ขออนุญาตตามหาเพื่อนที่ห่างหายไป 20+ ปี

ก่อนอื่น ผมขออนุญาตกราบขอโทษจากใจจริงถึงเพื่อนสมาชิก pantip ทุกท่าน
หากโพสต์นี้จะเข้ามารบกวนพื้นที่ หรือทำให้ใครรู้สึกไม่สบายใจ
ผมไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความรำคาญ
และไม่ได้อยากให้ใครเดือดร้อนเลยแม้แต่น้อย

ผมแค่อยากขอความเมตตาจากสังคมโซเชียลสักครั้ง
เพื่อให้คนคนหนึ่ง ได้มีโอกาสคลี่คลายปมในใจ
ที่ติดค้างและทรมานมานานมากจริงๆ

“เพื่อนคนนี้เคยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
ปีคร่าวๆที่ผมพอจำได้คือ 2546-2548
หากมีศิษย์เก่าหรือผู้ที่เคยเรียนช่วงนั้นผ่านมาเห็น
ผมอยากขอความเมตตาให้ช่วยอ่านโพสต์นี้สักนิดครับ”

ผมอยากถามด้วยความไม่แน่ใจว่า
"ในยุคนี้… หากเราคิดถึงเพื่อนรัก
คิดถึงคนที่เคยมีความหมายกับชีวิตเรา
เรายังพอจะตามหาเขาได้จากช่องทางไหนบ้างไหม"
นอกจากการพึ่งเพจใหญ่ หรือรายการดังๆ

ผมคิดถึงเพื่อนอยู่คนหนึ่งครับ
เป็นเพื่อนที่พูดตามตรงว่า ผมแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย
อาจเป็นเพราะตอนนั้นเรายังเด็กมาก
เด็กจนไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง “การมีเขาอยู่”
จะกลายเป็นความทรงจำที่หายไป

เขาชื่อเล่นว่า "โต้ง"
เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
พักอาศัยอยู่กับญาติ ย่านงามวงศ์วาน
จากที่ผมพอจำได้คร่าวๆ เขามีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดขอนแก่น

เรารู้จักกันราวๆ ปี พ.ศ. 2546–2548
ตอนนั้นเราได้ทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนด้วยกัน
ที่ห้างแห่งหนึ่งย่านงามวงศ์วาน

เราเจอกันแทบทุกวันหลังเลิกเรียน
ผมทำงานอยู่แผนกหนึ่ง
เป็นงานแพ็คสินค้าที่แคชเชียร์สแกนเสร็จ แล้วส่งมาให้ใส่ถุง

ในช่วงเวลานั้น เราไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย
แต่ผมไม่เคยรู้สึกเลยว่า เขาสำคัญแค่ไหน
ผมคิดเพียงว่า “เขาก็เป็นเพื่อนคนหนึ่ง”

จนกระทั่งเติบโตขึ้น ผมถึงได้เข้าใจว่า
เขาไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน
แต่คือเพื่อนที่อยู่ข้างกันแทบทุกวัน
ไปไหนไปกัน เป็นมิตรภาพธรรมดาๆ ที่แสนจะพิเศษ
ที่วันนี้ไม่มีทางหวนกลับมาได้ง่ายๆ

ก่อนที่เราจะต้องแยกจากกัน
โต้งบอกผมว่าเขาจำเป็นต้องลาออกจากงาน
เพื่อไปทบทวนหนังสือ เตรียมตัวสอบ

ช่วงแรกๆ หลังจากเขาออกไป ผมยอมรับว่าผมคิดถึง
และเรายังพอมีการติดต่อกันอยู่บ้างทางโทรศัพท์มือถือ

แต่แล้ววันหนึ่ง
เรากลับเหมือนจะผิดใจกันเรื่องอะไรบางอย่าง
เรื่องที่ในวันนี้ผมยังจำรายละเอียดไม่ได้
แต่ผลของมันคือ เราค่อยๆ ห่างกันออกไป

ด้วยความที่ตอนนั้นผมยังเด็กมาก
เด็กจนไม่เข้าใจมิตรภาพ ไม่เข้าใจคุณค่าของคนที่อยู่ตรงหน้า
ผมจึงไม่กล้าติดต่อไปอีก

เพราะผมคิดไปเองว่า จากคำพูดสุดท้ายที่เราได้คุยกัน
เขาคงไม่อยากคบผมอีกแล้ว

แต่เวลาผ่านไปหลายปี
กาลเวลากลับทำให้ผมยังนึกถึงเขาเป็นระยะๆ
ทุกครั้งที่มีบางอย่างมากระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นเพลงเก่าๆ
เห็นสถานที่ที่เคยทำงานร่วมกัน
หรือแม้แต่การได้ยินใครเรียกชื่อ “โต้ง”

ในวันที่ผมยุ่งหรือจิตใจยังแข็งแรง
ความคิดถึงนี้อาจไม่รุนแรงเท่าไหร่นัก

แต่ในวันที่ผมอ่อนล้า
ถ้ามีอะไรมากระตุ้นจังหวะนั้นมันกลับกลายเป็นความทรมาน
ที่ค่อยๆ สะสม และไม่เคยถูกปลดล็อกได้เลย

ผมเคยพยายามตามหาเขา
จากเพจหรือช่องทางของสถาบันที่เขาเคยเรียน
แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น เพราะผมจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลย

แม้แต่ชื่อจริง ผมก็ไม่เคยรู้
ผมเลยไม่แน่ใจว่า ผมยังพอมีความหวังอยู่ไหม
หรือกระแสโซเชียลจะพอช่วยให้ผมได้เจอเขาอีกครั้ง
หรือผมต้องเก็บความคิดถึงนี้ไว้
ไปจนกว่าผมจะหมดแรงจะคิดถึงมัน

ผมอยากย้ำจากใจว่า
การตามหาครั้งนี้ ไม่มีเจตนาไม่ดีใดๆ เลย
ผมไม่ได้อยากรบกวนชีวิตเขา
ไม่ได้อยากเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

ผมแค่คิดถึง และอยากขอโทษกับบางสิ่งที่ผมทำลงไป
ในวันที่ผมยังคิดอะไรไม่เป็น
ผมอยากได้ยินเสียงเขาอีกสักครั้ง
อยากปลดล็อกความทุกข์
ที่วนเวียนอยู่ในหัวผมไม่หยุด มานานกว่าสิบปี

ผมเข้าใจดีว่าในโลกวันนี้ ความเป็นส่วนตัวคือสิ่งมีค่า
และมีมิจฉาชีพมากมายในหลากหลายรูปแบบ
นี่คือเหตุผลที่ผมคิดเรื่องนี้อยู่นาน
คิดแล้วคิดอีก จนไม่กล้าลงมือตามหา เพราะคิดไปเองว่าคงไม่ได้ผล

แต่วันนี้... ผมไม่อยากปล่อยให้ความคิดนี้
ทรมานผม แบบเงียบๆ อีกต่อไปแล้ว

หากใครพอจะรู้จักเขา หรือหากเจ้าตัวผ่านมาเห็นโพสต์นี้
ผมขอความเมตตาสักครั้ง
ได้โปรดทักมาหาผมหน่อยนะครับ

แค่ได้รู้ว่า
เพื่อนคนหนึ่งที่ผมคิดถึง ยังมีตัวตนอยู่ในโลกนี้
ก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจของผม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่