[ United Calypso 1976 #7]
แมนฯ ยูไนเต็ด ทำอย่างไรเพื่อปิดหลุมที่ คาเซมิโร่ ทิ้งไว้หลังจบฤดูกาลนี้
ในวันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉือนชนะฟูแล่ม 3-2 เสียงเรียกชื่อที่ดังยาวนานที่สุดหลังเสียงนกหวีดสุดท้ายคือ “คาเซมิโร่” ที่กำลังนับเวลาถอยหลังบอกลาโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างช้า ๆ หลังประกาศว่าจะอำลาทีมเมื่อจบฤดูกาล 2025-26 เส้นทางของเขากับยูไนเต็ดมีทั้งช่วงเวลาแห่งการเป็นฮีโร่ ตัวตลกในสายตาคนภายนอก และนักเตะที่กำลังโรยรา แต่ตอนนี้ เขากำลังจะจากไปในฐานะคัลต์ฮีโร่ที่ทิ้งช่องว่างขนาดใหญ่ไว้กลางสนาม
ชัยชนะเหนือฟูแล่มเผยให้เห็นความจริงสองด้านเกี่ยวกับคาเซมิโร่ ด้านหนึ่งคือ หลักฐานชัดเจนว่ายูไนเต็ดพึ่งพาเขามากเกินไป ช่องว่างระหว่างเขากับ มานูเอล อูการ์เต้ ยังมองเห็นได้ชัด และการที่สโมสรไม่เสริมทัพกองกลางเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วกลายเป็นปัจจัยสำคัญ
เกมกับฟูแล่มเป็นตัวอย่าง เมื่อเขาถูกเปลี่ยนตัวออก ทั้งที่ไม่ค่อยได้เล่นครบ 90 นาที ทีมที่นำ 2-0 กลับเสียสองประตูจนโดนตีเสมอ 2-2 นี่คือครั้งที่สามของฤดูกาลที่ยูไนเต็ดเสียสองประตูหลังการถอดเขาออกในครึ่งหลัง ต่อจากเกมไบรท์ตันและสเปอร์ส แม้อายุใกล้ 34 ปีจะทำให้ความคล่องตัวลดลง แต่เมื่อไม่มีเขา ทีมมักสูญเสียการควบคุมเกม ไม่ว่าจะเป็นเพราะออร่าของแชมป์ยุโรปหลายสมัย ประสบการณ์ หรือเพียงเพราะข้อจำกัดของอูการ์เต้ก็ตาม
กระนั้น ประตูนำ 2-0 ในเกมเดียวกันก็มาจากคาเซมิโร่ทั้งหมด เขายิงลูกแรกและจ่ายแบบไม่มองสร้างลูกที่สอง สำหรับกองกลางตัวรับ นี่คือผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพเกมรุกอย่างน่าทึ่ง และเป็นคุณสมบัติที่แทบหาคนแทนไม่ได้ แม้แผนเสริมทัพช่วงซัมเมอร์จะมองหาคุณลักษณะอื่นเป็นหลักก็ตาม
เดิมทีคาเซมิโร่ถูกดึงมาเพื่อปิดพื้นที่หน้าเขตโทษของตัวเอง แต่กลายเป็นอาวุธในกรอบเขตโทษคู่แข่ง เป็นตัวจบสกอร์ที่เฉียบคมราวกองหน้า มีสัญชาตญาณหาช่องว่าง และเหมือนมีแรงดึงดูดให้บอลมาหาเสมอ ประตูในเกมฟูแล่มคือประตูที่ 22 จาก 148 นัดกับยูไนเต็ด ตัวเลขนี้เทียบได้กับ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ทำได้เท่ากันแต่ใช้เวลามากกว่า 29 นัด ในบรรดากองกลางตัวรับ เขาตามหลัง ไมเคิล คาร์ริค เพียงสองประตู ทั้งที่คาร์ริคลงเล่นมากกว่าถึง 316 เกม
ค่าเฉลี่ยของคาเซมิโร่คือ หนึ่งประตูทุก 6.72 นัด ดีกว่า พอล อินซ์ และ รอย คีน อย่างชัดเจน แม้สองคนนั้นเริ่มต้นกับยูไนเต็ดในบทบาทบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ประตูจำนวนไม่น้อยมาจากลูกตั้งเตะ เช่นลูกโหม่งจากฟรีคิกของ บรูโน แฟร์นันด์ส ในเกมล่าสุด สะท้อนว่าเขามอบผลงานสำคัญได้เสมอ
