สมัยนั้นห้ามผู้หญิงเรียนหมอ เป็นหมอรักษาโรค
นักศึกษาแพทย์ลงคะแนนรับเธอเข้าเรียนเพียงเพราะคิดว่าเป็นเรื่องตลก พวกเขาอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สองปีต่อมา เธอกลับสำเร็จการศึกษาด้วยอันดับหนึ่งของชั้นเรียน
ผู้หญิงคนแรกในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์ เธอชื่อ เอลิซาเบธ แบล็กเวลล์
และห้องเรียนที่เคยหัวเราะเยาะเธอในปี ค.ศ. 1847 ก็กลายเป็นห้องที่สร้างตำนานให้เธอ
อังกฤษ ปี ค.ศ. 1821
เอลิซาเบธ แบล็กเวลล์ เกิดในครอบครัวที่เชื่อว่าผู้หญิงควรได้รับการศึกษาเช่นเดียวกับผู้ชาย ซึ่งเป็นแนวคิดที่หาได้ยากในยุคนั้น
เมื่ออายุสิบเอ็ดปี ครอบครัวของเธอย้ายไปอเมริกา เมื่ออายุสิบเจ็ดปี บิดาของเธอเสียชีวิต ครอบครัวเหลือเงินเพียงเล็กน้อย
เอลิซาเบธและพี่น้องจึงต้องทำงานเป็นครูเพื่อความอยู่รอด ซึ่งเป็นหนึ่งในอาชีพไม่กี่อย่างที่สังคมยอมรับสำหรับผู้หญิงที่มีการศึกษา เธอทำได้ดี และอาจใช้ชีวิตอย่างมั่นคงสบายได้ แต่การเป็นครูยังไม่เพียงพอ เพื่อนสนิทคนหนึ่งล้มป่วยหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพของผู้หญิง
ก่อนเสียชีวิต เธอพูดบางอย่างที่ฝังอยู่ในใจเอลิซาเบธ “ถ้าฉันได้รักษากับแพทย์ผู้หญิง บางทีความทุกข์ของฉันคงน้อยลงและฉันคงพูดถึงอาการของตัวเองได้อย่างเปิดเผยมากกว่านี้”
ช่วงเวลานั้นเปลี่ยนทุกอย่าง เอลิซาเบธตัดสินใจจะเป็นแพทย์ ทุกคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่แค่ยาก แต่เป็นไปไม่ได้
ผู้หญิงไม่เป็นหมอ ผู้คนบอกว่าผู้หญิงไม่เหมาะกับการเรียนแพทย์ บอกว่าอ่อนแอเกินไปสำหรับการผ่าตัดและโรคภัย
แนวคิดนี้ไม่เพียงแปลกใหม่ แต่ถูกมองว่าน่าขบขัน
เอลิซาเบธยังคงสมัครเรียนแพทย์
ถูกปฏิเสธ… แล้วสมัครใหม่
ถูกปฏิเสธ… ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โรงเรียนแพทย์ ยี่สิบเก้าแห่ง ปฏิเสธเธอ
บางแห่งไม่ตอบกลับ
บางแห่งเขียนจดหมายสุภาพว่าความสามารถเธอดี
แต่การรับผู้หญิงเข้าเรียนไม่เหมาะสม
บางแห่งพูดตรง ๆ ว่า ผู้หญิงไม่ควรอยู่ในวงการแพทย์
เอลิซาเบธยังสมัครต่อไป
เธอจะทำอะไรได้อีก?
ยอมรับว่าเพศของเธอทำให้ด้อยกว่า?
เชื่อว่าเธอไม่อาจเรียนรู้สิ่งเดียวกับผู้ชาย?
