หลายคนบอกว่ายุคนี้มันยุค AI ยุคเทรดเร็ว ยุคกราฟเทคนิค... แล้วทางเดินของ VI ที่เน้นอ่านงบ เน้นดูพื้นฐาน ถือหุ้นกันเป็นปีๆ ยังเป็นทางรอดอยู่ไหม
สำหรับผม VI ไม่เคยตายครับ แต่วิธีการหาหุ้น "เพชรในตม" ต้องอัปเกรดกันหน่อย วันนี้ผมขอมากะเทาะเปลือกหลักการ VI ในยุคใหม่ ว่าจะหาหุ้นตัวไหนที่ถือแล้วนอนหลับสบายและพอร์ตโตขึ้นอย่างยั่งยืนครับ
1. มองหา "คูเมือง" (Economic Moat) ที่ AI เลียนแบบไม่ได้
ในอดีตเราอาจมองแค่แบรนด์ดัง แต่ปี 69 นี้ต้องดูว่าบริษัทนั้นมีอะไรที่ AI มาแย่งไม่ได้
• ตัวอย่าง: สายสัมพันธ์กับลูกค้าที่แน่นแฟ้น, ระบบโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนและครอบคลุม, หรือสิทธิบัตรและสัมปทานที่คนอื่นเข้าถึงยาก
• VI ทริค: หุ้นที่ดีคือหุ้นที่ "คู่แข่งต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อมาสู้กับเรา แต่ก็อาจจะไม่ชนะ" ครับ
2. งบการเงินไม่โกหก (แต่ต้องดูให้ลึก)
การดูแค่กำไรสุทธิ (Net Profit) ไม่พอแล้วครับ VI ยุคนี้ต้องเช็ก:
• กระแสเงินสด (Cash Flow): กำไรเป็นตัวเลขทางบัญชี แต่เงินสดในมือคือของจริง บริษัทต้องมีเงินสดหมุนเวียนคล่องตัว
• หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): ในวันที่ดอกเบี้ยยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ บริษัทที่มีหนี้ต่ำจะทนทานต่อมรสุมเศรษฐกิจได้ดีกว่าครับ
3. ซื้อเมื่อ "ราคาต่ำกว่ามูลค่า" (Margin of Safety)
กฎเหล็กของ VI คือห้ามซื้อหุ้นแพงต่อให้บริษัทนั้นจะดีแค่ไหนก็ตาม
• วิธีเช็ก: ต้องมี "ส่วนเผื่อความปลอดภัย" เสมอ เช่น ถ้าเราประเมินว่ามูลค่าที่แท้จริงคือ 100 บาท เราควรซื้อมันที่ราคา 70-80 บาท เพื่อที่ว่าถ้าเราประเมินผิด เราก็ยังเจ็บตัวน้อยครับ
4. ผู้บริหารต้องมี "ธรรมาภิบาล" (CG)
ปีนี้ ข่าวเรื่องการปั่นหุ้นหรือการแต่งงบมีให้เห็นบ่อย VI ของจริงต้องดู "เจ้าของ" ครับ ว่าเขามีประวัติยังไง รักบริษัทจริงไหม หรือจ้องแต่จะขายหุ้นทิ้งใส่ตานักลงทุนรายย่อย
5. ความอดทนคือ "อาวุธ"
VI คือการปลูกไม้ยืนต้นครับ ไม่ใช่ปลูกถั่วงอก
• Mindset: ถ้าคุณไม่พร้อมจะถือหุ้นตัวนั้นได้เกิน 5 ปี อย่าซื้อมันแม้แต่ 5 นาทีครับ ตลาดหุ้นยุคนี้ผันผวนบ่อย ถ้าเราใจไม่นิ่งพอ เราจะขายทิ้งก่อนที่มันจะกลายเป็น "หุ้นหลายเด้ง"
สรุปข้อคิด:
VI ไม่ใช่แค่การซื้อหุ้นราคาถูก แต่มันคือการ "ซื้อธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ในราคาที่เหมาะสม" แล้วปล่อยให้เวลาทำงานแทนเราครับ
ลงทุนแบบ "เน้นคุณค่า" ในยุค AI... ยังใช้ได้ผลไหม? สรุปวิธีหา "หุ้นดีราคาถูก" ฉบับเน้นถือยาวให้รวยจริง!
