เป็นหนึ่งในคนที่ตั้งตารอซีรีส์เรื่องนี้มาก เพราะรู้ว่าเป็นของ Vice Giligan ผู้สร้าง Breaking Bad กับ Better call sault ซึ่งเปรยมาว่าเป็นธีมของไซไฟ จาก 2 เรื่องก่อนที่เป็นแนว crime-thiller มันจึงน่าสนใจ ที่รอบนี้เขาเลือกทำสิ่งที่ออกจากแนวเดิม แถมยังบอกอีกว่าจะมีความเกี่ยวเนื่องกับ BB ใครมันจะไม่อยากดูล่ะครับ5555
พอดูจบ ขอบอกว่า ในแง่ของความบันเทิงค่อนข้างหน้าผิดหวัง ด้วย Pressing ที่ค่อนข้างช้ามากๆ ใครว่า BB, BCS ช้าแล้ว มาดูเรื่องให้ช้ากว่าเท่าตัว การแช่กล้องเห็นตัวละครเดินจากจุดAไปจุดB ก็ยังคงอยู่ตามสไตล์ของ Vice แต่ตอนที่ดู 2 เรื่องก่อน ไม่ได้เห็นเป็นเรื่องหนักหนาอะไร เพราะไม่ได้ถี่เท่านี้ แถมยังมีฉากแอคชั่น ไดอาล๊อกการพูดคุยที่หักเหลี่ยมเฉือนคม ที่มาช่วยให้เรื่องมันดูมีไดนามิคขึ้นลงบ้าง แต่พอเรื่องนี้ที่ธีมคือโลกที่เป็นกึ่งๆ Apocalype ที่โดนเชื้อไวรัส(เอเลี่ยน?)ครองโลก แล้วนางเอกเป็นคนที่รอดชีวิตจากไม่กี่คน แต่ทั้งเรื่องผู้รอดชีวิตจะกระจัดจายกันไป ทำให้มั้ง ss1 นี้เราก็จะเห็นนางเอกใช้ชีวิตคนเดียวเป็นหลัก นั้นแปลว่า
pressing super slow burn + [ไม่มีฉากแอคชั่น] + [ไม่มีฉากไดอะล๊อกเฉือนคมมันส์ๆ] = ยานอนหลับดีๆยังไงละะ!!!
ที่น่าเสียดายคือ ตัว big idea มันน่าสนใจมากๆ คือไม่ค่อยเห็นแนวนี้มาเท่าไหร่กับหนังแนว survival เอเลี่ยนบุกโลก เพราะเรื่องอื่นจะให้ฝั่งต่างดาว เป็นตัวร้ายชัดเจนคือการ ยึดครองโลก (simple แต่ก็ strong ในตัวมันเอง) แต่เรื่องนี้เจ๋งตรงที่เอเลี่ยนจะยึดโลกเหมือนกัน ไม่ได้ดูเป็นตัวร้ายเพียงแค่เป็นอีกฝั่งที่มีอุดมการ์ณที่ตรงข้ามกับนางเอกเท่านั้นเอง เป็นการบุกมาแบบมีจริยธรรม เหตุผลมันเหมือนจะไม่ make sense แต่ก็ convince ให้เราคล้อยตามไปได้ระดับนึง ซีรีส์จะฉายภาพให้เราเห็น ทั้งมนุษย์ที่เมื่อเอเลี่ยนบุกเขายอมรับข้อเสนอ แล้วดื่มด่ำ ตักตวงความสุขที่มีอยู่ บางคนก็แอนตี้ต่อต้านการครองโลกแบบสุดโต้ง หรือ นางเอกที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิดจากคนที่ต่อต้านมากๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เข้าใจว่า เหตุผลนึงที่เลือกแช่กล้อง ให้เห็นตัวละครใช้ชีวิต แบบเรื่อยๆ slowๆ no action, no dialog อาจจะเพราะให้คนดูรู้สึกอีดอัดแบบที่นางเอกต้องเจอ ที่เลือกจะอยู่คนเดียว จนสุดท้ายทนไม่ไหวต้องเรียกโชวชากลับมา