ช่วงเวลาทรงคุณค่าที่สุดคือ รอบชิงคาราบาว คัพ 2023 กับนิวคาสเซิลที่เขาคว้าแมนออฟเดอะแมตช์ รวมถึงประตูตีเสมอเชลซีในนาที 94 และค่ำคืนมหัศจรรย์ 5-4 เหนือลียงที่เขาเรียกจุดโทษนาที 114 และแอสซิสต์สองประตูช่วงทดเจ็บยาวเหยียด เหล่านี้คือภาพจำที่ทำให้แฟนบอลพร้อมมอบการอำลาอย่างอบอุ่น
ที่ผ่านมา เส้นทางชีวิตของคาเซมิโร่กับยูไนเต็ดมีสามองก์ -- องก์แรกคือ ปีเปิดตัวที่เป็นตัวเร่งความมั่นใจให้ทีม ต่อมาคือช่วง 18 เดือนอันยากลำบาก เมื่อแท็กติกของ เอริก เทน ฮาก ทำให้เขาดูเหมือนกองกลางคนเดียวที่เชื่องช้า ถูกเปิดโปง ถูกเปลี่ยนออกครึ่งแรกกับลิเวอร์พูล ถูก เจมี คาร์ราเกอร์ บอกให้ “เลิกเล่นก่อนฟุตบอลจะทิ้งคุณ” และเคยหล่นลำดับตัวเลือกภายใต้ รูเบน อโมริม
แต่อีกหนึ่งปีหลังคือ การฟื้นคืน เขากลับมาเป็นตัวเลือกอัตโนมัติอีกครั้ง พิสูจน์คาแรกเตอร์และหัวใจนักสู้ แม้ไม่ใช่คาเซมิโร่แบบเรอัล มาดริด แต่เสียงเชียร์ในโอลด์ แทรฟฟอร์ดบอกชัดว่า เขาจะทิ้งหลุมขนาดใหญ่ไว้
โจทย์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงชัดเจนคือ ต้องหาคนที่เล่นกองกลางได้ยอดเยี่ยมเทียบเคียงเขาให้ได้ แต่ความจริงอีกด้านก็คือ ไม่ว่าใครจะเข้ามา แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีภัยคุกคามเกมรุกเทียบเท่าคาเซมิโร่ ช่วงเวลาที่เหลือของเขาจึงไม่ใช่แค่การอำลา หากคือบททดสอบว่า สโมสรจะเตรียมตัวรับมือกับชีวิตหลัง “หมายเลข 18” ได้ดีเพียงใด
เรียบเรียงจากบทความของ Richard Jolly, The Independent
แมนฯ ยูไนเต็ด ทำอย่างไรเพื่อปิดหลุมที่ คาเซมิโร่ ทิ้งไว้หลังจบฤดูกาลนี้
แมนฯ ยูไนเต็ด ทำอย่างไรเพื่อปิดหลุมที่ คาเซมิโร่ ทิ้งไว้หลังจบฤดูกาลนี้
ในวันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉือนชนะฟูแล่ม 3-2 เสียงเรียกชื่อที่ดังยาวนานที่สุดหลังเสียงนกหวีดสุดท้ายคือ “คาเซมิโร่” ที่กำลังนับเวลาถอยหลังบอกลาโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างช้า ๆ หลังประกาศว่าจะอำลาทีมเมื่อจบฤดูกาล 2025-26 เส้นทางของเขากับยูไนเต็ดมีทั้งช่วงเวลาแห่งการเป็นฮีโร่ ตัวตลกในสายตาคนภายนอก และนักเตะที่กำลังโรยรา แต่ตอนนี้ เขากำลังจะจากไปในฐานะคัลต์ฮีโร่ที่ทิ้งช่องว่างขนาดใหญ่ไว้กลางสนาม
ชัยชนะเหนือฟูแล่มเผยให้เห็นความจริงสองด้านเกี่ยวกับคาเซมิโร่ ด้านหนึ่งคือ หลักฐานชัดเจนว่ายูไนเต็ดพึ่งพาเขามากเกินไป ช่องว่างระหว่างเขากับ มานูเอล อูการ์เต้ ยังมองเห็นได้ชัด และการที่สโมสรไม่เสริมทัพกองกลางเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วกลายเป็นปัจจัยสำคัญ
เกมกับฟูแล่มเป็นตัวอย่าง เมื่อเขาถูกเปลี่ยนตัวออก ทั้งที่ไม่ค่อยได้เล่นครบ 90 นาที ทีมที่นำ 2-0 กลับเสียสองประตูจนโดนตีเสมอ 2-2 นี่คือครั้งที่สามของฤดูกาลที่ยูไนเต็ดเสียสองประตูหลังการถอดเขาออกในครึ่งหลัง ต่อจากเกมไบรท์ตันและสเปอร์ส แม้อายุใกล้ 34 ปีจะทำให้ความคล่องตัวลดลง แต่เมื่อไม่มีเขา ทีมมักสูญเสียการควบคุมเกม ไม่ว่าจะเป็นเพราะออร่าของแชมป์ยุโรปหลายสมัย ประสบการณ์ หรือเพียงเพราะข้อจำกัดของอูการ์เต้ก็ตาม
