สวัสดีค่ะ อยากขอคำแนะนำจากพี่ๆ คือตอนนี้กลัวว่าจะตัดสินใจผิดพลาดแล้วจะมีคนมาเดือดร้อนทีหลัง คือที่บ้านมีธุรกิจค่อนข้างจะดีเป็นบริษัททำมา 20 กว่าปีแล้วค่ะ แล้วเราเรียนจบมาแม่ก็หาอาชีพเสริมมาให้เป็นร้านไปรษณีย์ลงทุนไปเยอะค่ะเป็นแสนได้ เพราะว่างานเรานั่งในออฟฟิศและบางทีไม่มีเรื่องเอกสารก็จะว่างๆ
แต่เราว่ามันไม่น่าจะไหว พอเอาเข้าจริงมันก็เป็นอย่างว่าคือ รายได้ต่อเดือนอยู่ที่7-8 พัน แต่เงินจำนวนนี้คือเงินเดือนของเราและเงินที่ต้องหมุนในร้าน ค่าใช้จ่ายในร้านตกเดือนล่ะ 2-3 พันบาท เรามีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จ่ายเองพวกค่าทำฟันหรือค่ามือถือ เดือนละ 3 พันบาท รู้สึกว่ามันเครียดๆค่ะ
ถ้าเลือกทิ้งงานนี้ไปแล้วให้น้องทำ มันจะเหมือนหนูทรยศครอบครัว แต่เทียบกับเป็นพนักงานบริษัททั่วไป มีเพื่อนที่เรียนด้วยกันแนะนำงานให้ไปทำด้วย ได้เดือนล่ะ 13k ห้องพักหารกับเพื่อน ส่วนค่าใช้จ่ายก็มีค่ากินกับ ทำฟัน ที่ต้องจ่ายต่อเดือน ถ้าอยู่แบบคนไม่มีหนี้สินอะไรก็คิดว่าอยู่ได้ ส่วนรถหรือบ้านอยากให้พร้อมก่อนยังไม่รีบค่ะ การเดินทางต่างๆไปทำงานมีรถรับส่งฟรี
*สาเหตุที่อยากออกไป*
คิดว่าถ้าแลกกับความรู้สึกอึดอัดภายในบ้าน อย่างเงินหนูไม่พอใช้หนูพูดกับแม่ไม่ได้เพราะเขามองว่าใช้เงินไม่รู้จักเก็บแล้วก็โดนบ่นตลอด ทุกครั้งที่หนูทะเลาะกับน้องแม่ก็พร้อมจะอยู่ฝั่งตรงข้ามหนูเสมอ บางทีก็คิดว่าเราผิดจริง บางทีก็คิดว่าแม่ลำเอียง เวลาลุกไปทำงานต้องคอยปลุกเขาแต่มาหลังๆนี้ หนูก็จะไม่ปลุกน้องทั้งที่น้องบอกว่าจะไปทำด้วย แค่คิดว่าเขาควรคิดได้เอง อายุ 19 แล้ว เวลาไปไหนมาไหนน้องจะทำทุกอย่างเสร็จเป็นคนสุดท้ายเสมอ ไม่ว่าทำอะไรเขาจะรอ รอทำคนสุดท้ายเสมอ ถ้าไม่เรียบร้อยหนูก็จะโดนว่า บอกว่าเราไม่ดูแลน้อง เป็นพี่ต้องช่วยเหลือน้อง เขาเป็นน้องคนเล็กและหนูเป็นพี่คนโต ที่เป็นชนวนครั้งนี้มันเป็นเพราะ น้องตื่นมาแล้วแทนที่จะลุกเตรียมตัวไปทำงาน เขากลับนอนต่อแล้วรอไปสายๆ หนูไม่ปลุก แต่ก็บอกไปว่าถ้าจะมาต้องตื่นให้ทัน ถ้าตื่นสายก็ไม่ต้องมา ไม่ต้องรอทำอะไรเป็นคนสุดท้าย รับผิดชอบตัวเอง แล้วหนูพูดแบบนี้ก็รู้ตัวว่าทำให้น้องเสียใจเพราะน้องร้องไห้ แม่เลยพูดกับหนูว่า เรื่องเล็กๆน้อยๆก็หยวนๆไปสิ จะไปว่าน้องทำไม จะคอยแซะคอยเหน็บแนมน้องทำไม น้องมันเด็กอยู่ ทำไมต้องกลัวว่าน้องจะสบายกว่า ไม่รักน้อง เวลามีปัญหาทะเลาะกับแม่พอมีปากเสียงถึงจุดจุดนึง จะโดนขุดอดีตมาด่าตลอดว่าเป็นเด็กเลว เป็นลูกเณรคุณ
เพราะตอนเรียน ปวส หนูมีแฟน บางทีเลิกเรียนแล้วไม่กลับห้อง ไปตลาดกับเพื่อน เวลา 4-5 โมงจะโดนโทรมาเช็คตลอดว่าอยู่ไหน ให้รีบกลับห้องไปอยู่กับน้อง คือหนูกับน้องพักยู่หอใน คนนอกเข้าไม่ได้ หนูมีมือถือเครื่องเดียว ไม่มีคอม ไม่มีทีวี น้องอยู่ห้องเขามีเพื่อนในออนลไน์สังคมเกมส์ตลอด เวลาไปอยู่กับเพื่อนก็ไม่มีเรื่องเหล้ายาอะไรเลย มีแค่น้ำหวานกับขนม นั่งคุยกันตามภาษาเด็กผู้หญิง แต่แม่มองว่าเราเกเร ใช้ชีวิตเละเทะ แล้วก็บอกว่าชีวิตเรามันไม่เจริญ ทั้งที่น้องๆก็ใช้ชีวิตแบบหนู แต่แม่ไม่เคยรู้ เรื่องแฟน มีกันทุกคนแต่แม่ไม่เคยรู้ แล้วมองว่า ชีวิตนี้น้องจะมีแฟนไหมทั้งที่ความจริงมีแค่ลูก ที่รู้ว่าทุกคนเหมือนกันหมด แต่หนูจะโดนอยู่คนเดียวแชะเขาจะมองหนูแย่กว่าใครเสมอ หนูไม่ได้คิดไปเองแต่บางทีเขาพูดแบบหลุดพูด พูดแบบโกรธขั้นสุดแล้วพูดออกมาหมด เรื่องที่ผ่านมานานแล้วแต่โดนขุดมาด่าตลอด มันเหมือนกับว่าที่ผ่านมา แม่ไม่เคยให้อภัยเราได้เลย คือที่ผ่านมาหนูก็เจอแบบนี้บ่อยแม่ค่อนข้างจะอารณ์แรงถ้าใครคิดไม่เหมือนแก แกไม่ค่อยฟัง แต่คนในบ้านจะยอม หนูก็ยอมค่ะ แค่บางทีมันเหมือนว่า เขาทำมากเกินไป เราเถียงเขาก็บอกว่านี่เถียงหรอ กูเป็นแม่นะ นี่แม่นะ มันเหมือนหนูไม่มีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง ไม่อยากเจอแบบนี้อีก คิดว่าต่อให้รอบนี้กลับไปคุยกันปกติ สักวันหนูก็จะมานั่งตัดพ้อว่าอยากออกไปเริ่มใหม่ที่อื่น ยังไงหนูก็มั่นใจ ว่าสักวันหนูจะทะเลาะกับแม่อีก พอมาคิดว่าอยากออกไปก็ลำบากใจว่าหนูจะทำให้พ่อเสียใจและแม่เสียใจทีหลัง เขาไม่เข้าใจว่าหนูคิดอะไรเขาอาจจะมองแค่ ทำไมหนูถึงทำแบบนี้ ไม่เห็นค่าในสิ่งที่เขาให้ และหนูก็จะเป็นลูกเนรคุณแบบที่เขาเคยพูดว่าหนูเป็น แต่เหมือนเราต้องเลือกระหว่างความมั่นคงที่ปลอดภัยที่บ้านมีให้ กับการออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง แบบไม่รู้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน
แนะนำให้หน่อยค่ะ ว่าตอนนี้เรากำลังใช้อารมณ์ตัดสินใจอยู่รึป่าว
แต่เราว่ามันไม่น่าจะไหว พอเอาเข้าจริงมันก็เป็นอย่างว่าคือ รายได้ต่อเดือนอยู่ที่7-8 พัน แต่เงินจำนวนนี้คือเงินเดือนของเราและเงินที่ต้องหมุนในร้าน ค่าใช้จ่ายในร้านตกเดือนล่ะ 2-3 พันบาท เรามีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จ่ายเองพวกค่าทำฟันหรือค่ามือถือ เดือนละ 3 พันบาท รู้สึกว่ามันเครียดๆค่ะ
ถ้าเลือกทิ้งงานนี้ไปแล้วให้น้องทำ มันจะเหมือนหนูทรยศครอบครัว แต่เทียบกับเป็นพนักงานบริษัททั่วไป มีเพื่อนที่เรียนด้วยกันแนะนำงานให้ไปทำด้วย ได้เดือนล่ะ 13k ห้องพักหารกับเพื่อน ส่วนค่าใช้จ่ายก็มีค่ากินกับ ทำฟัน ที่ต้องจ่ายต่อเดือน ถ้าอยู่แบบคนไม่มีหนี้สินอะไรก็คิดว่าอยู่ได้ ส่วนรถหรือบ้านอยากให้พร้อมก่อนยังไม่รีบค่ะ การเดินทางต่างๆไปทำงานมีรถรับส่งฟรี
*สาเหตุที่อยากออกไป*
คิดว่าถ้าแลกกับความรู้สึกอึดอัดภายในบ้าน อย่างเงินหนูไม่พอใช้หนูพูดกับแม่ไม่ได้เพราะเขามองว่าใช้เงินไม่รู้จักเก็บแล้วก็โดนบ่นตลอด ทุกครั้งที่หนูทะเลาะกับน้องแม่ก็พร้อมจะอยู่ฝั่งตรงข้ามหนูเสมอ บางทีก็คิดว่าเราผิดจริง บางทีก็คิดว่าแม่ลำเอียง เวลาลุกไปทำงานต้องคอยปลุกเขาแต่มาหลังๆนี้ หนูก็จะไม่ปลุกน้องทั้งที่น้องบอกว่าจะไปทำด้วย แค่คิดว่าเขาควรคิดได้เอง อายุ 19 แล้ว เวลาไปไหนมาไหนน้องจะทำทุกอย่างเสร็จเป็นคนสุดท้ายเสมอ ไม่ว่าทำอะไรเขาจะรอ รอทำคนสุดท้ายเสมอ ถ้าไม่เรียบร้อยหนูก็จะโดนว่า บอกว่าเราไม่ดูแลน้อง เป็นพี่ต้องช่วยเหลือน้อง เขาเป็นน้องคนเล็กและหนูเป็นพี่คนโต ที่เป็นชนวนครั้งนี้มันเป็นเพราะ น้องตื่นมาแล้วแทนที่จะลุกเตรียมตัวไปทำงาน เขากลับนอนต่อแล้วรอไปสายๆ หนูไม่ปลุก แต่ก็บอกไปว่าถ้าจะมาต้องตื่นให้ทัน ถ้าตื่นสายก็ไม่ต้องมา ไม่ต้องรอทำอะไรเป็นคนสุดท้าย รับผิดชอบตัวเอง แล้วหนูพูดแบบนี้ก็รู้ตัวว่าทำให้น้องเสียใจเพราะน้องร้องไห้ แม่เลยพูดกับหนูว่า เรื่องเล็กๆน้อยๆก็หยวนๆไปสิ จะไปว่าน้องทำไม จะคอยแซะคอยเหน็บแนมน้องทำไม น้องมันเด็กอยู่ ทำไมต้องกลัวว่าน้องจะสบายกว่า ไม่รักน้อง เวลามีปัญหาทะเลาะกับแม่พอมีปากเสียงถึงจุดจุดนึง จะโดนขุดอดีตมาด่าตลอดว่าเป็นเด็กเลว เป็นลูกเณรคุณ
