สวัสดีครับผมเป็นเด็กคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตค่อนข้างจะลำบากตอนนี้ผมอายุ 15 ปีตอนนี้อยู่ที่บ้านคนเดียวครับ
พ่อแม่ของผมหย่ากันตอนผมอยู่ม 2 จนตอนนี้กำลังจะ 2 ปีแล้ว พ่อของผมติดยามันทำให้ผมรู้ว่าการที่ครอบครัวผมเป็นแบบนี้เป็นเพราะยาเสพติดหลังจากนั้นมีโอกาสได้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับต่อต้านยาเสพติดมันทำให้ผมยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
หลังจากที่พ่อกับแม่ของผมหย่ากันผมเลือกจะอยู่ที่บ้านกับพ่อเพราะว่าผมยังไม่จบม 3
แม่ของผมเลือกจะกลับไปอยู่บ้านเกิด
ด้วยความที่ตรงข้ามบ้านผมซึ่งเป็นบ้านน้า เขาทำธุรกิจเป็นร้านขายกับข้าเป็นร้านที่ขายดีมากเพราะไม่มีคู่แข่ง
พ่อผมเป็นหนี้เยอะมาก จนต้องไปยืมตังค์บ้านน้าซึ่งเป็นน้องของพ่อ
1 ปีที่ผ่านมาพ่อผมป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะยาเสพติดบ่อยมาก ตังค์ที่ผมเอาไปโรงเรียนส่วนใหญ่จะเป็นตังค์น้า
จนเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนผมกลับมาที่บ้านพร้อมกับมีคนมาบอกว่า
เขาพาพ่อผมไปบำบัด ซึ่งในความคิดของผมตอนแรกก็คิดว่าดีซะอีกพ่อจะได้หาย
แต่มันกลับกลายเป็นว่าผมต้องอยู่บ้านคนเดียว ต้องรับผิดชอบตัวเอง
ก่อนที่พ่อผมจะไปบำบัด เขาฝากผมไว้กับน้า
ก่อนที่พ่อจะเข้าไปได้รับการบำบัดน้าก็ซื้อของให้ใหม่ทั้งหมด อย่างเสื้อผ้าของใช้ของกิน
กับเงินติดตัวไปด้วย น้าออกมาบอกว่าใช้เงินไปเยอะมาก
ระหว่างที่ผมยังเรียนอยู่แน่นอนครับว่าผมยังพอจะมีวิธีการเอาตัวรอดอยู่บ้าง ผมสามารถทำได้ทุกอย่าง
เป็นทั้งพ่อแม่พี่น้องในตัวผมคนเดียว แต่มีอย่างเดียวที่ผมไม่สามารถทำได้คือการหารตังค์ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าหน้าที่ของผมอย่างเดียวคือการเรียน
ผมได้รับตังค์จากน้าไปโรงเรียนทุกวันได้กินข้าวตอนเย็น
แต่เรื่องมันกลับกลายเป็นว่าที่บ้านน้าของผมขายของที่เลี่ยงภาษีอย่างบุหรี่หรือพวกของสีเทานั่นแหละ เมื่อวันก่อนมีคนลงมาตรวจร้านทำให้โดนปรับไป20,000
แต่โดนปรับไม่เยอะเนื่องจากเก็บของไว้หลายที่ถ้าโดนทั้งหมดน่าจะเป็น100,000 เมื่อเรื่องมันเป็นอย่างนี้แล้วเขาอยากจะหาที่สำหรับไว้ของใหม่
แน่นอนครับว่าบ้านผมคือเป้าหมายเพราะมีผมอยู่แค่คนเดียว แต่ในมือของผมมีกุญแจบ้านแค่ดอกเดียว
ผมปฏิเสธในใจว่าผมไม่อยากรับของแบบนั้นเข้าบ้านแบบมากๆ
แต่เขาคุยกับพี่ผมที่อาศัยอยู่อีกจังหวัดหนึ่งว่า.
