อายุ 40+ ปวดหลัง ร้าวลงขา เป็นปี เกือบเดินไม่ได้ โชคดีที่ตัดสินใจไปตรวจ

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับ ขออนุญาตมาเล่าประสบการณ์ส่วนตัว เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังมีอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา หรือกำลังลังเลว่าจะตรวจจริงจังดีไหม
ผมอายุ 40+ เป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมมาก โดยเฉพาะ กอล์ฟ ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็จะออกไปออกรอบ เจอเพื่อน เจอสังคม ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้ชีวิตมีพลังพอสมควร แต่ใครจะคิดว่าแค่อาการปวดหลังที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรงในตอนแรก จะค่อยๆ เปลี่ยนชีวิตผมไปทีละนิด

จุดเริ่มต้นของอาการที่คิดว่า “เดี๋ยวก็หาย”
อาการปวดหลังของผมเริ่มมานานแล้วครับ เกือบ หนึ่งปีเต็ม ช่วงแรกเป็นแค่ปวดตึงๆ บริเวณหลังส่วนล่าง ปวดแบบพอทนได้ ก็คิดว่าเป็นอาการเมื่อยจากการเล่นกอล์ฟ ขับรถนานๆ หรืออายุมากขึ้น


ผมมีรุ่นน้องที่รู้จักเปิดคลินิกกายภาพ ผมเลยเลือกไปทำกายภาพ shockwave ประคบร้อน พักจากการทำกิจกรรมบ้าง แต่ก็ยังเล่นกอล์ฟต่อ ช่วงแรกอาการก็ดีขึ้นบ้าง เลยคิดว่าไม่น่ามีอะไร แต่ผ่านไปสักพัก อาการเริ่มเปลี่ยนจากปวดหลังเฉยๆ เป็นปวดร้าวลงขาขวา มีทั้งปวด ชา เหมือนโดนไฟช็อตบางจังหวะ โดยเฉพาะตอนเดินนานๆ หรือยืนนานๆ ตรงนี้แหละครับที่เริ่มรู้สึกว่า “ไม่ปกติแล้ว”

จากแค่ปวด กลายเป็นใช้ชีวิตลำบาก สิ่งที่กระทบผมมากที่สุดไม่ใช่ความเจ็บอย่างเดียว แต่คือ คุณภาพชีวิต กิจกรรมที่เคยทำได้สบายๆ เริ่มกลายเป็นเรื่องยาก เดินออกรอบกอล์ฟได้ไม่ครบ 18 หลุม ต้องนั่งพักบ่อย เดินห้างนานๆ ไม่ไหว บางวันปวดจนไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลย

คำแนะนำจากเพื่อนนักกอล์ฟ เปลี่ยนความคิดผม
จุดเปลี่ยนสำคัญคือเพื่อนที่เล่นกอล์ฟด้วยกัน เขาเคยมีอาการคล้ายผมมาก่อน และรักษาจนหาย กลับมาเล่นกอล์ฟได้ปกติ เขาแนะนำให้ผมไปปรึกษาคุณหมอวรวรรธน์ ซึ่งเป็นหมอด้านกระดูกสันหลัง ตอนแรกผมก็ลังเลครับ ยอมรับตรงๆ ว่า กลัวหมอ กลัวได้ยินคำว่า ‘ต้องผ่าตัด’ 

แต่พอเห็นเพื่อนกลับมาใช้ชีวิตปกติ แถมพูดถึงคุณหมอด้วยความมั่นใจ บอกว่าหมอมีเคสเยอะ อธิบายละเอียด ผมเลยตัดสินใจลองไปปรึกษาดู อย่างน้อยก็อยากรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่

ตรวจ MRI ถึงรู้ว่าที่เจ็บ ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อ
หลังจากไปพบคุณหมอ สิ่งแรกที่ทำคือ MRI ซึ่งต้องบอกเลยว่า การตรวจครั้งนี้ทำให้ผมเข้าใจร่างกายตัวเองจริงๆ เป็นครั้งแรก
ผลออกมาคือ  👉 หมอนรองกระดูกปลิ้นไปทับเส้นประสาท
นี่แหละครับ ต้นเหตุของอาการปวด ชา ร้าวลงขาขวา
โชคดีของผมคือ เคสยังไม่รุนแรงมาก ยังสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด ไม่ถึงขั้นเสียหายถาวร ซึ่งคุณหมอก็อธิบายทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา
ไม่ได้เร่ง ไม่ได้กดดัน

