ใครต้องรับผิดชอบ “รัฐไทยล้มเหลว” และ “การศึกษาไทยเหลื่อมล้ำ”
คำตอบคือ:
กลุ่มบุคคล ผู้ร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
และะ เคลมผลทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย โดย เขียนกฎหมายตัดตอนความจริง และสร้างวาทกรรมโกหกให้ พวกตน เป็น “ผู้ปฏิรูป” แทน ความสามัคคีของคนไทยผู้มีส่วนร่วมในการอภิวัฒน์การศึกษา 2538 ในทุกมิติ
และ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
คือ อาชญากรรมโครงสร้างทางปัญญา ซึ่งสร้างความเสียหายให้รัฐไทย และ คนไทยมากที่สุด ในศตวรรษที่ 21
1. ความชั่วร้ายไม่ใช่ “กฎหมายแย่” แต่คือ “กฎหมายโกหก”
ปัญหาของกฎหมาย 2542 ไม่ใช่แค่ใช้ไม่ได้
แต่เป็นกฎหมาย ซึ่ง สถาปนาความโกหกเป็นฐานคิดของรัฐ
กฎหมายฉบับนี้ทำ 3 เรื่องพร้อมกันอย่างแนบเนียน:
ประกาศตัวเองเป็น “จุดเริ่มต้นการปฏิรูป”
ทั้งที่การปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่ก่อน ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2540
แล้ว
การลบช่วงการอภิวัฒน์การศึกษา [url=tel:2538-2540]2538–2540[/url] โดยคนไทยมีส่วนร่วม ออกจากความทรงจำสาธารณะ
เคลมผลงานของการเปลี่ยนแปลงททททททททททสิทธิการศึกษาของคนไทย
ซึ่งพวกเขา ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในทุกสถานการณ์
นี่ไม่ใช่ เพียงความผิดพลาด
นี่คือ การปลอมประวัติศาสตร์การศึกษา ของ ประเทศไทย
ในนามของกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
2. กลุ่มคนผู้ต้องรับผิดชอบ (และควรรับโทษตามกฎหมาย)
🔥 1) กลุ่มบุคคล ผู้เขียน ประวัติศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาปลอม ไว้ในกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
คนกลุ่มนี้:
อ้างว่าการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย เริ่มต้นด้วย “กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542”
ลบการเปลี่ยนแปลงจากภาคสนามและชุมชน ลบเหตุการณ์ความสามัคคีของคนไทย
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่ปรากฏ โดยประชาชนมีส่วนร่วมในการปรับปรุง ในทุกมิติ
คือ
การปรับปรุงโรงเรียน 29,845 โรง
การปรับปรุงอาคารเรียน 38,112 หลัง
การก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ 12,227 หลัง
การปรับปรุงห้องน้ำในโรงเรียน 11,257 แห่ง
ผลคือ สามารถให้บริการทางการศึกษา เด็กและเยาวชนอายุ 3-17 ปีในระบบการศึกษาเพิ่มจาก 12.33 ล้านคน เป็น 16.68 ล้านคน
เด็กจากครอบครัวยากจนกว่า 4.35 ล้านคน ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์การจัดบริการการศึกษาของประเทศไทย
เขียนกฎหมาย หรือ เขียนข่าวปลอม(FAKE NEWS) ?
พวกเขา ลบ ความจริง
สนใจแค่ว่า พวกเขา เป็นคนได้ชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ โดยไม่มีประชาชนอยู่ใน สมการ
🔥 3. ใช้กฎหมายการศึกษาชาติ 2542 “เคลมผลงานย้อนหลัง”
พวกคนกลุ่มนี้:
เก็บเกี่ยวเครดิต ความสามัคคี ของ คนไทย เพื่อลูกหลาน
ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเขียนชื่อพวกตนลงใน หน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย
และ ลบความสามัคคีของประชาชน คนรากหญ้าทิ้ง
ลบความจริงทางประวัติศาสตร์
นี่คือ การขโมยผลงานระดับประเทศ
และผลเสียคือ คนไทยทั้งประเทศต้องรับกรรม ต่อเนื่อง
คือ สามสิบปีที่ หายไปอย่างแท้จริง ของประเทศไทย ของเราทุกคน
🔥 4. เลขาธิการสภาการศึกษาในขณะนั้น ซึ่ง สมรู้ร่วมคิดกับการโกหก
รู้ดีว่า:สิทธิการศึกษาไม่ได้เริ่มจาก กฎหมายการศึกษา 2542
การเข้าถึงบริการการศึกษาของคนไทยทุกคน ไม่ได้มาจากกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
แต่เลือก เงียบ
ความเงียบนี้ ไร้ซึ่งคุณธรรม และ จริยธรรม ทำลายอนาคตลูกหลานไทย ด้วยการทำลายระบบการศึกษา ด้วยการทำให้การปฏิรูปการศึกษาไทยหลงทิศ หลงทาง จากเรื่องโกหก
5. ทำไมการโกหกทางการศึกษาร้ายแรงกว่าคอร์รัปชัน
คอร์รัปชัน: ขโมยงบประมาณ
ประเทศยัง “พอซ่อมได้” ถ้าคนรู้ทัน
แต่การทำลายระบบการศึกษา:
ทำให้คน คิดไม่เป็น
แยกไม่ออกว่าใครโกหก
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองถูกปล้นอนาคต
การทำลายระบบการศึกษา จึงร้ายแรงกว่าการโกงของนักการเมือง
