เผยภาพนาที "เสือโคร่ง" โผล่หน้ากล้องดักถ่ายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตอกย้ำความสำเร็จการอนุรักษ์
ชี้เป็นตัววัดระบบนิเวศกลุ่มป่าแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์สูงสุด
เมื่อวันที่ 6 ก.พ.69 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ผืนป่ามรดกโลกแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง หลังกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าบันทึกภาพเสือโคร่ง สัตว์ผู้ล่าขั้นสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
สะท้อนความสมดุลของธรรมชาติและประสิทธิภาพการอนุรักษ์ที่ประสบผลสำเร็จ
นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ภายใต้ความร่วมมือระหว่างอุทยานแห่งชาติกุยบุรีกับ WWF ประเทศไทย ฝ่ายศึกษาและวิจัยได้ดำเนินการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) ในพื้นที่อุทยานฯ
เพื่อสำรวจ ติดตาม และศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง
“การบันทึกภาพเสือโคร่งได้อย่างชัดเจนถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ยืนยันว่าผืนป่ากุยบุรียังคงความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเสือโคร่งเป็นสัตว์ผู้ล่าลำดับสูงสุดของระบบนิเวศ การมีอยู่ของเสือโคร่งแสดงให้เห็นว่าห่วงโซ่อาหารในป่ายังสมบูรณ์ มีสัตว์เหยื่ออาหารเพียงพอ
และระบบนิเวศยังอยู่ในสภาวะสมดุล” นายนิทัศน์กล่าว
ผู้อำนวยการฯ กล่าวเสริมว่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรียังคงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
ควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และชุมชนท้องถิ่น
เพื่อให้ผืนป่ากุยบุรีคงอยู่เป็นถิ่นอาศัยที่ปลอดภัยของสัตว์ป่านานาชนิด และเป็นมรดกธรรมชาติอันทรงคุณค่าสำหรับคนรุ่นหลังสืบไป
อุทยานแห่งชาติกุยบุรีเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลก “กลุ่มป่าแก่งกระจาน”
ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
และเป็นแหล่งอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากหลายชนิด โดยเฉพาะเสือโคร่ง ช้างป่า กระทิง และเลียงผา ที่ยังคงมีประชากรอาศัยอยู่อย่างมั่นคง
ขอบคุณข้อมูลและภาพ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
แหล่งที่มา : เดลินิวส์
https://www.dailynews.co.th/news/5576555/
ป่ามรดกโลกสมบูรณ์! พบ ‘เสือโคร่ง’ โผล่หน้ากล้อง อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตอกย้ำประสิทธิภาพการอนุรักษ์
เผยภาพนาที "เสือโคร่ง" โผล่หน้ากล้องดักถ่ายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตอกย้ำความสำเร็จการอนุรักษ์
ชี้เป็นตัววัดระบบนิเวศกลุ่มป่าแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์สูงสุด
เมื่อวันที่ 6 ก.พ.69 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ผืนป่ามรดกโลกแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง หลังกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าบันทึกภาพเสือโคร่ง สัตว์ผู้ล่าขั้นสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
สะท้อนความสมดุลของธรรมชาติและประสิทธิภาพการอนุรักษ์ที่ประสบผลสำเร็จ
นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ภายใต้ความร่วมมือระหว่างอุทยานแห่งชาติกุยบุรีกับ WWF ประเทศไทย ฝ่ายศึกษาและวิจัยได้ดำเนินการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) ในพื้นที่อุทยานฯ
เพื่อสำรวจ ติดตาม และศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง
“การบันทึกภาพเสือโคร่งได้อย่างชัดเจนถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ยืนยันว่าผืนป่ากุยบุรียังคงความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเสือโคร่งเป็นสัตว์ผู้ล่าลำดับสูงสุดของระบบนิเวศ การมีอยู่ของเสือโคร่งแสดงให้เห็นว่าห่วงโซ่อาหารในป่ายังสมบูรณ์ มีสัตว์เหยื่ออาหารเพียงพอ
และระบบนิเวศยังอยู่ในสภาวะสมดุล” นายนิทัศน์กล่าว
ผู้อำนวยการฯ กล่าวเสริมว่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรียังคงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
ควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และชุมชนท้องถิ่น
เพื่อให้ผืนป่ากุยบุรีคงอยู่เป็นถิ่นอาศัยที่ปลอดภัยของสัตว์ป่านานาชนิด และเป็นมรดกธรรมชาติอันทรงคุณค่าสำหรับคนรุ่นหลังสืบไป
อุทยานแห่งชาติกุยบุรีเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลก “กลุ่มป่าแก่งกระจาน”
ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
และเป็นแหล่งอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากหลายชนิด โดยเฉพาะเสือโคร่ง ช้างป่า กระทิง และเลียงผา ที่ยังคงมีประชากรอาศัยอยู่อย่างมั่นคง
ขอบคุณข้อมูลและภาพ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
แหล่งที่มา : เดลินิวส์
https://www.dailynews.co.th/news/5576555/