เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิในการทำธุรกรรมออนไลน์ มีเรื่องคริปโตเกี่ยวข้องและหน่วยงานที่มีสิทธ์ในการควบคุมและกำหนดทิศทางชีวิตของประชาชน
Timeline
- เข้าวงการคริปโตและ เทรด bitcoin มาตั้งแต่ช่วง 2015
- ปี 2020 รู้จัก P2P มองเห็นโอกาสเข้าไปทำกำไรส่วนต่าง สมัยนั้นยังไม่มีการควบคุม ยังไม่มีกฏหมายห้าม จะเทรดต้องตรวจสอบกันเองว่าชื่อ KYC ตรงกับธนาคารที่โอนมาไหม จะได้ไม่มีปัญหา ABC รวมกับคุยกันในแชทเพื่อเช็คว่าเจ้าตัวมาซื้อเอง ไม่ได้โดนหลอกและไม่ได้เป็นม้า
- เทรด P2P ได้ระยะสั้นๆ เจอคู่เทรดไปแจ้งอายัดบัญชีธนาคาร
- ตามสืบไปสืบมา ถึงได้รู้ว่า คนที่มา buy เหรียญ ถูกผัวทิพย์หลอกให้มาซื้อเหรียญและถอนไปเข้าเว็บ scam หลังจากรู้ตัวว่าจะมีพวกประเภทนี้มา buy อีกมาก เลยตัดสินใจเลิกทำ P2P มองว่าต่อให้ KYC มาถูกต้อง ชื่อ user ตรง ชื่อธนาคารตรง สุดท้ายส่งเหรียญไปให้ผัวทิพย์แน่ๆ
- ใช้เวลาคุยกับตำรวจอยู่เป็นปี จนปลายปี 2021 ได้ปลดอายัด ตำรวจไม่รู้เรื่อง รู้ว่ามีการโอนเงินจริง มีสลิปโอนจริง แค่นั้น
- เวลาผ่านมา เรื่องเริ่มแดง มีคนโดนผัวทิพย์หลอกเพียบ (พวกหาคู่ tinder + เรียนภาษา) ไปร้องหน่วยงาน คลอดออกมาเป็นมาตราการ อัพเกรดเป็น AOC + CFR + ม้า เริ่มมาการอายัดตามบัตรประชาชน ใครโดนแจ้งแบบนี้ จะถูกล็อคทุกอย่าง บัญชีธนาคาร + e wallet + เว็บเทรดที่ กลต. รับรอง สังคมไทยที่ปัจจุบันพึ่งพาธุรกรรมออนไลน์แทบจะ 100% ใครโดนแบบนี้ หมดอนาคตแน่นอน
- ปี 2026 คนเดิม เรื่องเดิมในอดีตปี 2020 กลับไปแจ้ง AOC อีกครั้ง "ด้วยธุรกรรมเดิมตั้งแต่ 2020" AOC ไม่รอช้า ล็อคทันทีทุกอย่าง ไม่ดูรายละเอียด ขอแค่คนแจ้งว่าโอนจริง มีสลิปโอน แค่นั้นล็อคได้เลยง่ายๆ จากนั้นโยนชื่อเข้าไป CFR ล็อคทุกอย่าง แล้วโยนงานไปหน่วยอื่นต่อ เก็บตัวเลขต่างๆมาทำลงหน้าเว็บสวยๆ ว่าเม็ดเงินเท่าไหร่ คดีเท่าไหร่ สร้างผลงานให้ผู้ใหญ่ดู
- ปัจจุบัน ติดต่อแก้ไข หน่วยงานโยนไปมา AOC > ธนาคาร > ตำรวจ สุดท้ายไปลงที่ตำรวจร้อยเวร (ผู้ได้รับจ่ายงานมาจาก AOC ที่สั่งอายัด) ตำรวจร้อยเวรไม่รู้เรื่อง และ งง ว่ามันเป็นแบบนี้ได้ยังไง โทรไปคุยด้วยก็ได้แต่รอว่าท่านจะทำให้หรือไม่ จะทำให้ตอนไหน จะเข้าใจหรือเปล่า เข้าใจว่างานก็ล้นโต๊ะอยู่แล้ว คุยโทรศัพท์ไป รับแจ้งคดีบนโต๊ะไปพร้อมๆกัน และรู้ดีว่ายังมีคนอีกมากเจอรูปแบบอื่นๆ เช่นขู่ดำเนินคดี บังคับให้คืนเงิน ทั้งๆที่ไม่ได้โกงใคร
แชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน
ไม่สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ทั้งหมด ปกติทำงานค้าขายออนไลน์ = ดับ / เทรดคริปโตใน bitkub , binance TH = ไม่ได้ ถูกล็อคหมด ตอนนี้เหมือนเป็นคนเถื่อนในประเทศไทย ที่ไม่โดนจับ ไม่โดนดำเนินคดี ไม่มีการพิสูจน์ มีอิสรภาพทางร่างกาย แต่ถูกกักขังในสิทธิ ต้องใช้เงินสดท่ามกลางสังคมไร้เงินสด ไม่ก็ฝากคนใกล้ตัวโอนให้ ก็เทียบเท่ากับใช้ม้านั่นแหละ ผิดกฏหมายเข้าไปอีก
ร้องเรียน กับ ฟ้องกลับ ?
ไม่ต้องพูดถึง มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ความยุติธรรมขับเคลื่อนด้วยเงิน แต่โดนล็อคไปหมดแล้ว เป็นแค่คนธรรมดาตัวเล็กๆพูดอะไรก็ไม่น่าเชื่อถือ จะไปฟ้องหน่วยงานที่บอกว่า"ทำตามหน้าที่" ? คาดหวังอย่างเดียว คือรอให้โดนอายัดกันมากขึ้น จนเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นเรื่องก็คงเดิน
ไม่ผิด จะกลัวอะไร ?
การดูแลประชาชนที่บกพร่อง ทำให้คนบริสุทธ์ต้องได้รับผลกระทบ นี่คือสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคดีใดๆทุกประการ คุณจะรู้ได้อย่างไร ว่า 1 ชีวิตของคุณวันดีคืนดีจะถูกใครก็ไม่รู้มากล่าวหาคุณ แล้วหน่วยงานปฏิบัติกับคุณตามที่เขากล่าวหา
สิ่งที่อยากบอกคนอ่าน
อย่าเก็บเงินไว้ในธนาคาร หรือหน่วยงานใดๆก็ตามที่โยงกันเป็นเครือข่าย CFR เพราะวันใดที่คุณถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกคู่กรณีเข้าใจผิด เขาจะไปแจ้งแล้วชื่อของคุณจะไปอยู่ในนั้น แล้วชีวิตคุณจะดำดิ่งทันที เราอยู่ในประเทศที่รัฐและหน่วยงานมีความบกพร่องเป็นรูโบ๋ใหญ่ๆ ตอนนี้ยังโดนกันไม่มาก เรื่องไม่ใหญ่ สื่อไม่ทำ เรื่องไม่เดิน (ช่วง CFR นำร่องใหม่ๆพอมีข่าวอยู่บ้างแต่ก็เงียบไป) จะมีก็แต่กลุ่มรวมคนที่โดนหลักร้อยถึงพันคน บางคนต้องออกจากงานเพราะไม่มีบัญชีรับเงิน + ที่ทำงานไม่จ่ายเงินสด คุณจะใช้จ่ายชีวิตประจำวันไม่ได้ บริการหักเงินอัตโนมัติทั้งหลายจะถูกปิด เช่นหักประกันสังคมรายเดือน subscription ต่างๆ ซื้อ + ขายของออนไลน์ จะทำไม่ได้ ถ้าไม่หาม้าใช้