กระนั้น ประตูนำ 2-0 ในเกมเดียวกันก็มาจากคาเซมิโร่ทั้งหมด เขายิงลูกแรกและจ่ายแบบไม่มองสร้างลูกที่สอง สำหรับกองกลางตัวรับ นี่คือผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพเกมรุกอย่างน่าทึ่ง และเป็นคุณสมบัติที่แทบหาคนแทนไม่ได้ แม้แผนเสริมทัพช่วงซัมเมอร์จะมองหาคุณลักษณะอื่นเป็นหลักก็ตาม
เดิมทีคาเซมิโร่ถูกดึงมาเพื่อปิดพื้นที่หน้าเขตโทษของตัวเอง แต่กลายเป็นอาวุธในกรอบเขตโทษคู่แข่ง เป็นตัวจบสกอร์ที่เฉียบคมราวกองหน้า มีสัญชาตญาณหาช่องว่าง และเหมือนมีแรงดึงดูดให้บอลมาหาเสมอ ประตูในเกมฟูแล่มคือประตูที่ 22 จาก 148 นัดกับยูไนเต็ด ตัวเลขนี้เทียบได้กับ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ทำได้เท่ากันแต่ใช้เวลามากกว่า 29 นัด ในบรรดากองกลางตัวรับ เขาตามหลัง ไมเคิล คาร์ริค เพียงสองประตู ทั้งที่คาร์ริคลงเล่นมากกว่าถึง 316 เกม
ค่าเฉลี่ยของคาเซมิโร่คือ หนึ่งประตูทุก 6.72 นัด ดีกว่า พอล อินซ์ และ รอย คีน อย่างชัดเจน แม้สองคนนั้นเริ่มต้นกับยูไนเต็ดในบทบาทบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ประตูจำนวนไม่น้อยมาจากลูกตั้งเตะ เช่นลูกโหม่งจากฟรีคิกของ บรูโน แฟร์นันด์ส ในเกมล่าสุด สะท้อนว่าเขามอบผลงานสำคัญได้เสมอ
ช่วงเวลาทรงคุณค่าที่สุดคือ รอบชิงคาราบาว คัพ 2023 กับนิวคาสเซิลที่เขาคว้าแมนออฟเดอะแมตช์ รวมถึงประตูตีเสมอเชลซีในนาที 94 และค่ำคืนมหัศจรรย์ 5-4 เหนือลียงที่เขาเรียกจุดโทษนาที 114 และแอสซิสต์สองประตูช่วงทดเจ็บยาวเหยียด เหล่านี้คือภาพจำที่ทำให้แฟนบอลพร้อมมอบการอำลาอย่างอบอุ่น
ที่ผ่านมา เส้นทางชีวิตของคาเซมิโร่กับยูไนเต็ดมีสามองก์ -- องก์แรกคือ ปีเปิดตัวที่เป็นตัวเร่งความมั่นใจให้ทีม ต่อมาคือช่วง 18 เดือนอันยากลำบาก เมื่อแท็กติกของ เอริก เทน ฮาก ทำให้เขาดูเหมือนกองกลางคนเดียวที่เชื่องช้า ถูกเปิดโปง ถูกเปลี่ยนออกครึ่งแรกกับลิเวอร์พูล ถูก เจมี คาร์ราเกอร์ บอกให้ “เลิกเล่นก่อนฟุตบอลจะทิ้งคุณ” และเคยหล่นลำดับตัวเลือกภายใต้ รูเบน อโมริม
แต่อีกหนึ่งปีหลังคือ การฟื้นคืน เขากลับมาเป็นตัวเลือกอัตโนมัติอีกครั้ง พิสูจน์คาแรกเตอร์และหัวใจนักสู้ แม้ไม่ใช่คาเซมิโร่แบบเรอัล มาดริด แต่เสียงเชียร์ในโอลด์ แทรฟฟอร์ดบอกชัดว่า เขาจะทิ้งหลุมขนาดใหญ่ไว้
โจทย์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงชัดเจนคือ ต้องหาคนที่เล่นกองกลางได้ยอดเยี่ยมเทียบเคียงเขาให้ได้ แต่ความจริงอีกด้านก็คือ ไม่ว่าใครจะเข้ามา แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีภัยคุกคามเกมรุกเทียบเท่าคาเซมิโร่ ช่วงเวลาที่เหลือของเขาจึงไม่ใช่แค่การอำลา หากคือบททดสอบว่า สโมสรจะเตรียมตัวรับมือกับชีวิตหลัง “หมายเลข 18” ได้ดีเพียงใด
เรียบเรียงจากบทความของ Richard Jolly, The Independent