https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1219994
KEY POINTS
• ตูวาลูเผชิญวิกฤตระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจมอยู่ใต้น้ำอย่างถาวรภายในปี 2100
• รัฐบาลได้ทำสนธิสัญญากับออสเตรเลียเพื่อจัดทำ "วีซ่าสภาพภูมิอากาศ" เปิดทางให้ประชาชน 280 คนต่อปี สามารถอพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่อาศัยได้อย่างถาวร
• เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติไว้ ตูวาลูได้ริเริ่มแผนการสร้าง "ประเทศดิจิทัล" แห่งแรกของโลก ควบคู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สถานะความเป็นรัฐคงอยู่ตลอดไปแม้ดินแดนจะสูญสิ้น
“ตูวาลู” หมู่เกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจาก “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่รุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าระดับน้ำทะเลในพื้นที่นี้เพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึงสองเท่าในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา
ตูวาลูประกอบด้วยเกาะปะการังและหมู่เกาะ 9 แห่ง ซึ่งพื้นที่ที่จุดสูงสุดของประเทศ อยู่เหนือระดับน้ำทะเลเพียง 4.5 เมตร ส่วนระดับความสูงเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 2 เมตรเท่านั้น ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์นี้ ทำให้ประชาชนในประเทศต้องอพยพหนีเมื่อระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายและมหาสมุทรขยายตัวจากความร้อนจนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลจากนาซาระบุว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ระดับน้ำทะเลรอบตูวาลูเพิ่มสูงขึ้นแล้ว 15 ซม. มากกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 1.5 เท่า ปัจจุบันเกาะปะการังสองแห่งของตูวาลูได้จมหายไปภายใต้คลื่นเกือบทั้งหมดแล้ว เนื่องจากน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นและเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง เช่น ไซโคลน
รัฐบาลตูวาลูและนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าภายในปี 2050 พื้นที่ครึ่งหนึ่งของกรุงฟูนาฟูตี เมืองหลวงของประเทศ จะถูกน้ำท่วมเป็นประจำจากอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 1 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะกลายเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยไม่ได้
คาดว่าภายในปี 2100 พื้นที่กว่า 90-95% ของประเทศจะจมอยู่ใต้น้ำอย่างถาวร สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตูวาลูมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นประเทศแรกในโลก ที่ต้องอพยพประชากรทั้งหมดออกจากประเทศ
หาทางเอาตัวรอดจากน้ำท่วม
เพื่อรับมือกับการสูญเสียดินแดนทางกายภาพ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ไซมอน โคเฟ ประกาศแผนการสร้าง “ประเทศดิจิทัล” (Digital Nation) แห่งแรกของโลก แผนการนี้รวมถึงการย้ายบริการของรัฐบาลไปสู่ระบบออนไลน์ และการจำลองเกาะรวมถึงวัฒนธรรมของชาติไว้ในโลกเสมือนจริงหรือเมตาเวิร์ส เพื่อรักษาอัตลักษณ์และอธิปไตยของชาติไว้แม้ดินแดนจะหายไป
“หากดินแดนของเราหายไป เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลายเป็นประเทศดิจิทัลแห่งแรกของโลก” โคเฟกล่าวในที่ประชุม COP27
นอกจากนี้ โคเฟยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความตระหนักรู้แก่ชาวโลกโดยระบุว่า “หากปราศจากจิตสำนึกและความมุ่งมั่นร่วมกันของโลกต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเรา ในไม่ช้าประเทศอื่น ๆ อาจต้องตามเราไปอยู่ในโลกออนไลน์เมื่อที่ดินของพวกเขาหายไปเช่นกัน”
โคเฟยืนยันว่า ข้อมูลทั้งหมดที่เขานำเสนอได้รับการสนับสนุนจากทางวิทยาศาสตร์ และการสร้างประเทศดิจิทัลจะเป็นตัวแทนแสดงอธิปไตยของรัฐตูวาลู ในกรณีที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สถานะความเป็นรัฐอย่างถาวร แม้ดินแดนจะสูญหายก็ตาม