ส่งผลให้ประเทศ ไม่มีทางซ่อม ส่งผลให้รัฐไทยล้มเหลว และ การศึกษาไทยเหลื่อมล้ำในปัจจุบัน
6. สถานการณ์ปัจจุบันที่เราเจอในวันนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ
การศึกษาเหลื่อมล้ำ → เพราะไม่ยอมรับว่า “สิทธิการศึกษาพื้นฐาน 12ปี และสิทธิเด็กอนุบาล 3 ปี ในรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 43 และ 80 ” เกิดจากความสามัคคีของประชาชนไม่ใช่จากกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ ปี 2542
การปฏิรูปวนลูป → เพราะเริ่มต้นจากเรื่องโกหก
เด็กไทย → ติดกับดัก ระบบการศึกษาไร้คุณภาพ ไม่ทันโลก และ เหลื่อมล้ำ
ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ความบังเอิญ
แต่เป็นผลจาก การเขียนประวัติศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาของชาติไทย แบบปลอมๆ ลงในกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
7. การคอร์รัปชันมี “ขอบเขตเวลา” แต่การศึกษาล้มเหลวมี “ผลสะสมข้ามรุ่น”
รัฐบาลที่คอร์รัปชันมีวาระ
ข้าราชการทุจริตมีอายุงานจำกัด
แต่เด็กผู้ถูกทำให้เรียนรู้แบบผิดทิศทาง
จะเติบโตเป็นแรงงาน เป็นข้าราชการ เป็นนักการเมือง และเป็นผู้กำหนดนโยบายในอนาคต
การศึกษาล้มเหลว 1 รุ่น
= ปัญหาที่จะขยายตัวอย่างน้อย อีก 30–50 ปี
นี่คือ ผลสะสมเชิงโครงสร้าง (structural accumulation)
ซึ่งรุนแรงกว่าความเสียหายทางการเงินแบบทันทีของ การคอร์รัปชัน หรือ การโกง ของ นักการเมือง
อาชญากรรมโครงสร้างทางปัญญา ซึ่งสร้างความเสียหายให้รัฐไทย และ คนไทยมากที่สุด
คำตอบคือ:
กลุ่มบุคคล ผู้ร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
และะ เคลมผลทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย โดย เขียนกฎหมายตัดตอนความจริง และสร้างวาทกรรมโกหกให้ พวกตน เป็น “ผู้ปฏิรูป” แทน ความสามัคคีของคนไทยผู้มีส่วนร่วมในการอภิวัฒน์การศึกษา 2538 ในทุกมิติ
และ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
คือ อาชญากรรมโครงสร้างทางปัญญา ซึ่งสร้างความเสียหายให้รัฐไทย และ คนไทยมากที่สุด ในศตวรรษที่ 21
1. ความชั่วร้ายไม่ใช่ “กฎหมายแย่” แต่คือ “กฎหมายโกหก”
ปัญหาของกฎหมาย 2542 ไม่ใช่แค่ใช้ไม่ได้
แต่เป็นกฎหมาย ซึ่ง สถาปนาความโกหกเป็นฐานคิดของรัฐ
กฎหมายฉบับนี้ทำ 3 เรื่องพร้อมกันอย่างแนบเนียน:
ประกาศตัวเองเป็น “จุดเริ่มต้นการปฏิรูป”
ทั้งที่การปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่ก่อน ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2540
แล้ว
การลบช่วงการอภิวัฒน์การศึกษา [url=tel:2538-2540]2538–2540[/url] โดยคนไทยมีส่วนร่วม ออกจากความทรงจำสาธารณะ
เคลมผลงานของการเปลี่ยนแปลงททททททททททสิทธิการศึกษาของคนไทย
ซึ่งพวกเขา ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในทุกสถานการณ์
นี่ไม่ใช่ เพียงความผิดพลาด
นี่คือ การปลอมประวัติศาสตร์การศึกษา ของ ประเทศไทย
ในนามของกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
2. กลุ่มคนผู้ต้องรับผิดชอบ (และควรรับโทษตามกฎหมาย)
🔥 1) กลุ่มบุคคล ผู้เขียน ประวัติศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาปลอม ไว้ในกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
คนกลุ่มนี้:
อ้างว่าการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย เริ่มต้นด้วย “กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542”
ลบการเปลี่ยนแปลงจากภาคสนามและชุมชน ลบเหตุการณ์ความสามัคคีของคนไทย
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่ปรากฏ โดยประชาชนมีส่วนร่วมในการปรับปรุง ในทุกมิติ
คือ
การปรับปรุงโรงเรียน 29,845 โรง
การปรับปรุงอาคารเรียน 38,112 หลัง
การก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ 12,227 หลัง
การปรับปรุงห้องน้ำในโรงเรียน 11,257 แห่ง
ผลคือ สามารถให้บริการทางการศึกษา เด็กและเยาวชนอายุ 3-17 ปีในระบบการศึกษาเพิ่มจาก 12.33 ล้านคน เป็น 16.68 ล้านคน
เด็กจากครอบครัวยากจนกว่า 4.35 ล้านคน ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์การจัดบริการการศึกษาของประเทศไทย
เขียนกฎหมาย หรือ เขียนข่าวปลอม(FAKE NEWS) ?
