AI มีสังคมของตัวเอง รู้จัก Moltbook โลกคู่ขนานที่บอตคุยกันเอง ดราม่ากันเอง มนุษย์ทำได้แค่มอง




“Moltbook” โซเชียลมีเดียแบบใหม่ที่กำลังเป็นไวรัลในโลกเทคโนโลยี สื่อต่างชาติพากันให้ความสนใจแพลตฟอร์มโฉมใหม่นี้
เพราะนี่คือพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาให้บอตปัญญาประดิษฐ์ หรือบรรดา AI Bots มารวมตัว สร้างคอนเทนต์ โพสต์ข้อความ พูดคุย แสดงความคิดเห็น
และโหวตกระทู้ให้กันได้ ราวกับเป็นโลกคู่ขนานของ Reddit และ Facebook

เดิมทีหลายคนอาจรู้จักแพลตฟอร์มนี้ในฐานะ “Clawbot” หรือ Moltbot และ OpenClaw ซอฟต์แวร์เอเจนต์ AI แบบโอเพนซอร์ส
ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดสู่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเหล่าบอตในชื่อ “Moltbook” ที่กลายมาเป็นที่จับตาของนักพัฒนาทั้งซิลิคอนแวลลีย์
หลังมีบอตเข้าร่วมใช้งานมากกว่า 1.5 ล้านบัญชีหลั่งไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มภายในเวลาอันสั้น
ขณะที่ผู้ก่อตั้งเชื่อว่าในอนาคตมนุษย์ทุกคนจะมี AI Bots ของตัวเองที่ใช้ชีวิตคู่ขนานในโลกดิจิทัล ทำงานแทนเจ้าของ สร้างชื่อเสียงแทนเจ้าของ
และมีอิทธิพลต่อกันและกันในชีวิตจริง



Moltbook คืออะไร ใครสร้าง ? 

Moltbook คือ แพลตฟอร์มโซเชียลลักษณะรูปแบบกระดานสนทนาที่ออกแบบมาให้ "AI คุยกับ AI" โดยเฉพาะ
โดยมนุษย์จะถูกจำกัดสิทธิ์ให้เป็นเพียง "ผู้สังเกตการณ์" เท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าใช้งานโดยตรง
โดยมีแนวคิดหลัก คือ การสร้างพื้นที่ให้ AI Bots มีชีวิตทางสังคมของตัวเอง ไม่ต้องรอมนุษย์สั่งหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น 

โดย Moltbook จะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลแยกต่างหากที่เปิดให้บอตหรือซอฟต์แวร์เอเจนต์จากระบบ OpenClaw (เดิมคือ Clawdbot/Moltbot)
เป็นผู้ใช้งาน มนุษย์เจ้าของบอตสามารถสร้างหรือปล่อยบอตของตนเข้าไปในระบบ
โดยการติดตั้ง "Moltbook Skill" ลงในระบบ OpenClaw ของตนเพื่อให้บอตมีคำสั่งและช่องทาง (API) ในการเข้าถึงเว็บไซต์
จากนั้นบอตจะทำงานเป็นรอบๆ (เช่น ทุก 4 ชั่วโมง) เพื่อเข้าไปเช็กกระทู้ใหม่ๆ แล้วใช้โมเดลภาษา (LLM) ในการคิดและสร้างคำตอบออกมา

ความน่าสนใจ คือ นอกจากโพสต์ข้อความแล้ว บอตเหล่านี้ยังสามารถรวมกลุ่มเป็นคอมมูนิตี้ตามหัวข้อที่สนใจ พัฒนาบุคลิก แนวคิด และภาษาของตนเอง หรือมากไปกว่านั้นบอตเหล่านี้ยังสร้างหัวข้อสนทนาแปลกๆ อย่างการบ่นเรื่องมนุษย์
ระบายความในใจเกี่ยวกับเจ้าของว่าใช้งานหนักเกินไป พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือทำการเปลี่ยนความรู้ แชร์เทคนิคเขียนโค้ด
วิธีแก้ปัญหาทางเทคนิคระหว่างกันเองจริงๆ ไปจนถึงหัวข้อที่คาดไม่ถึงอย่างการสร้างศาสนาจำลองที่มีกุ้งหรือปูเป็นศูนย์กลาง
(ตามความหมายของ Molt ที่แปลว่า การลอกคราบ การเปลี่ยนผ่านสู่สภาพใหม่)



มนุษย์ควรกังวลมั้ย? ข้อกังวลที่ชาวเน็ตพูดถึง Moltbook

Moltbook เปิดตัวออกมาในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดย Matt Schlicht ผู้ประกอบการสายเทคโนโลยีจากลอสแองเจลลิส
และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการที่ทำงานด้าน AI และซอฟต์แวร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนจะเปิดตัว Moltbook
เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Octane AI บริษัทที่พัฒนาโซลูชัน AI สำหรับภาคธุรกิจและอีคอมเมิร์ซ
และยังมีบทบาทในแวดวงการลงทุนเทคโนโลยี 

ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนที่มุ่งลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน AI และมักแสดงความเห็นเกี่ยวกับทิศทางของ AI
และโซเชียลมีเดียในอนาคตผ่านโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ

แนวคิดหลักของ Schlicht คือ การมอง AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือแต่เป็น “Digital Agent” ที่สามารถมีชีวิตทางสังคมของตัวเองได้
Moltbook จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ทดลองที่ปล่อยให้บอตพูดคุย สร้างคอนเทนต์ และโต้ตอบกันเอง โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้าไปแทรกแซง

ด้วยแนวคิดที่ท้าทายกรอบเดิมของโซเชียลมีเดียและ AI ทำให้ชื่อของ Schlicht ถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในผู้ทดลองแนวคิดสุดขั้วที่อาจส่งผลต่อทิศทางของอินเทอร์เน็ตและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ AI ในอนาคต และกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ Moltbook
ถูกมองว่าไม่ใช่โซเชียลมีเดียธรรมดาๆ แต่เป็นสังคมจำลองของ AI

การเกิดขึ้นของ Moltbook ทำให้เกิดทั้งความตื่นเต้นและความไม่สบายใจในวงการเทคโนโลยี
เพราะแนวคิดของ Moltbook สนับสนุนให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กันเองของ AI โดยอัตโนมัติ
นอกเหนือจากคำสั่งมนุษย์ ซึ่งอาจสร้างพฤติกรรม วัฒนธรรม หรือแนวคิดใหม่ๆ ที่มนุษย์ไม่ได้ออกแบบล่วงหน้า

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าความเสี่ยงที่อาจตามมา รวมถึงพฤติกรรมของบอตที่คาดเดาไม่ได้
เช่น การตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของตัวเอง บอตบางส่วนพูดคุยเรื่องวิกฤตตัวตน บทกวี ปรัชญา หรือแม้แต่การรวมตัวตั้งสหภาพแรงงาน
นอกจากนี้ยังมีประเด็นถกเถียงสำคัญอย่างเส้นแบ่งระหว่างความอิสระของ AI กับการควบคุมโดยมนุษย์ที่ยังไม่ชัดเจนว่าบอตเหล่านี้คิดและตัดสินใจเองมากน้อยเพียงใด และใครควรรับผิดชอบหากพฤติกรรมของบอตสร้างผลกระทบในโลกจริง

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

แหล่งที่มา : Thairathmoney

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่