สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวบลูแพลนเน็ต
ช่วงนี้กลับไปดูรูปเก่าๆ แล้วรู้สึกใจหายค่ะ
หลายสถานที่ที่เคยขึ้นชื่อว่า Unseen หรือเป็นสวรรค์ของคนรักความสงบ (Slow Life)
อย่างเช่น ปาย, เชียงคาน, หมู่บ้านอีต่อง หรือแม้แต่สะปัน
ในวันที่เริ่มดังใหม่ๆ บรรยากาศมันช่างต่างจากตอนนี้เหลือเกินค่ะ


พอสถานที่เหล่านี้กลายเป็น "กระแส" ในโซเชียล
สิ่งที่ตามมา คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่มหาศาลเกินกว่าที่ชุมชนจะรับไหว
จากบ้านเรือนไม้เก่าๆ กลายเป็นร้านเหล้าและคาเฟ่สมัยใหม่
มีเสียงรถติดวุ่นวายจอแจ และมีเสียงเพลงเบสหนักๆ
จนบางครั้งอดสงสัยไม่ได้ว่า "เสน่ห์ที่แท้จริงของที่นั่น มันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่?" 🤔
เลยอยากชวนทุกคนมาแลกเปลี่ยนใน 2 ประเด็นค่ะ:
👉 1) ในสายตาของคุณ สถานที่ไหนที่ "เปลี่ยนไปจนเสียดาย" มากที่สุด?
(คุณเคยไปตอนไหน แล้วตอนนี้เป็นยังไง มาแชร์ความประทับใจหรือความผิดหวังกันได้ค่ะ)
👉 2) คุณคิดว่าเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรได้บ้างคะ?
ในเมื่อคนท้องถิ่นก็ต้องการรายได้ แต่นักท่องเที่ยวก็ต้องการความสงบ และธรรมชาติก็ต้องการการฟื้นฟู
เราจะมีวิธีจัดการท่องเที่ยวแบบไหนไหม ที่จะไม่ทำให้ที่เที่ยวลับๆ กลายเป็น "ที่เที่ยวพังๆ" ในเวลาไม่กี่ปี
ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะคะ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นการสะท้อนมุมมองเล็กๆไปถึงคนชอบเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้องค่ะ
จาก Unseen สู่ Over-tourism เมื่อความ สโลว์ไลฟ์หายไป เราจะรักษาเสน่ห์ที่เที่ยวไทยไม่ให้ "พัง" ได้อย่างไรบ้าง?
ช่วงนี้กลับไปดูรูปเก่าๆ แล้วรู้สึกใจหายค่ะ
หลายสถานที่ที่เคยขึ้นชื่อว่า Unseen หรือเป็นสวรรค์ของคนรักความสงบ (Slow Life)
อย่างเช่น ปาย, เชียงคาน, หมู่บ้านอีต่อง หรือแม้แต่สะปัน
ในวันที่เริ่มดังใหม่ๆ บรรยากาศมันช่างต่างจากตอนนี้เหลือเกินค่ะ
พอสถานที่เหล่านี้กลายเป็น "กระแส" ในโซเชียล
สิ่งที่ตามมา คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่มหาศาลเกินกว่าที่ชุมชนจะรับไหว
จากบ้านเรือนไม้เก่าๆ กลายเป็นร้านเหล้าและคาเฟ่สมัยใหม่
มีเสียงรถติดวุ่นวายจอแจ และมีเสียงเพลงเบสหนักๆ
จนบางครั้งอดสงสัยไม่ได้ว่า "เสน่ห์ที่แท้จริงของที่นั่น มันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่?" 🤔
เลยอยากชวนทุกคนมาแลกเปลี่ยนใน 2 ประเด็นค่ะ:
👉 1) ในสายตาของคุณ สถานที่ไหนที่ "เปลี่ยนไปจนเสียดาย" มากที่สุด?
(คุณเคยไปตอนไหน แล้วตอนนี้เป็นยังไง มาแชร์ความประทับใจหรือความผิดหวังกันได้ค่ะ)
👉 2) คุณคิดว่าเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรได้บ้างคะ?
ในเมื่อคนท้องถิ่นก็ต้องการรายได้ แต่นักท่องเที่ยวก็ต้องการความสงบ และธรรมชาติก็ต้องการการฟื้นฟู
เราจะมีวิธีจัดการท่องเที่ยวแบบไหนไหม ที่จะไม่ทำให้ที่เที่ยวลับๆ กลายเป็น "ที่เที่ยวพังๆ" ในเวลาไม่กี่ปี
ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะคะ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นการสะท้อนมุมมองเล็กๆไปถึงคนชอบเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้องค่ะ