เราพลาดเองที่หลงเชื่อว่าระบบนั้นยุติธรรม พลาดเองที่คิดไม่ถึงว่าคนนั้นจะกล่าวหาคนอื่นได้โดยที่ไม่มีมูล และพลาดเองที่เชื่อว่าหน่วยงานจะมีความรอบคอบและตรงไปตรงมา ถ้าเราไม่เชื่อมั่นพวกนี้ตั้งแต่ต้น เราก็คงไม่เทรด P2P และคงเทรดสินทรัพย์อื่นๆในกราฟต่อไป
คนที่จะเข้ามา comment ว่า P2P ก็สมควรแล้ว แสดงว่าคุณไม่อ่านให้กระจ่าง และคุณจะเป็นกลุ่มเสี่ยงยิ่งกว่าในอนาคต
หน่วยงานหรือธนาคารต่างๆ ไม่ต้องเข้ามาเม้น ไม่ต้องการหลังไมค์อะไรทั้งนั้น รู้ดีว่าทุกอย่างจะวนลูป ตั้งใจมาแชร์ประสบการณ์และเตือนประชาชน ให้ตื่นรู้ซักที เพราะปัจจุบันสังคมไทยยังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาธุรกรรมบนธนาคาร การเก็บสินทรัพย์ไว้ในธนาคารนั้นมีความเสี่ยงชนิดที่ว่า high-risk และถือว่าการฝากธนาคาร เราจะเสียสิทธ์ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ไปเลย
การเข้าไปเทรด P2P ของเราก็เพื่อหวังผลกำไร ไม่มีเจตนาฟอกเงิน หรือเป็นม้า หรือหนีภาษีใดๆทั้งสิ้น หลังจากมีปัญหา ตระหนักได้เองว่าได้ไม่คุ้มเสีย นอกจากเจอคู่เทรดแบบผัวทิพย์ชวนลงทุน ยิ่งนำรายได้เข้าคำนวนภาษี มันไม่ make sense จนสุดท้ายก็เลิกเอง
อิจฉาและยินดีแทนนักลงทุน gen ใหม่ๆที่เข้าวงการมา ก็ไม่มี P2P ให้เห็นแล้ว ไม่ต้องมาพลาดติดปัญหาแบบนี้ แต่อย่าได้ไว้วางใจในระบบ เขาจะยึด จะล็อคคุณเมื่อไหร่ก็ได้ .. not your key > not your coin
เตือนภัย โดนกลั่นแกล้ง ทำให้ถูกอายัดทุกระบบธุรกรรม (CFR) ในขณะที่หน่วยงานต่างๆก็ทำงานบกพร่อง อิสระทางกาย จำคุกด้านสิทธิ
Timeline
- เข้าวงการคริปโตและ เทรด bitcoin มาตั้งแต่ช่วง 2015
- ปี 2020 รู้จัก P2P มองเห็นโอกาสเข้าไปทำกำไรส่วนต่าง สมัยนั้นยังไม่มีการควบคุม ยังไม่มีกฏหมายห้าม จะเทรดต้องตรวจสอบกันเองว่าชื่อ KYC ตรงกับธนาคารที่โอนมาไหม จะได้ไม่มีปัญหา ABC รวมกับคุยกันในแชทเพื่อเช็คว่าเจ้าตัวมาซื้อเอง ไม่ได้โดนหลอกและไม่ได้เป็นม้า
- เทรด P2P ได้ระยะสั้นๆ เจอคู่เทรดไปแจ้งอายัดบัญชีธนาคาร
- ตามสืบไปสืบมา ถึงได้รู้ว่า คนที่มา buy เหรียญ ถูกผัวทิพย์หลอกให้มาซื้อเหรียญและถอนไปเข้าเว็บ scam หลังจากรู้ตัวว่าจะมีพวกประเภทนี้มา buy อีกมาก เลยตัดสินใจเลิกทำ P2P มองว่าต่อให้ KYC มาถูกต้อง ชื่อ user ตรง ชื่อธนาคารตรง สุดท้ายส่งเหรียญไปให้ผัวทิพย์แน่ๆ
- ใช้เวลาคุยกับตำรวจอยู่เป็นปี จนปลายปี 2021 ได้ปลดอายัด ตำรวจไม่รู้เรื่อง รู้ว่ามีการโอนเงินจริง มีสลิปโอนจริง แค่นั้น
