O ตะวันจวนพลบ .. O

กระทู้สนทนา



0 ตะวันจวนพลบ .. ที่จบยาก
คือซ่อนยิ้มมุมปากเหมือนฝากฝัง
แทรกเป็นเหตุส่งเสริมจนเริ่มประดัง
ภาพสุมใส่ในภวังค์ .. เกินตั้งตัว
0 เย็นแล้วอีกเย็นย่ำ .. สูรย์จำพราก
ภาพอีกฟากฝั่งฟ้าแทรกฝ่าสลัว
ซ้อนทับภาพจันทร์บนกลางหม่นมัว
กับเพียงชั่วลมพลิ้ว .. ผมปลิวปลาย
0 ยิ้มมุมปากเพรียกผัสสะเข้ากระทบ
ปัจจัยครบถ้วนสรรพเท่ากับสลาย
ทั้งทีท่าชั้นเชิงกระเจิงกระจาย
กับชม้ายปรายเนตรร่วมเจตนา
0 จากนั้น .. โลกมนุษย์ก็รุดเร่ง
ด้วยบทเพลงหวานซึ้งอยู่ซึ่งหน้า
ปราศโศกสร้อยในวิถีแห่งคีตา
เพียงห่วงหาผสานรับพ้องกับใจ
0 ก็ถูก .. ที่แทรกช่วงด้วยห่วงละห้อย
ยิ่งมาดูยิ่งบ่อยกว่าน้อยได้
ช้อนตาสบ, แพ้ทางหรืออย่างไร
น่าจะใช่ .. เนตรระยับจึงพรับพริ้ม
0 ในภวังค์ .. ที่เริ่มฝังลงหยั่งลึก
ปิดผนึกเติมแต้มด้วยแก้มอิ่ม
อิริยาทอดทาบเป็นภาพพิมพ์
อยู่ที่ริมธารใจ .. คอยไหววน
0 ตะวัน .. แล้วก็ลับไปกับพลบ
เมื่อตาสบตาอยู่เริ่มรู้ผล
รู้ว่าการณ์สิ้นสุดด้วยสุดทน
กับหวานที่เอ่อล้น .. ท่วมท้นใจ !
0 คุกคามเมื่อ .. ราตรีเริ่มลีลา
จากเมื่อตาสบกัน ที่สั่นไหว
สบสะเทิ้นสั่นสะทก .. จะ-อกใคร?
เนตรคู่ใดพาระส่ำ .. อยู่ล้ำลึก ?
0 ฤๅ .. โคมสรวงอ้อยอิ่งลอยนิ่งอยู่
หวังเหลื่อมน้ำ- ดินสู่ให้รู้สึก
ว่าน้ำใจหยาดย้ำ .. ลงสำนึก
แม้นค่ำดึกผ่านแล้ว .. อย่าแล้วเลือน ?
0 จวบจันทร์ครองคืนค่ำ .. ลมร่ำ-หนาว
เนตรยังวาววับอยู่ จนดูเหมือน
จักคอยยั่วคอยเย้า .. คอยเฝ้าเตือน
ให้คะนึงทุกเขยื้อนขยับตัว
0 สิ้นเรียวจันทร์บนฟ้า .. หากหล้าต่ำ
แววหวานล้ำเหลือบชม้อย .. กลับคอยยั่ว
หมดสิ้นแล้วเวหน .. ที่หม่นมัว
กับเพียงชั่ว .. หอมล้ำรมย์รำเพย
0 พร่างพรายจันทร์อีกดวงในทรวงนี่
หากหลีกลี้ .. อ้อยอิ่งทำนิ่งเฉย
หนี้อาวรณ์ทบต้น .. จักล้นเลย
ความอันเคย .. เอ่ยนับทุกกัปกัลป์
0 พร่างพรายแล้วจวงจันทร์ .. ในขวัญพี่
เมื่อราศีค่อยค่อยล้อม .. เข้ากล่อมขวัญ
จวบ-ถ้อยคำอวด-โอ่ .. ทั้งโลกันต์
เพียงเศษเสี้ยวส่วนอนันต์ .. รำพันนี้ !
.
.
.
ขออนุญาตคนในภาพนะขอรับ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=02-2026&date=08&group=239&gblog=23
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่