‘จบเดตแรก...ทักตอนไหนดี?’

กระทู้สนทนา
ปัญหาโลกแตก ‘จบเดตแรก...ทักตอนไหนดี?’ และทำไม ‘กฎ 3 วัน’ ถึงไม่ได้ผลในยุคนี้

นี่คือปัญหาความรักยุคใหม่ที่รุ่นปู่ย่าตายายของเราไม่เคยต้องเจอ นั่นคือ ‘หลังจบเดตแรกแล้ว เราควรส่งข้อความหาเขาตอนไหนดี?’
.
เรื่องนี้ไม่มีคำตอบตายตัว แต่มันมี ‘จังหวะ’ ของมันอยู่ ถ้าทักไวก็กลัวจะดูรุกแรงไปไหม? แต่ถ้าทักเช้าวันถัดไป มันก็ดูจริงใจดีนะ ในทางกลับกัน ถ้ามัวแต่เล่นตัวรอนาน อีกฝ่ายก็อาจจะคิดว่าเราไม่สนใจ หรือมองเขาเป็นแค่ตัวเลือก จนเขาถอดใจไปก่อนก็ได้
.
เมื่อนานมาแล้วมีคำแนะนำเกี่ยวกับ ‘กฎ 3 วัน’ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการเดตที่ส่งต่อกันมาจากหนังและซีรีส์ฮอลลีวูดในอดีต ที่หมายถึงการรอสักสองถึงสามวัน แต่ในยุคที่ทุกอย่างรวดเร็วไปหมดแบบนี้ กฎนี้ยังใช้ได้อยู่จริงหรือเปล่า?
.
[ทำไมจังหวะเวลาจึงสำคัญมาก?]
.
ในช่วงเริ่มความสัมพันธ์ เรายังไม่รู้นิสัยใจคอกันดีพอ หลังจากจบเดตแรก ทุกอย่างเลยยังดูไม่มั่นคง เราจะไวต่อสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด วิธีการพูด หรือแม้แต่เวลาที่กดส่งข้อความ
.
ข้อความสั้นๆ หลังเดตจึงไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่มันคือการ ‘หยั่งเชิง’ ว่าความสัมพันธ์นี้จะมีอนาคตไหม นั่นคือเหตุผลที่หลายคนยอมหมกมุ่นกับแค่เรื่องเวลาส่งข้อความ
.
[แล้วกฎ 3 วันยังใช้ได้ผลอยู่ไหม?]
.
จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างกว่า 500 คน โดยเปรียบเทียบกลยุทธ์การส่งข้อความหลังการเดต 3 แบบ ได้แก่ การส่งข้อความทันทีหลังการเดต การส่งข้อความในเช้าวันถัดไป และการรออีกสักสองสามวัน
.
ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่าการส่งข้อความในเช้าวันถัดไปส่งผลให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสานสัมพันธ์ได้ดีที่สุด ข้อความที่ส่งในเช้าวันรุ่งขึ้นส่งผลให้รู้สึกถึงความเข้ากันได้มากขึ้น และมีแรงจูงใจที่จะพบกันอีกครั้งสูงกว่า
.
ที่น่าสนใจคือ ผู้หญิงมีความอ่อนไหวต่อเวลาในการส่งข้อความมากกว่า ขณะที่ผู้ชายส่วนใหญ่ถ้าชอบแล้ว ต่อให้ทักช้าหรือเร็วก็ยังอยากไปต่ออยู่ดี
.
สุดท้ายแล้ว สัญชาตญาณที่เรากังวลเรื่องช่วงเวลาของการทักนั้น มันมีเหตุผลของมันอยู่ เพราะในความเป็นจริง หากคนสองคนสนใจกันจริงๆ ก็คงไม่ปล่อยให้หายเงียบกันไปเป็นวันๆ และคุณเองก็ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำเป็นเข้าถึงยากเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง
.
แค่ข้อความเรียบง่ายที่ถูกที่ถูกเวลาในเช้าวันรุ่งขึ้น ก็เพียงพอแล้วที่จะเปลี่ยนจากเดตแรกที่น่าประทับใจ ให้กลายเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
.
ที่มา : BrandThink
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่