พายเรือข้ามกาลเวลา @ผักไห่

กระทู้สนทนา
1 กุมภา อยู่ดี ๆ ก็คิดถึง “แม่น้ำน้อย ผักไห่” ขึ้นมา
สมัยเด็กเคยเล่นน้ำ
เคยนั่งเรือไปโรงเรียนแสงทองวิทยา
เคยนั่งเรืออีแปะติดเครื่องที่พ่อขับให้
สองฝั่งแม่น้ำที่ผู้คนยังใช้ทำมาหากิน
ภาพเก่า ๆ ไหลกลับมาเต็มหัว
แล้วทุกวันนี้…มันเป็นยังไงนะ
30 ปีผ่านไปแล้ว
อืม… ไปพายเรือดูดีกว่า
ไม่มีแผน ไม่มีการเตรียมตัว
แค่สมองสั่งว่า
“วันนี้แกต้องไปพายเรือที่ผักไห่”
ออกเดินทางไปบ้านพ่อแม่ที่ผักไห่
พอถึงบ้าน ทักทายพ่อแม่ กินข้าวเที่ยงด้วยกัน
คุยกันเรื่อยเปื่อย จนเวลาล่วงเลยมาประมา 4โมงเย็น นิดๆ
ลากเรือพลาสติกลงน้ำ แล้วโดดขึ้นเรือไปคนเดียว
ตอนแรกตั้งใจจะพายถึง “วัดอมฤต” ก็พอ



แต่พอถึง…ก็คิดว่า ไปอีกหน่อยละกัน
ระหว่างทางเห็นบ้านเก่า ๆ มากมาย




บ้านที่เคยดูใหญ่ สวย และครึกครื้นในวัยเด็ก
วันนี้เงียบสนิท เหลือเพียงคนแก่
และร่องรอยของความเจริญในอดีต
แล้วก็เริ่มรู้ตัวว่า…พายมาไกลเกินไปแล้ว
นี่มันครึ่งทางไปโรงเรียนแสงทองแล้วนะ
งั้น…ไปให้ถึงเลยดีไหม?
ตอนนั้นแขนเริ่มปวดแล้ว
แต่ในหัวกลับมีคำถามอีกแบบ
หัวคิดได้ ใจกล้าพอไหม
แล้วร่างกายวัย 40+ จะไหวหรือเปล่า
และสุดท้าย…ก็ไปถึงจนได้
ท่าเรือโรงเรียนที่เคยใช้เมื่อ 30 ปีก่อน
วันนี้ทรุดโทรม และแทบไม่ได้ใช้งานแล้ว
แต่ความทรงจำกลับชัดเจนขึ้นทุกวินาที
ขากลับพายแข่งกับพระอาทิตย์









ไป 50 นาที กลับ 40 นาที
รวมระยะทางเกือบ 6 กม.

ถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ตกแบบหมดแรงพอดี
สิ่งที่ได้ ไม่ใช่แค่ภาพถ่าย
แต่คือคำตอบของคำถามในใจ
ชีวิตที่กำลังจะ 42
ความคิดมีแล้ว กำลังใจมีแล้ว
แล้วกำลังกายล่ะ…ยังไหวไหม?
วันนี้พิสูจน์แล้วว่า
ความคิด + จิตใจ + ร่างกาย
ในวัยจะ 42 …ยังไปต่อได้อยู่
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่