- เวลาผ่านมา เรื่องเริ่มแดง มีคนโดนผัวทิพย์หลอกเพียบ (พวกหาคู่ tinder + เรียนภาษา) ไปร้องหน่วยงาน คลอดออกมาเป็นมาตราการ อัพเกรดเป็น AOC + CFR + ม้า เริ่มมาการอายัดตามบัตรประชาชน ใครโดนแจ้งแบบนี้ จะถูกล็อคทุกอย่าง บัญชีธนาคาร + e wallet + เว็บเทรดที่ กลต. รับรอง สังคมไทยที่ปัจจุบันพึ่งพาธุรกรรมออนไลน์แทบจะ 100% ใครโดนแบบนี้ หมดอนาคตแน่นอน
- ปี 2026 คนเดิม เรื่องเดิมในอดีตปี 2020 กลับไปแจ้ง AOC อีกครั้ง "ด้วยธุรกรรมเดิมตั้งแต่ 2020" AOC ไม่รอช้า ล็อคทันทีทุกอย่าง ไม่ดูรายละเอียด ขอแค่คนแจ้งว่าโอนจริง มีสลิปโอน แค่นั้นล็อคได้เลยง่ายๆ จากนั้นโยนชื่อเข้าไป CFR ล็อคทุกอย่าง แล้วโยนงานไปหน่วยอื่นต่อ เก็บตัวเลขต่างๆมาทำลงหน้าเว็บสวยๆ ว่าเม็ดเงินเท่าไหร่ คดีเท่าไหร่ สร้างผลงานให้ผู้ใหญ่ดู
- ปัจจุบัน ติดต่อแก้ไข หน่วยงานโยนไปมา AOC > ธนาคาร > ตำรวจ สุดท้ายไปลงที่ตำรวจร้อยเวร (ผู้ได้รับจ่ายงานมาจาก AOC ที่สั่งอายัด) ตำรวจร้อยเวรไม่รู้เรื่อง และ งง ว่ามันเป็นแบบนี้ได้ยังไง โทรไปคุยด้วยก็ได้แต่รอว่าท่านจะทำให้หรือไม่ จะทำให้ตอนไหน จะเข้าใจหรือเปล่า เข้าใจว่างานก็ล้นโต๊ะอยู่แล้ว คุยโทรศัพท์ไป รับแจ้งคดีบนโต๊ะไปพร้อมๆกัน และรู้ดีว่ายังมีคนอีกมากเจอรูปแบบอื่นๆ เช่นขู่ดำเนินคดี บังคับให้คืนเงิน ทั้งๆที่ไม่ได้โกงใคร
แชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน
ไม่สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ทั้งหมด ปกติทำงานค้าขายออนไลน์ = ดับ / เทรดคริปโตใน bitkub , binance TH = ไม่ได้ ถูกล็อคหมด ตอนนี้เหมือนเป็นคนเถื่อนในประเทศไทย ที่ไม่โดนจับ ไม่โดนดำเนินคดี ไม่มีการพิสูจน์ มีอิสรภาพทางร่างกาย แต่ถูกกักขังในสิทธิ ต้องใช้เงินสดท่ามกลางสังคมไร้เงินสด ไม่ก็ฝากคนใกล้ตัวโอนให้ ก็เทียบเท่ากับใช้ม้านั่นแหละ ผิดกฏหมายเข้าไปอีก
ร้องเรียน กับ ฟ้องกลับ ?
ไม่ต้องพูดถึง มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ความยุติธรรมขับเคลื่อนด้วยเงิน แต่โดนล็อคไปหมดแล้ว เป็นแค่คนธรรมดาตัวเล็กๆพูดอะไรก็ไม่น่าเชื่อถือ จะไปฟ้องหน่วยงานที่บอกว่า"ทำตามหน้าที่" ? คาดหวังอย่างเดียว คือรอให้โดนอายัดกันมากขึ้น จนเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นเรื่องก็คงเดิน
ไม่ผิด จะกลัวอะไร ?
