กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา 16 มกราคม 2539

กระทู้สนทนา
การวิเคราะห์

การวิเคราะห์ในบทความนี้มุ่งอธิบายความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่าง ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ การตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐ และการก่อรูปของ สุขวิชโนมิกส์: กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในบริบทประวัติศาสตร์การศึกษาไทยที่มีข้อจำกัดสะสมยาวนานกว่า 100 ปี การวิเคราะห์แบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาในฐานะการตอบสนองต่อความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของรัฐ
จากหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์และข้อมูลเชิงสากล ระบบการศึกษาไทยก่อน พ.ศ. 2538 มีลักษณะจำกัดการเข้าถึงอย่างเป็นระบบ โดยรัฐจัดบริการการศึกษาให้ประชาชนส่วนใหญ่เพียงระดับประถมศึกษา ส่งผลให้เยาวชนจากครอบครัวยากจนจำนวนมากไม่สามารถก้าวข้าม “คอขวดทางการศึกษา” ไปสู่ระดับมัธยม อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาได้
การจัดตั้ง สุขวิชโนมิกส์: กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จึงมิได้เป็นเพียงมาตรการสนับสนุนรายบุคคล หากแต่เป็นการตอบสนองต่อความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของรัฐในการจัดโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค กลไกกองทุนดังกล่าวทำหน้าที่ลดอุปสรรคด้านรายได้และความเสี่ยงของครอบครัวยากจน และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนสามารถตัดสินใจลงทุนในอนาคตของตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ในเชิงนี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจึงสอดคล้องกับหลักการสากลว่าด้วย social investment และสะท้อนการยกระดับบทบาทของรัฐจาก “ผู้ให้บริการขั้นต่ำ” ไปสู่ “ผู้ค้ำประกันโอกาสชีวิต” ของประชาชน

2. บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล กับการแปลงปรัชญาสู่การปฏิบัติจริง
ภายใต้ข้อจำกัดทางการเมืองและกฎหมายที่กฎหมายจัดตั้งกองทุนไม่สามารถผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาได้ การตัดสินใจของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในการเสนอและได้รับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2539 ให้ดำเนินการกองทุนในลักษณะเงินทุนหมุนเวียนตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 เป็นจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง
การดำเนินการดังกล่าวมิใช่เพียงความสามารถเชิงเทคนิคทางการบริหาร หากแต่สะท้อน ความกล้าหาญทางปัญญา และ ความรับผิดชอบเชิงศีลธรรมของรัฐ ต่อเยาวชนไทย กล่าวคือ รัฐไม่อาจอ้างข้อจำกัดทางกฎหมายเพื่อเพิกเฉยต่อสิทธิและอนาคตของประชาชนรุ่นใหม่ได้
ในมุมมองนี้ การตัดสินใจของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล คือการแปลง ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ จากหลักการเชิงคุณค่าไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นตัวอย่างของการนำปรัชญาการพัฒนาไปกำกับการใช้อำนาจรัฐอย่างมีจริยธรรม

3. สุขวิชโนมิกส์กับการยกระดับศักดิ์ศรีของผู้เรียน
หนึ่งในแก่นสำคัญของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ คือการยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และการมองผู้เรียนในฐานะ “ผู้มีศักดิ์ศรี” มิใช่ผู้รับความช่วยเหลือเชิงสงเคราะห์ การออกแบบกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาในฐานะเงินกู้ มิใช่เงินให้เปล่า สะท้อนความเชื่อว่าผู้เรียนเป็นผู้ลงทุนในชีวิตตนเอง และรัฐเป็นผู้ร่วมรับความเสี่ยงในระยะเริ่มต้น
กรอบคิดดังกล่าวสอดคล้องกับวรรณกรรมสากลที่ชี้ว่า การเข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาคจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อระบบไม่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกด้อยค่า หรือถูกทำให้เป็นภาระของสังคม สุขวิชโนมิกส์จึงมิใช่เพียงกลไกทางการเงิน หากแต่เป็นกลไกเชิงคุณค่าในการยกระดับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเยาวชนไทย

4. การบิดเบือนประวัติศาสตร์การศึกษาไทยในฐานะปัญหาเชิงโครงสร้างร่วมสมัย
การวิเคราะห์ยังพบว่า แม้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจะเป็นผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ของการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง แต่เอกสารของรัฐไทยบางส่วนในระยะหลังกลับมีแนวโน้มลดทอนหรือเลือนหายบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล และ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ออกจากประวัติศาสตร์การศึกษาไทย
การบิดเบือนดังกล่าวมิใช่เพียงความคลาดเคลื่อนทางข้อมูล หากแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของความทรงจำสาธารณะ (collective memory) ซึ่งส่งผลให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้จากความสำเร็จเชิงนโยบายที่เกิดขึ้นจริง และบั่นทอนพัฒนาการประชาธิปไตยในระยะยาว
การธำรงความจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของความเป็นธรรมทางสังคม และเป็นการคืนศักดิ์ศรีให้กับทั้งผู้กำหนดนโยบายและผู้ได้รับประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว

สรุปการวิเคราะห์
การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า สุขวิชโนมิกส์: กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นผลลัพธ์เชิงโครงสร้างของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ที่ได้รับการแปลงสู่การปฏิบัติจริงโดย ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ภายใต้ข้อจำกัดทางการเมืองและกฎหมายอย่างยิ่งยวด กองทุนดังกล่าวไม่เพียงขยายโอกาสทางการศึกษา หากแต่ยกระดับบทบาทของรัฐในการคุ้มครองศักดิ์ศรีและอนาคตของมนุษย์ในฐานะรากฐานของรัฐชาติไทย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่