ตูวาลูได้ดำเนินการเชิงรุกด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 2023 เพื่อระบุว่ารัฐตูวาลูจะคงอยู่ตลอดไปโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้สูญเสียดินแดน ความท้าทายสำคัญคือตามกฎหมายดั้งเดิม การเป็นรัฐต้องมีองค์ประกอบของประชากร ดินแดน และรัฐบาลที่ชัดเจน
การดำเนินการนี้ มีเป้าหมายเพื่อรักษาสิทธิเหนือเขตอำนาจทางทะเลและทรัพยากรธรรมชาติ เช่น รายได้จากการขายใบอนุญาตทำการประมง ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศต่อไป
วีซ่าสภาพภูมิอากาศช่วยย้ายประเทศ
ในเดือนสิงหาคม 2024 ตูวาลูลงนามใน “สนธิสัญญา Falepili Union” กับออสเตรเลีย โดยออสเตรเลียตกลงที่จะยอมรับอธิปไตยที่ต่อเนื่องของตูวาลู แม้ว่าประเทศจะจมน้ำก็ตาม เฟเลติ เตโอ นายกรัฐมนตรีของตูวาลู อธิบายว่า สนธิสัญญานี้เป็นข้อผูกพันทางกฎหมายในการปกป้องความเป็นรัฐของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังให้คำมั่นที่จะช่วยเหลือตูวาลูในด้านความมั่นคงและภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ภายใต้สนธิสัญญานี้ ได้มีการจัดตั้งโครงการ “วีซ่าสภาพภูมิอากาศ” (Climate Visa) เพื่อให้ชาวตูวาลูสามารถอพยพได้อย่างมีศักดิ์ศรี ในแต่ละปีโครงการนี้อนุญาตให้พลเมืองตูวาลูจำนวน 280 คนได้รับสิทธิพำนักถาวรในออสเตรเลีย ซึ่งจะได้รับสิทธิด้านสุขภาพ การศึกษา และการจ้างงานเท่าเทียมกับพลเมืองออสเตรเลีย
ในการเปิดรับสมัครครั้งล่าสุด พบว่ามีชาวตูวาลูลงทะเบียนแสดงความจำนงถึง 8,750 คน หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรที่มีอยู่ทั้งหมด 11,000 คน
กลุ่มผู้อพยพชาวตูวาลูกลุ่มแรกเดินทางถึงออสเตรเลียแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 รวมถึง ดร.มาซินา มาโตลู ทันตแพทย์ที่ย้ายไปพำนักในเมืองดาร์วินพร้อมครอบครัว เธอให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้ไปออสเตรเลียเพื่อช่วยเหลือผู้คน เพื่อรับใช้ และบรรเทาความเจ็บปวด” เธอมองว่านี่เป็นโอกาสที่ดีในการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากออสเตรเลีย กลับไปช่วยเหลือประเทศบ้านเกิดในอนาคต
ขณะที่ คิไต เฮาลอปิ พนักงานขับรถฟอร์คลิฟต์หญิงคนแรกของตูวาลู ก็วางแผนจะย้ายไปเมลเบิร์น โดยมีค่าแรงเป็นแรงจูงใจสำคัญ เธอล่าวว่า “ค่าแรงที่นั่นดีมาก ซึ่งจะช่วยให้ฉันสามารถเลี้ยงดูครอบครัวและส่งเงินกลับมาช่วยประเทศชาติของเราได้”
แม้ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น แต่พื้นที่ทั้งหมดของตูวาลูกลับเพิ่มขึ้น 2.9% ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ตามการศึกษาของ ศ.พอล เคนช์ นักธรณีสัณฐานวิทยาชายฝั่ง เนื่องจากกระบวนการทางธรรมชาติที่คลื่นพัดพาตะกอนปะการังมาสะสมใหม่
ศ.เคนช์เสนอว่าควรมีการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเกาะอย่างละเอียด เพื่อการปรับตัวมากกว่าการคาดการณ์ว่าจะจมน้ำเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบัน รัฐบาลตูวาลูยังคงเดินหน้าโครงการถมทะเลสำหรับเพิ่มพื้นที่ดินบริเวณชายฝั่ง โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสหประชาชาติ เพื่อสร้างความหวังในการอาศัยอยู่ในประเทศต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับวิกฤตที่บีบคั้น แต่ความเชื่อมั่นและความเป็นปึกแผ่นของประชาชนยังคงได้รับการรักษาไว้ผ่านคำขวัญของชาติที่ว่า “Tuvalu mo te Atua” หรือ “ตูวาลูอยู่กับพระเจ้า”
อย่างไรก็ตาม ติโต อิซาลา ผู้ที่มีส่วนร่วมในการเจรจาเอกราชของตูวาลู ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดประเทศดิจิทัลโดยระบุว่า “มันดูเป็นการยอมแพ้และสิ้นหวัง” เขาเน้นย้ำว่าชาวตูวาลูจำนวนมากไม่ได้ต้องการอพยพออกจากบ้านเกิด และเชื่อว่าตูวาลูยังมีศักยภาพในการปรับตัวตามธรรมชาติ
ที่มา:
Euro News,
Ground Report,
The Conversation,
The Guardian,
The Week