สำหรับผม VI ไม่เคยตายครับ แต่วิธีการหาหุ้น "เพชรในตม" ต้องอัปเกรดกันหน่อย วันนี้ผมขอมากะเทาะเปลือกหลักการ VI ในยุคใหม่ ว่าจะหาหุ้นตัวไหนที่ถือแล้วนอนหลับสบายและพอร์ตโตขึ้นอย่างยั่งยืนครับ
1. มองหา "คูเมือง" (Economic Moat) ที่ AI เลียนแบบไม่ได้
ในอดีตเราอาจมองแค่แบรนด์ดัง แต่ปี 69 นี้ต้องดูว่าบริษัทนั้นมีอะไรที่ AI มาแย่งไม่ได้
• ตัวอย่าง: สายสัมพันธ์กับลูกค้าที่แน่นแฟ้น, ระบบโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนและครอบคลุม, หรือสิทธิบัตรและสัมปทานที่คนอื่นเข้าถึงยาก
• VI ทริค: หุ้นที่ดีคือหุ้นที่ "คู่แข่งต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อมาสู้กับเรา แต่ก็อาจจะไม่ชนะ" ครับ
2. งบการเงินไม่โกหก (แต่ต้องดูให้ลึก)
การดูแค่กำไรสุทธิ (Net Profit) ไม่พอแล้วครับ VI ยุคนี้ต้องเช็ก:
• กระแสเงินสด (Cash Flow): กำไรเป็นตัวเลขทางบัญชี แต่เงินสดในมือคือของจริง บริษัทต้องมีเงินสดหมุนเวียนคล่องตัว
• หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): ในวันที่ดอกเบี้ยยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ บริษัทที่มีหนี้ต่ำจะทนทานต่อมรสุมเศรษฐกิจได้ดีกว่าครับ
3. ซื้อเมื่อ "ราคาต่ำกว่ามูลค่า" (Margin of Safety)
กฎเหล็กของ VI คือห้ามซื้อหุ้นแพงต่อให้บริษัทนั้นจะดีแค่ไหนก็ตาม
• วิธีเช็ก: ต้องมี "ส่วนเผื่อความปลอดภัย" เสมอ เช่น ถ้าเราประเมินว่ามูลค่าที่แท้จริงคือ 100 บาท เราควรซื้อมันที่ราคา 70-80 บาท เพื่อที่ว่าถ้าเราประเมินผิด เราก็ยังเจ็บตัวน้อยครับ
4. ผู้บริหารต้องมี "ธรรมาภิบาล" (CG)
ปีนี้ ข่าวเรื่องการปั่นหุ้นหรือการแต่งงบมีให้เห็นบ่อย VI ของจริงต้องดู "เจ้าของ" ครับ ว่าเขามีประวัติยังไง รักบริษัทจริงไหม หรือจ้องแต่จะขายหุ้นทิ้งใส่ตานักลงทุนรายย่อย
5. ความอดทนคือ "อาวุธ"
VI คือการปลูกไม้ยืนต้นครับ ไม่ใช่ปลูกถั่วงอก
• Mindset: ถ้าคุณไม่พร้อมจะถือหุ้นตัวนั้นได้เกิน 5 ปี อย่าซื้อมันแม้แต่ 5 นาทีครับ ตลาดหุ้นยุคนี้ผันผวนบ่อย ถ้าเราใจไม่นิ่งพอ เราจะขายทิ้งก่อนที่มันจะกลายเป็น "หุ้นหลายเด้ง"
สรุปข้อคิด:
VI ไม่ใช่แค่การซื้อหุ้นราคาถูก แต่มันคือการ "ซื้อธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ในราคาที่เหมาะสม" แล้วปล่อยให้เวลาทำงานแทนเราครับ