1.แยกรูปนามเป็นสภาวะ ไม่ใช่เอาจิตไปง้าง ไปงัดจิตให้เห็นนามให้เห็นรูป
2.แยกรูปนามเป็นปัญญาเห็นการแตกกระจายของรูปนามว่า มันไม่เชื่อมติดต่อกัน เป็นแท่ง เป็นก้อน ความเป็นบัญญัติทำให้เกิดตัวตนได้ง่าย
3.แยกรูปนามเป็นความเห็นต่อ รูปกายเราเองที่แตกกระจายออก และคน สัตว์สิ่งของ รวมทั้งเสียงที่ได้ยิน ภาพที่เห็นไกลๆออกไป กลิ่นที่รับรู้ ความคิด สัญญาที่เกิดขึ้น ว่าแต่ละสิ่ง ละอย่าง มีช่องว่างไม่ติดกัน
4.แยกรูปนามได้เป็นความเห็นในขณะจิตเดียว หมายความว่า หากสามารถ capture ภาพในจิตได้ จะเป็นดั่งการเห็นของquick silver ที่เห็นกายตัวเอง
แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ คน สัตว์ สิ่งของ รอบตัว นิ่งอยู่กับที่ มีเราเป็นผู้เห็นการเคลื่อนของสิ่งรอบตัว ทีละshotๆ(การเกิด ดับ)
แยกรูปนามเป็นสภาวะมีปัญญา
2.แยกรูปนามเป็นปัญญาเห็นการแตกกระจายของรูปนามว่า มันไม่เชื่อมติดต่อกัน เป็นแท่ง เป็นก้อน ความเป็นบัญญัติทำให้เกิดตัวตนได้ง่าย
3.แยกรูปนามเป็นความเห็นต่อ รูปกายเราเองที่แตกกระจายออก และคน สัตว์สิ่งของ รวมทั้งเสียงที่ได้ยิน ภาพที่เห็นไกลๆออกไป กลิ่นที่รับรู้ ความคิด สัญญาที่เกิดขึ้น ว่าแต่ละสิ่ง ละอย่าง มีช่องว่างไม่ติดกัน
4.แยกรูปนามได้เป็นความเห็นในขณะจิตเดียว หมายความว่า หากสามารถ capture ภาพในจิตได้ จะเป็นดั่งการเห็นของquick silver ที่เห็นกายตัวเอง
แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ คน สัตว์ สิ่งของ รอบตัว นิ่งอยู่กับที่ มีเราเป็นผู้เห็นการเคลื่อนของสิ่งรอบตัว ทีละshotๆ(การเกิด ดับ)