‘ตูวาลู’ กำลังจม สูญสิ้นแผ่นดิน ประชาชนย้ายออกประเทศ จากวิกฤติระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1219994
KEY POINTS
• ตูวาลูเผชิญวิกฤตระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจมอยู่ใต้น้ำอย่างถาวรภายในปี 2100
• รัฐบาลได้ทำสนธิสัญญากับออสเตรเลียเพื่อจัดทำ "วีซ่าสภาพภูมิอากาศ" เปิดทางให้ประชาชน 280 คนต่อปี สามารถอพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่อาศัยได้อย่างถาวร
• เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติไว้ ตูวาลูได้ริเริ่มแผนการสร้าง "ประเทศดิจิทัล" แห่งแรกของโลก ควบคู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สถานะความเป็นรัฐคงอยู่ตลอดไปแม้ดินแดนจะสูญสิ้น
“ตูวาลู” หมู่เกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจาก “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่รุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าระดับน้ำทะเลในพื้นที่นี้เพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึงสองเท่าในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา
ตูวาลูประกอบด้วยเกาะปะการังและหมู่เกาะ 9 แห่ง ซึ่งพื้นที่ที่จุดสูงสุดของประเทศ อยู่เหนือระดับน้ำทะเลเพียง 4.5 เมตร ส่วนระดับความสูงเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 2 เมตรเท่านั้น ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์นี้ ทำให้ประชาชนในประเทศต้องอพยพหนีเมื่อระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายและมหาสมุทรขยายตัวจากความร้อนจนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลจากนาซาระบุว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ระดับน้ำทะเลรอบตูวาลูเพิ่มสูงขึ้นแล้ว 15 ซม. มากกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 1.5 เท่า ปัจจุบันเกาะปะการังสองแห่งของตูวาลูได้จมหายไปภายใต้คลื่นเกือบทั้งหมดแล้ว เนื่องจากน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นและเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง เช่น ไซโคลน
รัฐบาลตูวาลูและนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าภายในปี 2050 พื้นที่ครึ่งหนึ่งของกรุงฟูนาฟูตี เมืองหลวงของประเทศ จะถูกน้ำท่วมเป็นประจำจากอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 1 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะกลายเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยไม่ได้
คาดว่าภายในปี 2100 พื้นที่กว่า 90-95% ของประเทศจะจมอยู่ใต้น้ำอย่างถาวร สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตูวาลูมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นประเทศแรกในโลก ที่ต้องอพยพประชากรทั้งหมดออกจากประเทศ
หาทางเอาตัวรอดจากน้ำท่วม
เพื่อรับมือกับการสูญเสียดินแดนทางกายภาพ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ไซมอน โคเฟ ประกาศแผนการสร้าง “ประเทศดิจิทัล” (Digital Nation) แห่งแรกของโลก แผนการนี้รวมถึงการย้ายบริการของรัฐบาลไปสู่ระบบออนไลน์ และการจำลองเกาะรวมถึงวัฒนธรรมของชาติไว้ในโลกเสมือนจริงหรือเมตาเวิร์ส เพื่อรักษาอัตลักษณ์และอธิปไตยของชาติไว้แม้ดินแดนจะหายไป
“หากดินแดนของเราหายไป เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลายเป็นประเทศดิจิทัลแห่งแรกของโลก” โคเฟกล่าวในที่ประชุม COP27
นอกจากนี้ โคเฟยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความตระหนักรู้แก่ชาวโลกโดยระบุว่า “หากปราศจากจิตสำนึกและความมุ่งมั่นร่วมกันของโลกต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเรา ในไม่ช้าประเทศอื่น ๆ อาจต้องตามเราไปอยู่ในโลกออนไลน์เมื่อที่ดินของพวกเขาหายไปเช่นกัน”
โคเฟยืนยันว่า ข้อมูลทั้งหมดที่เขานำเสนอได้รับการสนับสนุนจากทางวิทยาศาสตร์ และการสร้างประเทศดิจิทัลจะเป็นตัวแทนแสดงอธิปไตยของรัฐตูวาลู ในกรณีที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สถานะความเป็นรัฐอย่างถาวร แม้ดินแดนจะสูญหายก็ตาม
