หยุดช่วยคนแปลกหน้าใช้โทรศัพท์ แค่ 30 นาที อาจทำให้ชีวิตการเงินพังได้
นี่ ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์แบบเดิม — แต่น่ากลัวกว่านั้นมาก
พวกเขา ไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องการรหัสผ่าน และไม่ต้องการความไว้ใจของคุณ
สิ่งเดียวที่ต้องการคือ “ความมีน้ำใจ” ของคุณ
ช่วงนี้เริ่มมี กลโกงรูปแบบใหม่ ปรากฏตามห้าง MRT ตลาด และที่สาธารณะ
มิจฉาชีพมักแต่งตัวสุภาพ ดูเป็นคนวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ
จะอ้างว่าใช้โทรศัพท์ไม่เป็น กดผิดหน้า
อยากเช็กเงินบำนาญ เงินช่วยเหลือ หรือขอให้คุณช่วย “กดให้หน่อย”
อันตรายอยู่ตรงนี้
โทรศัพท์ที่ส่งให้คุณ มักจะเปิดอยู่แล้ว
– กำลังวิดีโอคอล
– หรือเปิดอัดหน้าจอ
– หรือเปิดสิทธิ์จดจำใบหน้า (Face Recognition)
มีใครบางคน กำลังมองคุณอยู่ปลายสาย
คุณคิดว่ากำลังช่วย
แต่จริง ๆ แล้ว ข้อมูลชีวมิติของคุณกำลังถูกขโมย
นี่ไม่ใช่การโกงธรรมดา
แต่มันคือ การปลอมตัวตนด้วย AI (AI Biometric Identity Fraud)
พวกเขา ไม่เอาเงินคุณ
แต่เอา “ตัวตนของคุณ”
หากคุณ:
แตะโทรศัพท์ → ลายนิ้วมือ
อ่านตัวเลข / รหัสยืนยัน → เสียง
มองหน้าจอ พูด หรือขยับหน้า → ใบหน้า
ข้อมูลชีวมิติหลัก 3 อย่างของคุณ
1. ลายนิ้วมือ
2. เสียง
3. ใบหน้า
อาจถูกเก็บไปครบถ้วน
AI สมัยใหม่สามารถสร้าง ตัวตนดิจิทัลที่เหมือนคุณแทบ 100%
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปน่ากลัวมาก
มิจฉาชีพสามารถใช้ตัวตนปลอมของคุณ:
ขอสินเชื่อออนไลน์
ผ่อนสินค้า
กดเงินสด
ผ่านการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าและเสียงอัตโนมัติ
ภายใน 30 นาที วงเงินทุกอย่างที่คุณกู้ได้อาจถูกใช้จนหมด
เมื่อคุณเห็นแจ้งเตือนจากธนาคาร
คุณจะพบว่า เงินไม่ได้หาย
แต่คุณกลับ มีหนี้ก้อนโต
อาจหลักแสน หรือหลักล้าน
จำกฎ 3 ข้อนี้ให้ขึ้นใจ
1.อย่าช่วยคนแปลกหน้าใช้โทรศัพท์
2.อย่าแตะ อย่ากด อย่ามอง อย่าอ่านอะไรออกเสียง
แม้เขาจะบอกว่า “แค่คลิกเดียว”
3. วิดีโอคอลจากคนไม่รู้จัก → วางสายทันที
อย่าพูดหรือหันหน้าเข้ากล้องเด็ดขาด
ช่วยแชร์ข้อความนี้ให้ ผู้สูงอายุ เด็ก ๆ และคนใจดีที่มักเกรงใจคนอื่น
เพราะมิจฉาชีพ เล็งเป้าไปที่คนดี
เตือนครั้งสุดท้าย อย่าคิดว่า
“ฉันคงไม่ซวยขนาดนั้น”
หรือ
“ฉันฉลาดพอ ไม่น่าจะโดน”
ความมั่นใจและความมีน้ำใจ
คือสิ่งที่มิจฉาชีพใช้เป็นอาวุธ
แชร์ต่อ = ลดเหยื่อได้อีกหนึ่งคน
ระวังมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ เงินคุณไม่ได้หาย แต่กลับเป็นหนี้ก้อนโตเข้ามาแทน
นี่ ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์แบบเดิม — แต่น่ากลัวกว่านั้นมาก
พวกเขา ไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องการรหัสผ่าน และไม่ต้องการความไว้ใจของคุณ
สิ่งเดียวที่ต้องการคือ “ความมีน้ำใจ” ของคุณ
ช่วงนี้เริ่มมี กลโกงรูปแบบใหม่ ปรากฏตามห้าง MRT ตลาด และที่สาธารณะ
มิจฉาชีพมักแต่งตัวสุภาพ ดูเป็นคนวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ
จะอ้างว่าใช้โทรศัพท์ไม่เป็น กดผิดหน้า
อยากเช็กเงินบำนาญ เงินช่วยเหลือ หรือขอให้คุณช่วย “กดให้หน่อย”
อันตรายอยู่ตรงนี้
โทรศัพท์ที่ส่งให้คุณ มักจะเปิดอยู่แล้ว
– กำลังวิดีโอคอล
– หรือเปิดอัดหน้าจอ
– หรือเปิดสิทธิ์จดจำใบหน้า (Face Recognition)
มีใครบางคน กำลังมองคุณอยู่ปลายสาย
คุณคิดว่ากำลังช่วย
แต่จริง ๆ แล้ว ข้อมูลชีวมิติของคุณกำลังถูกขโมย
นี่ไม่ใช่การโกงธรรมดา
แต่มันคือ การปลอมตัวตนด้วย AI (AI Biometric Identity Fraud)
พวกเขา ไม่เอาเงินคุณ
แต่เอา “ตัวตนของคุณ”
หากคุณ:
แตะโทรศัพท์ → ลายนิ้วมือ
อ่านตัวเลข / รหัสยืนยัน → เสียง
มองหน้าจอ พูด หรือขยับหน้า → ใบหน้า
ข้อมูลชีวมิติหลัก 3 อย่างของคุณ
1. ลายนิ้วมือ
2. เสียง
3. ใบหน้า
อาจถูกเก็บไปครบถ้วน
AI สมัยใหม่สามารถสร้าง ตัวตนดิจิทัลที่เหมือนคุณแทบ 100%
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปน่ากลัวมาก
มิจฉาชีพสามารถใช้ตัวตนปลอมของคุณ:
ขอสินเชื่อออนไลน์
ผ่อนสินค้า
กดเงินสด
ผ่านการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าและเสียงอัตโนมัติ
ภายใน 30 นาที วงเงินทุกอย่างที่คุณกู้ได้อาจถูกใช้จนหมด
เมื่อคุณเห็นแจ้งเตือนจากธนาคาร
คุณจะพบว่า เงินไม่ได้หาย
แต่คุณกลับ มีหนี้ก้อนโต
อาจหลักแสน หรือหลักล้าน
จำกฎ 3 ข้อนี้ให้ขึ้นใจ
1.อย่าช่วยคนแปลกหน้าใช้โทรศัพท์
2.อย่าแตะ อย่ากด อย่ามอง อย่าอ่านอะไรออกเสียง
แม้เขาจะบอกว่า “แค่คลิกเดียว”
3. วิดีโอคอลจากคนไม่รู้จัก → วางสายทันที
อย่าพูดหรือหันหน้าเข้ากล้องเด็ดขาด
ช่วยแชร์ข้อความนี้ให้ ผู้สูงอายุ เด็ก ๆ และคนใจดีที่มักเกรงใจคนอื่น
เพราะมิจฉาชีพ เล็งเป้าไปที่คนดี
เตือนครั้งสุดท้าย อย่าคิดว่า
“ฉันคงไม่ซวยขนาดนั้น”
หรือ
“ฉันฉลาดพอ ไม่น่าจะโดน”
ความมั่นใจและความมีน้ำใจ
คือสิ่งที่มิจฉาชีพใช้เป็นอาวุธ
แชร์ต่อ = ลดเหยื่อได้อีกหนึ่งคน