เกร็ดเล็กๆน้อยๆของ หลวงพ่อ โม้ วัดสน ยุคก่อนถนนสุขสวัสดิ์เกิดหลายปี

กระทู้สนทนา
พิธีราชาภิเษก ร.9  พ.ศ.2493  (น่าจะไม่ผิดนะ)  เราเรียน ร.ร.วัดสน ซึ่งเราข้ามเข้าเรียนชั้น ป. 2 เลย
เพราะผ่าน ป.1 จาก ร.ร.ราษฏร์ปากคลองราษฏร์บูรณะมา 2496 ปีที่เราเริ่มเรียนที่วัดสน  หลวงพ่อโม้
ท่านยังเป็นเจ้าอาวาสวัดสน ยุคนั้นสภาพกุฏิ ทั้งหมดยกสูงแบบอยุธยา ใต้ถุนกุฏิเป็นทั้งที่จอดเรือบด
(บด มาจากภาษาอังกฤษ BOAT ) กับ ซากเรือ ที่เคยใช้พายแข่งยุคก่อนที่ เลิกแข่ง จอดขึ้นคานอยู่
ใต้ถุนนอกชาน ที่ปลูกต่อเนื่องกุฏิเรียงตามความโค้งของคลองแจงร้อน(ตอนเคี้ยวคดผ่านวัดสน) จำไม่ได้
ว่ากี่หลัง เรียงกัน กับมีศาลา(หอฉัน) อยู่ตรงกลาง กับมีกุฏิด้านหน้าที่หันหน้าเข้าหอฉัน หันหลังให้ลานวัด
ขนาดมโหฬาร ที่ปัจจุบัน พวกขายผ้าโบ๊เบ๊ 2 ทางเข้าก่อนถึงวัดสน ได้เข้ามาอาศัยจอดรถ ระหว่างออกไป
หาซื้อขายผ้ากัน

ยุคก่อนตัดถนนสุขสวัสดิ์ ชาวราษฏร์บูรณะ กับชาวทุ่งครุใน อาศัยคลองแจงร้อนสัญจรทางน้ำ จากวัดแจงร้อน
ปากคลอง เรื่อยลึกเข้าไปถึงครุใน (ที่เรากับน้าชายวัยเดียวกัน สองเกลอเคยหนียายพายเรือหนีเที่ยวไปจนถึง
ย่านชาวมุสลิมใจดีทุ่งครุ หยุดห้ามเราน้าหลานเอาไว้ ก่อนที่จะหลงคลองเล็กๆหลุดออกอ่าวไทยซีกขวามือไป)
ฟังน้ารุ่นใหญ่ๆ เล่าว่า ชาวสวนปลายคลองที่มีไทยพุทธอยู่ ใกล้มุสลิม นิมนต์หลวงพ่อโม้ไปสวดพุทธมนต์ทำบุญ
และฉันเพล เขานำเรือมารับที่วัดสนแต่เช้า  คงไม่รู้ว่าหลวงพ่อโม้ท่านไม่ชอบลงเรือแต่ไหนแต่ไรแล้ว ท่านก็ให้
พระหนุ่ม กับศิษย์วัดหลายคนอยู่นั่งเรือที่เจ้าภาพจัดเรือแจวขนาด 8 มือลิงมารับ ใหญ่นั่งได้ร่วมสิบคน ท่านบอก
ว่าเดี๋ยวท่านเดินไปเอง คนที่เอาเรือมารับก็เพิ่งรู้ พร้อมกันแล้วเรือก็ออกไปก่อน หลวงพ่อโม้ท่านก็เดินไปองค์เดียว
ของท่าน เมื่อเรือรับพระไปถึงบ้านงาน ปรากฎว่าหลวงพ่อโม้ท่าน ล้างเท้าขึ้นไปนั่งรออยู่บนบ้านงานครุในแล้ว ก็
ไม่รู้เหมือนกันว่า ที่บ้านงานเขาคิดอย่างไรกัน เพราะเราไม่ได้ไปกะเขาด้วย  ขากลับหลวงพ่อโม้ท่านไปถึงวัดสนก่อน
เช่นเคย (อินเตอร์เน็ต ไม่เสถียร ขอไว้ต่อโอกาสหน้าฮับ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่