พวกเขา ลบ ความจริง
สนใจแค่ว่า พวกเขา เป็นคนได้ชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ โดยไม่มีประชาชนอยู่ใน สมการ
🔥 3. ใช้กฎหมายการศึกษาชาติ 2542 “เคลมผลงานย้อนหลัง”
พวกคนกลุ่มนี้:
เก็บเกี่ยวเครดิต ความสามัคคี ของ คนไทย เพื่อลูกหลาน
ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเขียนชื่อพวกตนลงใน หน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย
และ ลบความสามัคคีของประชาชน คนรากหญ้าทิ้ง
ลบความจริงทางประวัติศาสตร์
นี่คือ การขโมยผลงานระดับประเทศ
และผลเสียคือ คนไทยทั้งประเทศต้องรับกรรม ต่อเนื่อง
คือ สามสิบปีที่ หายไปอย่างแท้จริง ของประเทศไทย ของเราทุกคน
🔥 4. เลขาธิการสภาการศึกษาในขณะนั้น ซึ่ง สมรู้ร่วมคิดกับการโกหก
รู้ดีว่า:สิทธิการศึกษาไม่ได้เริ่มจาก กฎหมายการศึกษา 2542
การเข้าถึงบริการการศึกษาของคนไทยทุกคน ไม่ได้มาจากกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
แต่เลือก เงียบ
ความเงียบนี้ ไร้ซึ่งคุณธรรม และ จริยธรรม ทำลายอนาคตลูกหลานไทย ด้วยการทำลายระบบการศึกษา ด้วยการทำให้การปฏิรูปการศึกษาไทยหลงทิศ หลงทาง จากเรื่องโกหก
5. ทำไมการโกหกทางการศึกษาร้ายแรงกว่าคอร์รัปชัน
คอร์รัปชัน: ขโมยงบประมาณ
ประเทศยัง “พอซ่อมได้” ถ้าคนรู้ทัน
แต่การทำลายระบบการศึกษา:
ทำให้คน คิดไม่เป็น
แยกไม่ออกว่าใครโกหก
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองถูกปล้นอนาคต
การทำลายระบบการศึกษา จึงร้ายแรงกว่าการโกงของนักการเมือง
ส่งผลให้ประเทศ ไม่มีทางซ่อม ส่งผลให้รัฐไทยล้มเหลว และ การศึกษาไทยเหลื่อมล้ำในปัจจุบัน
6. สถานการณ์ปัจจุบันที่เราเจอในวันนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ
การศึกษาเหลื่อมล้ำ → เพราะไม่ยอมรับว่า “สิทธิการศึกษาพื้นฐาน 12ปี และสิทธิเด็กอนุบาล 3 ปี ในรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 43 และ 80 ” เกิดจากความสามัคคีของประชาชนไม่ใช่จากกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ ปี 2542
การปฏิรูปวนลูป → เพราะเริ่มต้นจากเรื่องโกหก
เด็กไทย → ติดกับดัก ระบบการศึกษาไร้คุณภาพ ไม่ทันโลก และ เหลื่อมล้ำ
ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ความบังเอิญ
แต่เป็นผลจาก การเขียนประวัติศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาของชาติไทย แบบปลอมๆ ลงในกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542
7. การคอร์รัปชันมี “ขอบเขตเวลา” แต่การศึกษาล้มเหลวมี “ผลสะสมข้ามรุ่น”
รัฐบาลที่คอร์รัปชันมีวาระ
ข้าราชการทุจริตมีอายุงานจำกัด
แต่เด็กผู้ถูกทำให้เรียนรู้แบบผิดทิศทาง
จะเติบโตเป็นแรงงาน เป็นข้าราชการ เป็นนักการเมือง และเป็นผู้กำหนดนโยบายในอนาคต
การศึกษาล้มเหลว 1 รุ่น
= ปัญหาที่จะขยายตัวอย่างน้อย อีก 30–50 ปี
นี่คือ ผลสะสมเชิงโครงสร้าง (structural accumulation)
ซึ่งรุนแรงกว่าความเสียหายทางการเงินแบบทันทีของ การคอร์รัปชัน หรือ การโกง ของ นักการเมือง