้:

• กำไร (Net Profit): ต้องโตสม่ำเสมอ หรือมีสัญญาณการกลับตัว (Turnaround) ที่ชัดเจน

• หนี้ต้องต่ำ (D/E Ratio): ยุคนี้ใครหนี้เยอะคืออันตรายครับ ควรต่ำกว่า 1 เท่า หรือไม่ควรเกิน 1.5 เท่า

• ROE (อัตราส่วนเงินปันผลต่อส่วนผู้ถือ
หุ้น): ยิ่งสูงยิ่งดี (15% ขึ้นไปคือสวยมาก) เพราะมันบอกว่าบริษัทนี้ "ปั่นเงินเก่ง"






3. เช็ก "คูเมือง" และ "ผู้บริหาร" (The Qualitative)
ตัวเลขสวยอาจจะหลอกกันได้ แต่ธุรกิจที่แข็งแกร่งจริงหลอกยากครับ

• คูเมือง (Moat): บริษัทนี้มีอะไรที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้? แบรนด์แข็งแรงไหม? ลูกค้าเปลี่ยนเจ้าได้ยากหรือเปล่า?

• ธรรมาภิบาล: ลองเอาชื่อผู้บริหารไป Google ดูครับว่ามีประวัติยังไง รักบริษัทจริงไหม หรือจ้องจะ "ขายหุ้นทิ้ง" ใส่ตานักลงทุนตลอดเวลา





4. รอ "จังหวะที่ใช่" (The Entry Point)
หุ้นดีแค่ไหน ถ้าซื้อที่ยอดดอยก็ขาดทุนครับ เราต้องใช้กราฟช่วยนิดนึง

• วิธีดู: ไม่ต้องเก่งกราฟมากก็ได้ครับ แค่ดูว่าราคาไม่ควรอยู่ห่างจากเส้นค่าเฉลี่ย (EMA) มากเกินไป หรือรอช่วงที่ราคา "พักตัว" นิ่งๆ แล้วเริ่มมีวอลุ่มเข้าค่อยตาม

• ทริค: "หุ้นดี" + "ราคาที่เหมาะสม" = "กำไรแบบนอนหลับฝันดี" ครับ






Checklist ก่อนกด "ซื้อ"

[ ] อธิบายได้ใน 1 ประโยคว่าบริษัทนี้ทำเงินจากอะไร?

[ ] กำไรโตมาจากธุรกิจหลัก (ไม่ใช่ขายที่ดิน หรือกำไรพิเศษ)

[ ] ถ้าหุ้นตัวนี้ตก 10% เราจะยิ้มแล้วซื้อเพิ่ม (เพราะเราเชื่อมั่น) หรือจะตกใจแล้วด่าเจ้ามือ?

[ ] มี "แผนสำรอง" เสมอถ้ามันไม่เป็นอย่างที่คิด (Stop Loss ตรงไหน?)





สรุปมุมมอง:
การคัดหุ้นไม่ใช่ไสยศาสตร์ครับ แต่มันคือ "งานฝีมือ" ยิ่งทำการบ้านหนัก โอกาสพลาดก็น้อยลง ใครที่ยังไม่มีระบบของตัวเอง ลองเอา 4 ขั้นตอนนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่