ผู้รับเหมาทิ้งงาน ตำรวจไม่รับแจ้ง? เผยวิธีกระชากหน้ากาก "ฉ้อโกง" ลากเข้าคุก ทวงเงินคืนด่วน

ผู้รับเหมาทิ้งงาน ตำรวจไม่รับแจ้ง? เผยวิธีกระชากหน้ากาก "ฉ้อโกง" ลากเข้าคุก ทวงเงิน 5 แสนคืนด่วน
จ่ายเงินก้อนโต ผู้รับเหมาขุดดินโชว์แล้วหนี ตำรวจบอกเป็นคดีแพ่ง? อย่าเพิ่งถอดใจ! เผยเทคนิคเปลี่ยน "ผิดสัญญา" เป็น "ฉ้อโกง/เช็คเด้ง" บีบให้คืนเงินถ้าไม่อยากติดคุก โดย ไทยธนา ลอว์เฟิร์ม

จ่ายเงินไป 5 แสน... ได้คืนมาแค่ "หลุมเสาเข็ม" กับความว่างเปล่า?
นี่คือความเจ็บปวดระดับคลาสสิกของคนทำบ้านครับ โอนเงินมัดจำก้อนโตไป ผู้รับเหมาเข้ามาตอกเสาเข็ม 2-3 ต้น แล้วก็หายวับเข้ากลีบเมฆ โทรไม่รับ ไลน์ไม่อ่าน พอคุณหอบหลักฐานไปโรงพักด้วยความแค้น ตำรวจกลับบอกหน้าตาเฉยว่า: "เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งครับ แจ้งความไม่ได้ น้องต้องไปฟ้องศาลเอาเอง"
คุณยืนงง... ค่าทนายก็แพง ฟ้องไปก็ใช้เวลาเป็นปี ผู้รับเหมามันถึงได้ลอยหน้าลอยตาโกงคนอื่นต่อได้สบายใจ
หยุดความเจ็บใจไว้ตรงนั้นครับ! ความจริงคือ มันมีเส้นบางๆ คั่นอยู่ระหว่าง "แพ่ง" (ผิดสัญญา) กับ "อาญา" (ฉ้อโกง) ถ้าคุณรู้วิธีขุดหลักฐานเพื่อข้ามเส้นนี้ได้ คุณจะลากเขาเข้าคุก หรือบีบให้เขารีบคืนเงินได้ทันที

วันนี้ ไทยธนา ลอว์เฟิร์ม จะกาง "คู่มือล่าผู้รับเหมา" ฉบับที่คนในวงการไม่อยากให้คุณรู้

1. ทำไมตำรวจถึงไม่รับแจ้งความ? (กับดัก "จ้างทำของ")
ตำรวจมักจะยึดหลักง่ายๆ ว่า "ถ้ามีการเริ่มงานแล้วแม้แต่นิดเดียว = ผิดสัญญาทางแพ่ง"
เหลี่ยมผู้รับเหมา: พวกนี้รู้กฎหมายครับ พอรับเงิน 5 แสนไปปุ๊บ เขาจะรีบเอาคนงานมาขุดดินโชว์ 2-3 วัน หรือสั่งทรายมาลง 1 กอง เพื่อสร้างหลักฐานว่า "ผมมีเจตนาทำงานนะ แต่ผมหมุนเงินไม่ทัน / ลูกน้องหนี / ฝนตก"
ผลลัพธ์: พอมีหลักฐานการเริ่มงาน ตำรวจจะตีว่าเป็น Breach of Contract (ผิดสัญญา) ทันที ซึ่งเป็นเรื่องของคนสองคนตกลงกันเอง ตำรวจไม่มีอำนาจจับกุม

2. วิธีงัดข้อ: เปลี่ยน "แพ่ง" ให้เป็น "อาญา" (ฉ้อโกง)
ถ้าอยากให้ตำรวจรับแจ้งความ (และบีบให้ผู้รับเหมากลัวคุก) คุณต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า "มันคือการฉ้อโกงตั้งแต่ต้น" (Fraud) คุณต้องหาหลักฐานมาหักล้างว่า "เขาไม่มีเจตนาจะสร้างบ้านให้คุณตั้งแต่แรกแล้ว!" เช่น:
ขุดประวัติ (ฉ้อโกงประชาชน): ไปสืบดูในกลุ่มเฟซบุ๊ก หรือGoogle ว่าเขาทำแบบนี้กับคนอื่นไหม? ถ้ามีผู้เสียหาย 3-4 คนโดนพฤติกรรมเดียวกัน (รับเงินแล้วทิ้งงาน) = เข้าข่าย "ฉ้อโกงประชาชน" (ยอมความไม่ได้ โทษหนักกว่าเดิม)
สถานะบริษัท (ล้มละลาย): เช็กดูว่าตอนมารับงาน บริษัทเขายังเปิดอยู่ไหม? หรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์/ล้มละลายไปแล้ว? (ถ้ารู้ตัวว่าล้มละลายแต่ยังมารับเงิน = เจตนาโกงชัดเจน)
การแสดงตนหลอกลวง: เขาอ้างว่าเป็นสถาปนิก/วิศวกร มีใบประกอบวิชาชีพ แต่ความจริง "ไม่มีใบอนุญาต" = หลอกลวงครับ
เทคนิค: รวบรวมหลักฐานพวกนี้ ใส่แฟ้มหนาๆ แล้วกลับไปโรงพัก แจ้งว่า "ประสงค์แจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงครับ เพราะพฤติการณ์คือการหลอกลวงตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่ผิดสัญญา"

3. ไม้ตายสายดาร์ก: "ล่อซื้อ" ด้วยกฎหมายเช็ค (The Cheque Trap)
นี่คืออาวุธหนักที่ทนายเก่งๆ ชอบใช้ เพราะมันเห็นผลไวที่สุด
สถานการณ์: ถ้าตามตัวผู้รับเหมาเจอ แล้วเขาอ้างเสียงอ่อยว่า "ผมไม่มีเงินก้อนคืนพี่หรอก"
วิธีทำ: ให้เจรจาว่า "งั้นพี่ช่วยสั่งจ่าย 'เช็ค' คืนเงินมาให้ผมล่วงหน้าหน่อย จะทยอยคืนก็ได้ ผมยอม"
ผลลัพธ์: ถ้าเขาเซ็นเช็คให้คุณ แล้วถึงกำหนด เช็คเด้ง... โป๊ะเชะครับ!
คดีจะพลิกจาก "แพ่ง" (ทวงหนี้ธรรมดา) กลายเป็น "คดีอาญาตาม พ.ร.บ. เช็ค" ทันที!
โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ต่อเช็ค 1 ใบ
คราวนี้ตำรวจต้องออกหมายจับ และเขาจะต้องวิ่งเต้นหาเงินมาเคลียร์คุณเพื่อไม่ให้ติดคุก (เงินจะมาไวมากครับวิธีนี้)

4. ความจริงที่โหดร้าย: "ชนะคดีกระดาษ" (Paper Victory)
ถ้าเปลี่ยนเป็นคดีอาญาไม่ได้จริงๆ และต้องฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเงินคืน... "ชนะคดีไม่ยากครับ แต่ได้เงินคืนยากมาก"
ปัญหา: ศาลตัดสินให้คุณชนะแน่นอน เพราะเขาผิดสัญญาชัดเจน แต่ถ้าเขา "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" และไม่มีทรัพย์สินที่เป็นชื่อเขาเลย (บ้านเช่า รถชื่อเมีย บัญชีว่างเปล่า)
จุดจบ: คุณจะได้คำพิพากษาไปแปะฝาบ้าน แต่ไม่ได้เงินคืน แถมเสียค่าทนายฟรี
ทางแก้: ก่อนฟ้อง ต้องจ้างทนายสืบทรัพย์ดูว่าเขาแอบโอนทรัพย์สินไปให้เมียหรือลูกไหม ถ้าเจอ -> เราฟ้อง "คดีโกงเจ้าหนี้" (อาญา) เพิ่มได้อีกกระทง!

อย่าปล่อยให้คนโกงลอยนวล


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่