บริษัท Anthropic บริษัทผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำ ประกาศเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุด Claude Opus 4.6 อย่างเป็นทางการ
โดยระบุว่าเป็นโมเดลที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมความสามารถที่ยกระดับการเขียนโค้ด (Coding)
การวางแผน และการทำงานที่ซับซ้อนต่อเนื่องได้ยาวนานยิ่งขึ้น
ก้าวสู่ยุค Vibe Working
โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค Vibe Coding สู่ยุค Vibe Working ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานสามารถมอบหมายงานจริงที่มีความสำคัญและซับซ้อนให้ AI ดำเนินการจนสำเร็จได้อย่างครบวงจร ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถามตอบหรือการช่วยเหลืองานย่อย ๆ แบบในอดีตอีกต่อไป
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวสะท้อนบทบาทใหม่ของ AI จากผู้ช่วยที่ทำงานตามคำสั่ง มาเป็นผู้ร่วมงานดิจิทัลที่สามารถรับโจทย์ปลายเปิด
วางแผนการทำงานเป็นลำดับขั้น ตัดสินใจระหว่างกระบวนการ และทำงานต่อเนื่องได้ด้วยตนเองจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
ขณะเดียวกัน บทบาทของมนุษย์ก็ขยับจากการลงมือจัดการรายละเอียดในทุกขั้นตอน ไปสู่การกำหนดทิศทาง
ตรวจสอบคุณภาพของผลลัพธ์ และตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์ ส่วน AI จะรับหน้าที่จัดการงานเชิงปฏิบัติการที่มีความซับซ้อน
ใช้เวลานาน และต้องอาศัยการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในระดับที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วหรือมีประสิทธิภาพเท่า
โดยปัจจุบันฐานลูกค้าของบริษัท Anthropic กว่า 80% เป็นกลุ่มลูกค้าองค์กร
ประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่ง
โดยผลจากการทดสอบประสิทธิภาพ (Benchmarks) บริษัท Anthropic ระบุว่า Claude Opus 4.6 มีความโดดเด่นในหลายด้าน
1. Claude Opus 4.6 สามารถชนะ GPT-5.2 ในการทดสอบ GDPval-AA ซึ่งวัดประสิทธิภาพงานที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ
(เช่น การเงิน กฎหมาย) Opus 4.6 ทำคะแนนทิ้งห่างโมเดลคู่แข่งอย่าง GPT-5.2 ของ OpenAI ถึง 144 คะแนน
2. การเงินและการค้นหา Claude Opus 4.6 ครองอันดับ 1 ในการทดสอบ Finance Agent งานวิเคราะห์การเงิน
และ BrowseComp (การค้นหาข้อมูลที่หายากในโลกออนไลน์
3. การจัดการข้อมูลมหาศาล โดย Claude Opus 4.6 สามารถเรียกดูข้อมูล (Retrieval) จากเอกสารจำนวนมากได้ดีเยี่ยม
โดยในการทดสอบแบบ Needle-in-a-haystack ที่ซับซ้อน Opus 4.6 ทำคะแนนได้ถึง 76% เทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Sonnet 4.5 ที่ทำได้เพียง 18.5%
ฟีเจอร์ใหม่สำหรับนักพัฒนาและคนทำงาน Claude Opus 4.6 มาพร้อมกับการอัปเกรดสำคัญทางเทคนิคและเครื่องมืออำนวยความสะดวก
1. Context Window 1 ล้าน Token เป็นครั้งแรกของตระกูล Opus ที่รองรับปริมาณข้อมูลเข้า (Input) ได้ถึง 1 ล้าน Token (ในสถานะ Beta)
ทำให้ประมวลผลเอกสารขนาดใหญ่ได้ในคราวเดียว
สำหรับการมี Context Window ขนาด 1 ล้าน Token นั้นทำให้ Claude Opus 4.6 สามารถมองเห็นข้อมูลทั้งหมดในภาพรวมเดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นเอกสารจำนวนมากที่เชื่อมโยงกัน โค้ดทั้งระบบ หรือชุดข้อมูลที่มีโครงสร้างซับซ้อน
ไม่จำเป็นต้องตัดแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อย ๆ ส่งผลให้การวิเคราะห์มีความต่อเนื่อง และช่วยให้ AI สามารถตัดสินใจ
วางแผน และดำเนินงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกได้ใกล้เคียงการทำงานของมนุษย์มากยิ่งขึ้น
2. Claude Code & Agent Teams นักพัฒนาสามารถสร้างทีม AI (Agent teams) เพื่อทำงานร่วมกันได้
เช่น แยกกันรีวิวโค้ด พร้อมฟีเจอร์ Adaptive Thinking ที่ช่วยให้ AI ตัดสินใจเองว่าเมื่อไหร่ควรใช้ความคิดเชิงลึก
3. ทำงานร่วมกับ Excel และ PowerPoint โดยมีการอัปเกรดความสามารถใน Excel และเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับ PowerPoint (Research Preview)
ที่ช่วยให้ AI สามารถอ่านเค้าโครงและสร้างสไลด์นำเสนอได้จากคำสั่ง
4. Context Compaction ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยสรุปบริบทเก่าๆ โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ AI ทำงานต่อเนื่องได้นานขึ้นโดยไม่ชนขีดจำกัดของหน่วยความจำ
ความปลอดภัยและราคา
บริษัท Anthropic ยืนยันว่าแม้โมเดลจะฉลาดขึ้น แต่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง โดยเฉพาะด้าน Cybersecurity
ที่มีการเพิ่มมาตรการตรวจสอบใหม่ ๆ สำหรับการวางจำหน่าย Claude Opus 4.6 เปิดให้ใช้งานแล้ววันนี้ผ่านทาง
claude.ai ทั้ง API และแพลตฟอร์มคลาวด์หลักต่าง ๆ โดยราคา API ยังคงเดิมอยู่ที่ 5 ดอลลาร์สหรัฐ (Input) และ 25 ดอลลาร์สหรัฐ (Output) ต่อหนึ่งล้าน Token
แหล่งที่มา : TNN Thailand
Anthropic เปิดตัว Claude Opus 4.6 โมเดล AI รุ่นเรือธง