อีกสิ่งที่ไม่ชมไม่ได้ คือการแสดงของ Rhea Seehorn ซีรีส์เกือบ80% เป็นตัวเดินเรื่องเพียงคนเดียว ถ้าแสดงไม่ดีก็พังทั้งเรื่อง สลัดภาพของ kim waxler ได้อย่างกับเป้นคนละคน แต่ตัวบทมันค่อนข้างจะฉีกอยู่แล้วด้วยแหละ อีกคนคือนักแสดงที่เล่นเป็นโชวชา ในเรื่องเธอเป็นคนที่ได้รับหน้าที่มากล่อมให้นางเอก(ซึ่งเป็นคนเดียว ที่ยังไม่ได้รับเชื้อ) ก็แสดงได้น่าเชื่อถือ แล้วดูเป็นมิตรที่พึ่งพาได้จริงๆ
ผมจะไม่บอกว่าเรื่องนี้ overated แต่จะบอกว่ามันค่อนข้างดูยาก ยิ่งถ้าใครเป็นขาจร ทำงานเหนื่อยๆอยากหาซีรีส์ที่บันเทิง ตื่นเต้นเร้าใจ เรื่องนี้คงให้ไม่ได้ ถึงธีมมันจะเป็นเอเลี่ยนบุกโลก แต่มันไม่ได้หวือหวาแบบซีจีหนักๆ ได้เห็นเครื่องจักร ยานรบ หรือเอเลี่ยนน่ากลัวๆแบบหนังที่เคยดู แต่มันเป็นการต่อสู้ ถกเถียงกันด้าน แนวคิดเชิงปรัชญามากกว่า แล้วมันเจ๋งที่ทำให้ผมก็คล้อยตามไปฝั่งเอเลี่ยนได้(ฮา) แต่ๆๆ ถ้าเปรียบซีรีส์มันคือ ยาขมที่กินยาก เพราะการดำเนินเรื่องแบบที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว จนคนใน reddit แซวว่าถ้าตัดพวกแการแช่กล้องออก เนื้อเรื่องอาจจะจบภาย 2hr30m. เป็นหนังเรื่องนึง(ฮา) ส่วนตัวถ้าเป็นคนทำงาน เวลาจำกัดไม่แนะนำให้ดูเท่าไหร่
Pluribus ซีรีส์จากผู้สร้าง Breaking Bad ที่ผมดูไปหลับไป | บ่นซีรีส์
พอดูจบ ขอบอกว่า ในแง่ของความบันเทิงค่อนข้างหน้าผิดหวัง ด้วย Pressing ที่ค่อนข้างช้ามากๆ ใครว่า BB, BCS ช้าแล้ว มาดูเรื่องให้ช้ากว่าเท่าตัว การแช่กล้องเห็นตัวละครเดินจากจุดAไปจุดB ก็ยังคงอยู่ตามสไตล์ของ Vice แต่ตอนที่ดู 2 เรื่องก่อน ไม่ได้เห็นเป็นเรื่องหนักหนาอะไร เพราะไม่ได้ถี่เท่านี้ แถมยังมีฉากแอคชั่น ไดอาล๊อกการพูดคุยที่หักเหลี่ยมเฉือนคม ที่มาช่วยให้เรื่องมันดูมีไดนามิคขึ้นลงบ้าง แต่พอเรื่องนี้ที่ธีมคือโลกที่เป็นกึ่งๆ Apocalype ที่โดนเชื้อไวรัส(เอเลี่ยน?)ครองโลก แล้วนางเอกเป็นคนที่รอดชีวิตจากไม่กี่คน แต่ทั้งเรื่องผู้รอดชีวิตจะกระจัดจายกันไป ทำให้มั้ง ss1 นี้เราก็จะเห็นนางเอกใช้ชีวิตคนเดียวเป็นหลัก นั้นแปลว่า
pressing super slow burn + [ไม่มีฉากแอคชั่น] + [ไม่มีฉากไดอะล๊อกเฉือนคมมันส์ๆ] = ยานอนหลับดีๆยังไงละะ!!!