ความกลัวเรื่องผ่าตัด ที่ผมกังวลมาตั้งแต่แรกถึงเวลาต้องเผชิญหน้าแล้วครับ
ยอมรับเลยครับว่าผมกลัวการผ่าตัดมาก แค่ได้ยินคำว่าผ่าใจก็สั่นแล้ว คุณหมอเลยแนะนำทางเลือกคือการผ่าตัดเล็กแบบส่องกล้อง
ข้อดีที่คุณหมออธิบายให้ฟังคือ แผลเล็กมาก กระทบเนื้อเยื่อน้อย ผลข้างเคียงน้อย แก้ปัญหาได้ตรงจุด ฟื้นตัวเร็ว คุณหมอไม่ได้พูดให้ดูสวยหรู
แต่พูดตามข้อเท็จจริง และตอบทุกคำถามที่ผมกังวล ทำให้ผมรู้สึกว่า โอเค เราไว้ใจได้ สุดท้ายผมตัดสินใจรักษาด้วยวิธีนี้
หลังผ่าตัด… ต่างจากที่คิดไว้มาก



สิ่งที่ผมประทับใจมากคือแผลเล็กกว่าที่จินตนาการไว้เยอะมาก ผมมีแผลจุดเดียวตรงช่วงหลังล่าง หลังผ่าตัด อาการปวดร้าวลงขาก็ลดลงชัดเจน
ไม่ต้องนอนพักฟื้นนาน ลุกเดินได้เร็ว แต่ช่วงแรกยังต้องใส่ที่คาดเอวพยุงหมอนรองกระดูกประมาณ 2 อาทิตย์ ซึ่งก็ไม่ได้ลำบากอะไร
ผมเคยคิดว่าผ่าตัดหลังต้องนอนเป็นเดือน แต่ความจริงคือ ฟื้นตัวเร็วมาก ถ้าเทียบกับความทรมานที่ต้องทนปวดมาเป็นปี ผมรู้สึกว่าตัดสินใจถูกแล้ว

กลับมาใช้ชีวิต และทำกิจกรรมที่รักได้อีกครั้ง
ตอนนี้ผมสามารถเดินได้ปกติเลยครับ ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ กลับมาออกรอบกอล์ฟได้มากกว่าก่อนหน้านี้ ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องกังวลว่าจะปวดร้าวตอนไหน สิ่งที่ได้มากกว่าการหายปวด คือ ความสบายใจ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเดา ไม่ต้องทรมานกับอาการที่ไม่รู้สาเหตุ

บทเรียนสำคัญหลังหายปวด ดูแลยังไงไม่ให้กลับไปเป็นซ้ำ
หลังจากอาการดีขึ้นและกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ สิ่งหนึ่งที่คุณหมอเน้นกับผมมากคือ การผ่าตัดช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว แต่การดูแลตัวเองหลังจากนั้น คือกุญแจสำคัญที่จะไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ผมเองก็ปรับพฤติกรรมหลายอย่าง เพราะไม่อยากกลับไปเจอความทรมานแบบเดิมอีกครั้ง ผมเริ่มหันมาระวังเรื่องการใช้งานร่างกาย ออกกำลังกายแค่พอเหมาะ ไม่ปล่อยให้อาการเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ 
ถ้ามีอาการปวด ตึง หรือร้าวผิดปกติอีก ผมจะไม่ปล่อยผ่านเหมือนเมื่อก่อน จะรีบพัก ปรับพฤติกรรม และถ้าไม่ดีขึ้น
ก็จะไปปรึกษาคุณหมอทันที เพราะผมรู้แล้วว่า การปล่อยไว้นาน คือสิ่งที่ทำให้อาการแย่ลงโดยไม่รู้ตัว

อยากฝากถึงคนที่ปวดหลังเรื้อรัง
จากประสบการณ์ตรงของผม อยากฝากไว้ว่า ถ้าปวดหลัง นานผิดปกติ มีอาการร้าว ชา ลงขา นวดแล้วดีขึ้นแค่ชั่วคราว อย่าคิดว่า “เดี๋ยวก็หาย” อย่างเดียวครับ บางครั้งแค่นวดอาจไม่พอ และการปล่อยไว้นานอาจทำให้อาการแย่ลงโดยไม่รู้ตัว การไปตรวจให้รู้สาเหตุที่แท้จริง ช่วยให้เราเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับตัวเองได้มากขึ้น สำหรับผม ต้องขอบคุณเพื่อนที่แนะนำ และคุณหมอที่ดูแลอย่างดี ทำให้ผมกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิมอีกครั้ง

หวังว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นประโยชน์กับใครที่กำลังลังเลนะครับ โดยเฉพาะท่านนักกอล์ฟทั้งหลายที่กำลังมีปัญหาคล้ายๆผม เพราะการพักเล่นกอล์ฟนานๆมันแทบจะลงแดงเลยครับ เจ็บตัวไม่เท่าไหร่ อดเล่นกอล์ฟนี่ซึมจัดเลย ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ 🙏 ใครที่มีคำถามอะไรเพิ่มพูดคุยกันได้ครับผมยินดีแชร์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่