ตูวาลูได้ดำเนินการเชิงรุกด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 2023 เพื่อระบุว่ารัฐตูวาลูจะคงอยู่ตลอดไปโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้สูญเสียดินแดน ความท้าทายสำคัญคือตามกฎหมายดั้งเดิม การเป็นรัฐต้องมีองค์ประกอบของประชากร ดินแดน และรัฐบาลที่ชัดเจน
การดำเนินการนี้ มีเป้าหมายเพื่อรักษาสิทธิเหนือเขตอำนาจทางทะเลและทรัพยากรธรรมชาติ เช่น รายได้จากการขายใบอนุญาตทำการประมง ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศต่อไป
วีซ่าสภาพภูมิอากาศช่วยย้ายประเทศ
ในเดือนสิงหาคม 2024 ตูวาลูลงนามใน “สนธิสัญญา Falepili Union” กับออสเตรเลีย โดยออสเตรเลียตกลงที่จะยอมรับอธิปไตยที่ต่อเนื่องของตูวาลู แม้ว่าประเทศจะจมน้ำก็ตาม เฟเลติ เตโอ นายกรัฐมนตรีของตูวาลู อธิบายว่า สนธิสัญญานี้เป็นข้อผูกพันทางกฎหมายในการปกป้องความเป็นรัฐของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังให้คำมั่นที่จะช่วยเหลือตูวาลูในด้านความมั่นคงและภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ภายใต้สนธิสัญญานี้ ได้มีการจัดตั้งโครงการ “วีซ่าสภาพภูมิอากาศ” (Climate Visa) เพื่อให้ชาวตูวาลูสามารถอพยพได้อย่างมีศักดิ์ศรี ในแต่ละปีโครงการนี้อนุญาตให้พลเมืองตูวาลูจำนวน 280 คนได้รับสิทธิพำนักถาวรในออสเตรเลีย ซึ่งจะได้รับสิทธิด้านสุขภาพ การศึกษา และการจ้างงานเท่าเทียมกับพลเมืองออสเตรเลีย
ในการเปิดรับสมัครครั้งล่าสุด พบว่ามีชาวตูวาลูลงทะเบียนแสดงความจำนงถึง 8,750 คน หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรที่มีอยู่ทั้งหมด 11,000 คน
กลุ่มผู้อพยพชาวตูวาลูกลุ่มแรกเดินทางถึงออสเตรเลียแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 รวมถึง ดร.มาซินา มาโตลู ทันตแพทย์ที่ย้ายไปพำนักในเมืองดาร์วินพร้อมครอบครัว เธอให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้ไปออสเตรเลียเพื่อช่วยเหลือผู้คน เพื่อรับใช้ และบรรเทาความเจ็บปวด” เธอมองว่านี่เป็นโอกาสที่ดีในการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากออสเตรเลีย กลับไปช่วยเหลือประเทศบ้านเกิดในอนาคต
ขณะที่ คิไต เฮาลอปิ พนักงานขับรถฟอร์คลิฟต์หญิงคนแรกของตูวาลู ก็วางแผนจะย้ายไปเมลเบิร์น โดยมีค่าแรงเป็นแรงจูงใจสำคัญ เธอล่าวว่า “ค่าแรงที่นั่นดีมาก ซึ่งจะช่วยให้ฉันสามารถเลี้ยงดูครอบครัวและส่งเงินกลับมาช่วยประเทศชาติของเราได้”
แม้ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น แต่พื้นที่ทั้งหมดของตูวาลูกลับเพิ่มขึ้น 2.9% ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ตามการศึกษาของ ศ.พอล เคนช์ นักธรณีสัณฐานวิทยาชายฝั่ง เนื่องจากกระบวนการทางธรรมชาติที่คลื่นพัดพาตะกอนปะการังมาสะสมใหม่
ศ.เคนช์เสนอว่าควรมีการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเกาะอย่างละเอียด เพื่อการปรับตัวมากกว่าการคาดการณ์ว่าจะจมน้ำเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบัน รัฐบาลตูวาลูยังคงเดินหน้าโครงการถมทะเลสำหรับเพิ่มพื้นที่ดินบริเวณชายฝั่ง โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสหประชาชาติ เพื่อสร้างความหวังในการอาศัยอยู่ในประเทศต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับวิกฤตที่บีบคั้น แต่ความเชื่อมั่นและความเป็นปึกแผ่นของประชาชนยังคงได้รับการรักษาไว้ผ่านคำขวัญของชาติที่ว่า “Tuvalu mo te Atua” หรือ “ตูวาลูอยู่กับพระเจ้า”
อย่างไรก็ตาม ติโต อิซาลา ผู้ที่มีส่วนร่วมในการเจรจาเอกราชของตูวาลู ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดประเทศดิจิทัลโดยระบุว่า “มันดูเป็นการยอมแพ้และสิ้นหวัง” เขาเน้นย้ำว่าชาวตูวาลูจำนวนมากไม่ได้ต้องการอพยพออกจากบ้านเกิด และเชื่อว่าตูวาลูยังมีศักยภาพในการปรับตัวตามธรรมชาติ
ที่มา: Euro News, Ground Report, The Conversation, The Guardian, The Week