เขาเลี้ยงดูผมอยู่ เขาช่วยออกตังค์ค่าของให้พ่อนะ
ฟิวๆแบบว่าถามหาบุญคุณเพราะเงินที่พ่อผมติดเขาเป็นจำนวนที่เยอะมากๆ มันทำให้ผมพี่และแม่ลำบากใจ เพราะผมอยู่ที่บ้านแค่คนเดียว
แม่ให้คำปรึกษากับผมว่า
ให้บอกเขาไปว่าเอาของเอาไว้ได้แต่มาเอาของได้เฉพาะตอนที่ผมอยู่บ้านเท่านั้นผมไม่สามารถเอากุญแจไปไว้กับเขาได้
มันกลับกลายเป็นว่าผมต้องรับของพวกนั้นเข้าบ้านโดยที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะผมอยู่ในการเลี้ยงดูของเขาตอนนี้
ทวงหนี้บุญคุณเด็ก
พ่อแม่ของผมหย่ากันตอนผมอยู่ม 2 จนตอนนี้กำลังจะ 2 ปีแล้ว พ่อของผมติดยามันทำให้ผมรู้ว่าการที่ครอบครัวผมเป็นแบบนี้เป็นเพราะยาเสพติดหลังจากนั้นมีโอกาสได้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับต่อต้านยาเสพติดมันทำให้ผมยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
หลังจากที่พ่อกับแม่ของผมหย่ากันผมเลือกจะอยู่ที่บ้านกับพ่อเพราะว่าผมยังไม่จบม 3
แม่ของผมเลือกจะกลับไปอยู่บ้านเกิด
ด้วยความที่ตรงข้ามบ้านผมซึ่งเป็นบ้านน้า เขาทำธุรกิจเป็นร้านขายกับข้าเป็นร้านที่ขายดีมากเพราะไม่มีคู่แข่ง
พ่อผมเป็นหนี้เยอะมาก จนต้องไปยืมตังค์บ้านน้าซึ่งเป็นน้องของพ่อ
1 ปีที่ผ่านมาพ่อผมป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะยาเสพติดบ่อยมาก ตังค์ที่ผมเอาไปโรงเรียนส่วนใหญ่จะเป็นตังค์น้า
จนเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนผมกลับมาที่บ้านพร้อมกับมีคนมาบอกว่า
เขาพาพ่อผมไปบำบัด ซึ่งในความคิดของผมตอนแรกก็คิดว่าดีซะอีกพ่อจะได้หาย
แต่มันกลับกลายเป็นว่าผมต้องอยู่บ้านคนเดียว ต้องรับผิดชอบตัวเอง
ก่อนที่พ่อผมจะไปบำบัด เขาฝากผมไว้กับน้า
ก่อนที่พ่อจะเข้าไปได้รับการบำบัดน้าก็ซื้อของให้ใหม่ทั้งหมด อย่างเสื้อผ้าของใช้ของกิน
กับเงินติดตัวไปด้วย น้าออกมาบอกว่าใช้เงินไปเยอะมาก
ระหว่างที่ผมยังเรียนอยู่แน่นอนครับว่าผมยังพอจะมีวิธีการเอาตัวรอดอยู่บ้าง ผมสามารถทำได้ทุกอย่าง
เป็นทั้งพ่อแม่พี่น้องในตัวผมคนเดียว แต่มีอย่างเดียวที่ผมไม่สามารถทำได้คือการหารตังค์ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าหน้าที่ของผมอย่างเดียวคือการเรียน
ผมได้รับตังค์จากน้าไปโรงเรียนทุกวันได้กินข้าวตอนเย็น
แต่เรื่องมันกลับกลายเป็นว่าที่บ้านน้าของผมขายของที่เลี่ยงภาษีอย่างบุหรี่หรือพวกของสีเทานั่นแหละ เมื่อวันก่อนมีคนลงมาตรวจร้านทำให้โดนปรับไป20,000
แต่โดนปรับไม่เยอะเนื่องจากเก็บของไว้หลายที่ถ้าโดนทั้งหมดน่าจะเป็น100,000 เมื่อเรื่องมันเป็นอย่างนี้แล้วเขาอยากจะหาที่สำหรับไว้ของใหม่
แน่นอนครับว่าบ้านผมคือเป้าหมายเพราะมีผมอยู่แค่คนเดียว แต่ในมือของผมมีกุญแจบ้านแค่ดอกเดียว
ผมปฏิเสธในใจว่าผมไม่อยากรับของแบบนั้นเข้าบ้านแบบมากๆ
แต่เขาคุยกับพี่ผมที่อาศัยอยู่อีกจังหวัดหนึ่งว่า.
เขาเลี้ยงดูผมอยู่ เขาช่วยออกตังค์ค่าของให้พ่อนะ
ฟิวๆแบบว่าถามหาบุญคุณเพราะเงินที่พ่อผมติดเขาเป็นจำนวนที่เยอะมากๆ มันทำให้ผมพี่และแม่ลำบากใจ เพราะผมอยู่ที่บ้านแค่คนเดียว
แม่ให้คำปรึกษากับผมว่า
ให้บอกเขาไปว่าเอาของเอาไว้ได้แต่มาเอาของได้เฉพาะตอนที่ผมอยู่บ้านเท่านั้นผมไม่สามารถเอากุญแจไปไว้กับเขาได้
มันกลับกลายเป็นว่าผมต้องรับของพวกนั้นเข้าบ้านโดยที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะผมอยู่ในการเลี้ยงดูของเขาตอนนี้