ที่น่าเสียดายคือ ตัว big idea มันน่าสนใจมากๆ คือไม่ค่อยเห็นแนวนี้มาเท่าไหร่กับหนังแนว survival เอเลี่ยนบุกโลก เพราะเรื่องอื่นจะให้ฝั่งต่างดาว เป็นตัวร้ายชัดเจนคือการ ยึดครองโลก (simple แต่ก็ strong ในตัวมันเอง) แต่เรื่องนี้เจ๋งตรงที่เอเลี่ยนจะยึดโลกเหมือนกัน ไม่ได้ดูเป็นตัวร้ายเพียงแค่เป็นอีกฝั่งที่มีอุดมการ์ณที่ตรงข้ามกับนางเอกเท่านั้นเอง เป็นการบุกมาแบบมีจริยธรรม เหตุผลมันเหมือนจะไม่ make sense แต่ก็ convince ให้เราคล้อยตามไปได้ระดับนึง ซีรีส์จะฉายภาพให้เราเห็น ทั้งมนุษย์ที่เมื่อเอเลี่ยนบุกเขายอมรับข้อเสนอ แล้วดื่มด่ำ ตักตวงความสุขที่มีอยู่ บางคนก็แอนตี้ต่อต้านการครองโลกแบบสุดโต้ง หรือ นางเอกที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิดจากคนที่ต่อต้านมากๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
อีกสิ่งที่ไม่ชมไม่ได้ คือการแสดงของ Rhea Seehorn ซีรีส์เกือบ80% เป็นตัวเดินเรื่องเพียงคนเดียว ถ้าแสดงไม่ดีก็พังทั้งเรื่อง สลัดภาพของ kim waxler ได้อย่างกับเป้นคนละคน แต่ตัวบทมันค่อนข้างจะฉีกอยู่แล้วด้วยแหละ อีกคนคือนักแสดงที่เล่นเป็นโชวชา ในเรื่องเธอเป็นคนที่ได้รับหน้าที่มากล่อมให้นางเอก(ซึ่งเป็นคนเดียว ที่ยังไม่ได้รับเชื้อ) ก็แสดงได้น่าเชื่อถือ แล้วดูเป็นมิตรที่พึ่งพาได้จริงๆ
ผมจะไม่บอกว่าเรื่องนี้ overated แต่จะบอกว่ามันค่อนข้างดูยาก ยิ่งถ้าใครเป็นขาจร ทำงานเหนื่อยๆอยากหาซีรีส์ที่บันเทิง ตื่นเต้นเร้าใจ เรื่องนี้คงให้ไม่ได้ ถึงธีมมันจะเป็นเอเลี่ยนบุกโลก แต่มันไม่ได้หวือหวาแบบซีจีหนักๆ ได้เห็นเครื่องจักร ยานรบ หรือเอเลี่ยนน่ากลัวๆแบบหนังที่เคยดู แต่มันเป็นการต่อสู้ ถกเถียงกันด้าน แนวคิดเชิงปรัชญามากกว่า แล้วมันเจ๋งที่ทำให้ผมก็คล้อยตามไปฝั่งเอเลี่ยนได้(ฮา) แต่ๆๆ ถ้าเปรียบซีรีส์มันคือ ยาขมที่กินยาก เพราะการดำเนินเรื่องแบบที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว จนคนใน reddit แซวว่าถ้าตัดพวกแการแช่กล้องออก เนื้อเรื่องอาจจะจบภาย 2hr30m. เป็นหนังเรื่องนึง(ฮา) ส่วนตัวถ้าเป็นคนทำงาน เวลาจำกัดไม่แนะนำให้ดูเท่าไหร่