การดูแลประชาชนที่บกพร่อง ทำให้คนบริสุทธ์ต้องได้รับผลกระทบ นี่คือสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคดีใดๆทุกประการ คุณจะรู้ได้อย่างไร ว่า 1 ชีวิตของคุณวันดีคืนดีจะถูกใครก็ไม่รู้มากล่าวหาคุณ แล้วหน่วยงานปฏิบัติกับคุณตามที่เขากล่าวหา
สิ่งที่อยากบอกคนอ่าน
อย่าเก็บเงินไว้ในธนาคาร หรือหน่วยงานใดๆก็ตามที่โยงกันเป็นเครือข่าย CFR เพราะวันใดที่คุณถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกคู่กรณีเข้าใจผิด เขาจะไปแจ้งแล้วชื่อของคุณจะไปอยู่ในนั้น แล้วชีวิตคุณจะดำดิ่งทันที เราอยู่ในประเทศที่รัฐและหน่วยงานมีความบกพร่องเป็นรูโบ๋ใหญ่ๆ ตอนนี้ยังโดนกันไม่มาก เรื่องไม่ใหญ่ สื่อไม่ทำ เรื่องไม่เดิน (ช่วง CFR นำร่องใหม่ๆพอมีข่าวอยู่บ้างแต่ก็เงียบไป) จะมีก็แต่กลุ่มรวมคนที่โดนหลักร้อยถึงพันคน บางคนต้องออกจากงานเพราะไม่มีบัญชีรับเงิน + ที่ทำงานไม่จ่ายเงินสด คุณจะใช้จ่ายชีวิตประจำวันไม่ได้ บริการหักเงินอัตโนมัติทั้งหลายจะถูกปิด เช่นหักประกันสังคมรายเดือน subscription ต่างๆ ซื้อ + ขายของออนไลน์ จะทำไม่ได้ ถ้าไม่หาม้าใช้
เราพลาดเองที่หลงเชื่อว่าระบบนั้นยุติธรรม พลาดเองที่คิดไม่ถึงว่าคนนั้นจะกล่าวหาคนอื่นได้โดยที่ไม่มีมูล และพลาดเองที่เชื่อว่าหน่วยงานจะมีความรอบคอบและตรงไปตรงมา ถ้าเราไม่เชื่อมั่นพวกนี้ตั้งแต่ต้น เราก็คงไม่เทรด P2P และคงเทรดสินทรัพย์อื่นๆในกราฟต่อไป
คนที่จะเข้ามา comment ว่า P2P ก็สมควรแล้ว แสดงว่าคุณไม่อ่านให้กระจ่าง และคุณจะเป็นกลุ่มเสี่ยงยิ่งกว่าในอนาคต
หน่วยงานหรือธนาคารต่างๆ ไม่ต้องเข้ามาเม้น ไม่ต้องการหลังไมค์อะไรทั้งนั้น รู้ดีว่าทุกอย่างจะวนลูป ตั้งใจมาแชร์ประสบการณ์และเตือนประชาชน ให้ตื่นรู้ซักที เพราะปัจจุบันสังคมไทยยังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาธุรกรรมบนธนาคาร การเก็บสินทรัพย์ไว้ในธนาคารนั้นมีความเสี่ยงชนิดที่ว่า high-risk และถือว่าการฝากธนาคาร เราจะเสียสิทธ์ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ไปเลย
การเข้าไปเทรด P2P ของเราก็เพื่อหวังผลกำไร ไม่มีเจตนาฟอกเงิน หรือเป็นม้า หรือหนีภาษีใดๆทั้งสิ้น หลังจากมีปัญหา ตระหนักได้เองว่าได้ไม่คุ้มเสีย นอกจากเจอคู่เทรดแบบผัวทิพย์ชวนลงทุน ยิ่งนำรายได้เข้าคำนวนภาษี มันไม่ make sense จนสุดท้ายก็เลิกเอง
อิจฉาและยินดีแทนนักลงทุน gen ใหม่ๆที่เข้าวงการมา ก็ไม่มี P2P ให้เห็นแล้ว ไม่ต้องมาพลาดติดปัญหาแบบนี้ แต่อย่าได้ไว้วางใจในระบบ เขาจะยึด จะล็อคคุณเมื่อไหร่ก็ได้ .. not your key > not your coin