เธอปฏิเสธจะเชื่อเช่นนั้น
การลงคะแนนที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์
วิทยาลัยแพทย์เจนีวา รัฐนิวยอร์ก คณาจารย์ได้รับใบสมัครของเธอแล้วเกิดความลังเล หากปฏิเสธ อาจดูไม่ยุติธรรม แต่หากรับเข้าเรียน ก็กลัวเสียชื่อเสียง
จึงตัดสินใจโยนเรื่องให้ นักศึกษาโหวต พวกเขาคิดว่านักศึกษาคงตอบว่า “ไม่” แต่นักศึกษากลับคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น
บางคนคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้ง
หลายคนโหวต “รับ” เพื่อความขำ
โดยเชื่อว่าอาจารย์คงไม่เอาจริง
การลงคะแนนเป็นเอกฉันท์ รับเข้าเรียน คณะไม่มีทางเลือก
เอลิซาเบธ แบล็กเวลล์ จึงได้เข้าเรียน
พฤศจิกายน ค.ศ. 1847 เธอเดินเข้าสู่ห้องบรรยายครั้งแรก ห้องทั้งห้องเงียบงัน นักศึกษาทั้งหมดเป็นผู้ชาย อาจารย์ทั้งหมดเป็นผู้ชาย แพทย์ทั้งประเทศเป็นผู้ชาย นั่นคือเรื่องปกติของยุคนั้น
เอลิซาเบธอายุยี่สิบหกปีเธอถือหนังสือ เดินไปนั่งแถวหน้าราวกับว่าเธอควรอยู่ตรงนั้น
บางคนหัวเราะ บางคนจ้องมอง บางคนไม่สบายใจ เธอเปิดสมุด… แล้วจดบันทึก
เธอพยายามมามากเกินกว่าจะยอมถอย ช่วงแรกยากลำบาก
ผู้ป่วยชายบางคนปฏิเสธการรักษาหากเธออยู่ใกล้
ชาวเมืองนินทา ผู้หญิงหลีกเลี่ยงเธอ เรียกเธอว่าแปลก ไม่เป็นกุลสตรี หรือแม้แต่ไม่ปกติ
แต่เธอมาทุกวัน เรียนหนักที่สุด อ่านหนังสือจนดึกใต้แสงเทียน ฝึกฝนไม่หยุด ช้า ๆ ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยน
เพื่อนบางคนเริ่มเคารพเธอ เธอถามคำถามเฉียบคม ทำงานยากได้ดี จริงจังกับการเรียน
ปีที่สอง อาจารย์เริ่มเรียกถามเธอเพราะรู้ว่าเธอมีคำตอบ คนที่เคยหัวเราะ กลับต้องพยายามไล่ตาม
23 มกราคม ค.ศ. 1849 วันรับปริญญา
เอลิซาเบธ แบล็กเวลล์ เดินขึ้นเวที ไม่เพียงสำเร็จการศึกษาแต่จบ อันดับหนึ่งของรุ่น เธอกลายเป็น ดร.แบล็กเวลล์
ห้องที่เคยหัวเราะ… ลุกขึ้นปรบมือ แต่เธอรู้ว่า ปริญญาใบเดียวไม่พอ เธอไปฝึกต่อในยุโรป และยังคงเผชิญการปฏิเสธ
กลับนิวยอร์กเพื่อเปิดคลินิก เจ้าของอาคารไม่ยอมให้เช่า คนไข้ไม่ยอมพบ
ดังนั้น เธอจึง สร้างสิ่งใหม่
ปี ค.ศ. 1857
เอลิซาเบธและน้องสาว เอมิลี ก่อตั้ง New York Infirmary for Women and Children โรงพยาบาลที่บริหารโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง
แพทย์หญิงได้ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี หญิงยากจนได้รับการรักษาโดยไม่ต้องอับอาย หญิงสาวได้เรียนแพทย์ มันคือ “หลักฐาน”ว่าผู้หญิงบริหารโรงพยาบาลได้ ว่าผู้หญิงช่วยชีวิตคนได้ ว่าโลกการแพทย์ต้องการผู้หญิง
ปี ค.ศ. 1874
เธอร่วมก่อตั้ง London School of Medicine for Women โรงเรียนแพทย์สตรีแห่งแรกในอังกฤษ ตลอดชีวิต เธอสอน เขียนหนังสือ และชี้นำคนรุ่นหลัง
เธอเคยกล่าวว่า“ฉันรู้สึกเหมือนถูกเรียกให้เปิดทางให้ผู้หญิงในวงการแพทย์”
เธอไม่ได้เพียงเป็นหมอ เธอคือผู้ เปิดประตู
31 พฤษภาคม ค.ศ. 1910
เอลิซาเบธ แบล็กเวลล์ ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 89 ปี
ขณะนั้น ผู้หญิงกำลังเรียนแพทย์ทั่วอเมริกาและยุโรป การต่อสู้ยังไม่จบ แต่ ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพราะเธอพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นไปได้
ทุกวันนี้ กว่าครึ่งของนักศึกษาแพทย์ในอเมริกาเป็นผู้หญิง ผู้หญิงทำงานในทุกสาขาการแพทย์ บริหารโรงพยาบาล นำการวิจัย และช่วยชีวิตผู้คน
ทั้งหมดกำลังเดินอยู่บนเส้นทาง ที่เอลิซาเบธ แบล็กเวลล์ เป็นผู้เปิดไว้
ที่มา
ตำนานผู้หญิงคนแรกที่เรียนหมอ สมัยที่ผู้คนปฏิเสธหมอผู้หญิง
ที่มา