เพราะตอนเรียน ปวส หนูมีแฟน บางทีเลิกเรียนแล้วไม่กลับห้อง ไปตลาดกับเพื่อน เวลา 4-5 โมงจะโดนโทรมาเช็คตลอดว่าอยู่ไหน ให้รีบกลับห้องไปอยู่กับน้อง คือหนูกับน้องพักยู่หอใน คนนอกเข้าไม่ได้ หนูมีมือถือเครื่องเดียว ไม่มีคอม ไม่มีทีวี น้องอยู่ห้องเขามีเพื่อนในออนลไน์สังคมเกมส์ตลอด เวลาไปอยู่กับเพื่อนก็ไม่มีเรื่องเหล้ายาอะไรเลย มีแค่น้ำหวานกับขนม นั่งคุยกันตามภาษาเด็กผู้หญิง แต่แม่มองว่าเราเกเร ใช้ชีวิตเละเทะ แล้วก็บอกว่าชีวิตเรามันไม่เจริญ ทั้งที่น้องๆก็ใช้ชีวิตแบบหนู แต่แม่ไม่เคยรู้ เรื่องแฟน มีกันทุกคนแต่แม่ไม่เคยรู้ แล้วมองว่า ชีวิตนี้น้องจะมีแฟนไหมทั้งที่ความจริงมีแค่ลูก ที่รู้ว่าทุกคนเหมือนกันหมด แต่หนูจะโดนอยู่คนเดียวแชะเขาจะมองหนูแย่กว่าใครเสมอ หนูไม่ได้คิดไปเองแต่บางทีเขาพูดแบบหลุดพูด พูดแบบโกรธขั้นสุดแล้วพูดออกมาหมด เรื่องที่ผ่านมานานแล้วแต่โดนขุดมาด่าตลอด มันเหมือนกับว่าที่ผ่านมา แม่ไม่เคยให้อภัยเราได้เลย คือที่ผ่านมาหนูก็เจอแบบนี้บ่อยแม่ค่อนข้างจะอารณ์แรงถ้าใครคิดไม่เหมือนแก แกไม่ค่อยฟัง แต่คนในบ้านจะยอม หนูก็ยอมค่ะ แค่บางทีมันเหมือนว่า เขาทำมากเกินไป เราเถียงเขาก็บอกว่านี่เถียงหรอ กูเป็นแม่นะ นี่แม่นะ มันเหมือนหนูไม่มีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง ไม่อยากเจอแบบนี้อีก คิดว่าต่อให้รอบนี้กลับไปคุยกันปกติ สักวันหนูก็จะมานั่งตัดพ้อว่าอยากออกไปเริ่มใหม่ที่อื่น ยังไงหนูก็มั่นใจ ว่าสักวันหนูจะทะเลาะกับแม่อีก พอมาคิดว่าอยากออกไปก็ลำบากใจว่าหนูจะทำให้พ่อเสียใจและแม่เสียใจทีหลัง เขาไม่เข้าใจว่าหนูคิดอะไรเขาอาจจะมองแค่ ทำไมหนูถึงทำแบบนี้ ไม่เห็นค่าในสิ่งที่เขาให้ และหนูก็จะเป็นลูกเนรคุณแบบที่เขาเคยพูดว่าหนูเป็น แต่เหมือนเราต้องเลือกระหว่างความมั่นคงที่ปลอดภัยที่บ้านมีให้ กับการออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง แบบไม่รู้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน