วันนี้เป็นวันที่เรารู้สึก ท้อ เหนื่อย และเบื่อมาก กับการประสานหน่วยงานราชการ เราเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่ นับตั้งแต่วันที่แม่เสียไป เดือนกันยา 2568 เรายังไม่เคยมีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวสำหรับการร้องไห้ สำหรับการจากไปของแม่อย่างกะทันหัน
ในวันที่แม่จากไปเราต้องเจอปัญหาหลายอย่างถาโถมเข้ามา จากน้องสาวแท้ๆ ของแม่ น้าสาวจะเข้าไปขอรับเงินค่าจัดการศพของแม่เราก็ไม่ติดขัด โดยเรายินดีเซนต์ยินยอมมอบเงินให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่เมื่อได้รับเงินแล้วเราอยากให้น้าสาว คืนเอกสารของแม่ทุกอย่างคืนมา เนื่องจากแม่มีหนี้กับต้นสังกัด ซึ่งขณะนั้น เราคิดว่ามันประมาณ 4 แสนบาท เอาว่ะใช้หนี้แล้วก็ยังมีเงินเหลือที่ยายทิ้งไว้ไว้หลานได้เรียนต่อ
ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่า แม่ของเราเป็นครูอยู่ในสังกัดโรงเรียนเอกชน แม่ได้ส่งเงิน ช.พ.ค. หรือที่วงการครูเข้าใจดี คือ เงินช่วยเพื่อนครูเมื่อเพื่อนครูถึงแก่กรรม ศพละ 1 บาท พอสมาชิก ช.พ.ค. เสียชีวิต แม่เราในฐานะเปป็นสมาชิก มีสิทธิได้รับเงิน 9 แสนบาท โดยเป็นค่าทำศพ 2 แสน และอีก 7 แสนมอบให้คนที่แม่ระบุ ซึ่งก็คือ ยาย และเรา แต่ยายเสียแล้ว
คือถ้าเอาตามกฎระเบียบ กฎหมาย หรืออะไรใดๆ ก็ตาม เราก็คือทายาทโดยธรรม แล้วเราเป็นลูกคนเดียว ภูมิใจมาทั้งชีวิตว่า ชั้นเนี่ยแหล่ะ จะไม่มีเรื่องการแย่งสมบัติกับใคร เพราะชั้นเป็นลูกคนเดียวว TT_TT
ตั้งแต่แม่มีชีวิตอยู่ เราบอกแม่ตลอดว่าเราไม่ได้อยากได้เงินแบบนี้ เราอยากให้แม่ได้ใช้เงินตัวเองในบั้นปลายชีวิตที่ทำมา แต่เมื่อแม่เสียชีวิตลงนั้น เงิน 2 ส่วนนี้ เราก็ควรเป็นผู้ได้รับนำไปทำศพ เรายินดียกเงิน 2 แสนให้น้าสาวไปรับเลย หลายคนตราหน้าเราเลยว่า อยากได้เงิน 7 แสน เลยมาขอเอกสารไปเอง เอาตามสิทธิเอกสารของแม่ก็ต้องเปป็นของเรา แต่ที่สำคัญเราจะไปยื่นใช้หนี้แม่ แล้วรู้กันบ้างมั้ยว่า แม่มีหนี้เกือบ 6 แสนบาทที่ต้องใช้ ก็เปล่าเลย
*****แต่ความทุกข์ที่ได้รับน้องสาว มันยังไม่เจ็บช้ำมากพอเมื่อเราไปติดต่อหน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องการรับเงิน 2 ส่วนนี้ ยื่นเอกสารทุกรายการตามที่หน่วยงานแจ้ง เอกสารจำนวนกว่า 20 รายการเป็นสำเนาที่คัดจากสำนักเขตมีตราปประดับรับรองทุกที่ และเอกสารที่ปัญหาจนทุกวันนี้ก็คือ
****ใบแบบรับรองรายการทะเบียนคนตาย (มรณบัตร) ท.ร.4/ก ที่ทางเจ้าหน้าที่ท่านนึงใน ณ ขณะนั้น แจ้งเราด้วยวาจาว่าต้องใช้
เอกสารฉบับจริงในการขอรับเงินค่าจัดการศพ และเงินสงเคราะห์ครอบครัว เราก็ยืนยันว่ามันคือของจริง เราไปออกที่สำนักงานเขตดุสิต เจ้าหน้าที่ท่านนี้ก็ย้ำว่า ต้องเป็นเอกสารที่อ่านว่า "มรณบัตร" หรือถ้าตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง คือ ประกาศเอกสารที่เราเอามามันอ่านว่า "ใบแบบรับรองรายการทะเบียนคนตาย (มรณบัตร) " เราก็เถียงว่ามันไม่ใช่แล้ว
เราบอกเราไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เงิน 2 แสนยังไม่ได้ เราก็ไม่สน แต่เราขอแจ้งว่าแม่เสียชีวิตก่อนได้มั้ย เพราะถ้าเราแจ้งไม่ไม่ได้ ภาระอีกมากมายจะเข้าซัดเราอีก เช่น ไหนจะต้องจ่ายเงิน ช.พ.ค. ไหนจะหนี้ที่แม่มีเงินปิดบัญชีได้ จากเงิน 7 แสนนั่นอีก แจ้งตายไม่ได้ ดอกเบี้ยงเงินกู้ก็เดินอยู่
ทางเจ้าหน้าที่ ก็แจ้งว่าแจ้งตายไม่ได้
ยังมีอีก เจ้าหน้าที่คนนึง คนจะเป็นผู้จัดการศพ ต้องมีใบมรณบัตร (อันเดียวกับที่รักษาการคนนั้นบอก) กับใบเสร็จรับเงิน จึงถือว่าคนนั้นเป็นผู้จัดการศพ
เราเลยแจ้งว่า เราเดินมาแจ้งเอง ตั้งแต่แต่ว่า เราก็ยินยอมเซนต์เงินมอบอำนาจให้น้าเอาเงินไปเลย อยากได้เอาเลย เห็นแก่ว่าเป็นพี่น้องกันของแม่ และเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับแม่เราในวันก่อนจะเสียชีวิต แต่นี่เอกสารเราก็ไม่ได้คืน แล้วเราจะยินยอมให้เงินทำไม
เราก็ถามกลับว่างั้น ถ้าครูคนไหนเสีย แล้วใครมีใบมรบัตร กับใบเสร็จจ่ายเงิน คุณก็ให้คนนั้นเ็นผู้จัดการศพ แล้วได้เงิน 2 แสนไป จริงๆ หรอ
เจ้าหน้าที่ชายตอบว่า "ใช่" เพราำก็ทำแบบนี้กันมาตลอด ไม่เคยมีปปัญหา (เหมือนด่าเราว่าเรามีปัญหา) นี่เราอยู่บนดาวเคราะห์ดวงไหนในจักรวาล หรือเราเข้าใจอะไรผิดไป
เราถามอีกรอบเพื่อตอกย้ำตัวเอง และถามเจ้าหน้าที่ชายว่า "เอาแบบ commond sense สามัญสำนึกคนของปกติทั่วไปเลยนะ สมมติว่า เราไว้ใจคนนี้ ผูhใหญ่บ้านคนนี้ เพื่อนคนนี้ให้จัดการงานศพให้ ไปรับเงินแทนนะ ไม่ต้องเซนต์มอบอำนาจใดๆ หรือเกิดเงินมันเหลือ ญาติของคนตายไม่อยากได้เงินคืนหรอ"
คำตอบที่ได้จากเจ้าหน้าที่ชาย คือ ความเงียบ~
ตลอด 4 เดือนี้เราไม่เคยลดละความพยายามเลย ทั้งติดตาม ส่งเรื่องร้องเรียนทั้ง ศูนย์บริการประชาชน ไม่เคยได้รับการติดต่อเลย
ยังค่ะ เมื่อเราสู้ชีวิต ปัญหามันสู้กลับค่ะ เมื่อเราแจ้งอีกครั้งว่า ถ้าไม่มีการแจ้งผลการติดตามเรื่องทั้งหมด เราจะนำไปปร้องเรียนหน่วยงานที่สูงขึ้น และนั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้รับการตอบกลับผ่านทางเมล เราก็ใจชื้นขึ้นมาว่า เออ มันยังมีเรื่องดี
ทางต้นสังกัดแจ้งว่า ตอบกลับไปนานแล้วเป็นจดหมายราชการ เราไม่เคยได้เลย เค้าบอกส่งไปตั้งแต่ ต.ค.2568 ต้นสังกัดยืนยันด้วยการ track ของไปรษณีย์ไทย แต่ทุกคนรู้มั้ย เค้าไม่ได้ส่งให้เรา เค้าส่งให้น้าเรา!!! ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคู่กรณี เฮ้ยมันคืออะไร????
ยังความช้ำชอกมันไม่จบเลย ทางหน่วยงาน แจ้งว่าจะตรวจสอบและแจ้งผล และวันที่เราได้รับหนังสือที่เราควรจะได้ก็มาถึง ดีใจว่าเออมันคงมีอะไรดี เปิดเอกสารอ่าน เราบอกตรงๆ เราอยากจะฉีกทิ้งไปให้หมด แต่ฉีกไม่ได้ ต้องเก็บไว้ 555 ได้แต่อ่านเอกสาร 7 หน้าวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งที่เราสรุปได้คือ
"ผู้ร้องได้มาติดต่อขอรับเงินค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์ครอบครัว และไม่ใช้เอกสารฉบับจริงตามประกาศคณะกรรมการ ช.พ.ค."
คืออะไรไม่ใช่เอกสารฉบับจริง มันคือเอกสารที่ยืนยันว่าแม่เราเสียแล้ว!!!!
ใครอ่านถึงตรงนี้ เราขอบคุณมากนะคะ ตั้งแต่เกิดเรื่องคำพูดที่รักษาการคนนี้พูด วนกลับเข้ามาให้หัวเราว่า หน่วยงานเค้ามีกฎหมายเป็นของหน่วยเอง และเราถามซ้ำว่า กฎหมายที่คุณอ้างอยู่เหนือรัฐธรรมนูญไทยใช่หรือใช่ เจ้าหน้าที่ ท่านนี้ตอบว่า "ใช่" ช็อตค่ะ
เฮ้ยยยย มีใคร กฎหมายอะไรใดๆ ก็ตาม อยู่เหนือรัฐธรรมนูญไทย อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศไทยด้วยหรอ??
แต่แปลกมากหน่วยงานอื่นที่แม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเราก็ไปติดต่อ เอกสารที่เรายื่นก็ใช้ได้ เพราะมันแทนกันได้ เงินที่เราได้มา เราก็คืนให้เพื่อแม่ที่แม่ได้ยืมกัน เราคิดแค่ว่ามันเป็นเงินแม่ แม่ยืมเค้ามา ก็อย่าได้ติดค้างกันในชาติหน้า
แต่ไอ้เงิน 7 แสนที่เราจะได้ ทางต้นสังกัดต้องนำไปหักหนี้แม่ที่มีประมาณ 6 แสนก่อน แล้วรู้มั้ยเกิดอะไรขึ้น เมื่อ 21 มกราคม 2569 ทางศูนย์ควบคุมหนี้ของธนาคารออมสิน โทรไปตามกับผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นเพื่อนแม่ ถามว่า "ยังติดต่อแม่ได้มั้ย" คือมันไม่ใช่แล้ววว
เราติดต่อเพื่อนแม่ทุกคนมาตลอด ยืนยันรับปากว่าจะจัดการเรื่องหนี้ที่มีในระบบ แล้วมีผู้อื่นต้องได้รับความเดือดร้อนให้แทน
แต่นี่คืออะไร เราต้องทนๆ ทนๆ กับการร้องเรียนวนแล้ววนเล่า อีกนานแค่ไหน
บางคนมองเราอยากได้เงินแม่ ใช่เราตอบเลยว่าใช่ อยากได้เงินไปใช้หนี้ ทุกอย่างที่แม่เหลือไว้ให้ คือเงินที่จะปิดบัญชีหนี้ทั้งหมดได้ เงินก้อนเล็กๆ ที่ควรจะเป็นของเราหมดไปแล้วกับค่าเดินทาง ค่าทนายความ ถ้าคำนวณไม่รู้จะติดลบมั้ย
หลายคนอ่านอาจจะคิดว่าเรายังร่าเริงอยู่ แต่รู้มั้ยทำมั้ย เพราะเรายังมีลูกเล็ก เด็กวัย 6 ขวบ ที่ต้องเลี้ยงดู หอบหิ้วไปทั้งหน่วยงานราชการ ไปโรงพัก ไปขึ้นศาลตลอด 4 เดือน เราจะอ่อนแอให้ลูกเห็นไม่ได้ เราโฆตรมั่นใจมากว่า "ใบแบบรับรองรายการทะเบียนคนตาย (มรณบัตร) ท.ร.4/ก" มันคือเอกสารคัดสำเนามาจากต้นฉบับคือ ใบมรณบัตร"
หากชีวิตนี้เอกสารสำคัญบางอย่างที่มันออกได้ครั้งเดียว แล้วออกไม่ได้อีก ถูกตีตราว่าเอกสารอื่นๆ ที่คัดมาไม่ใช่เอกสารจริง ทุกคนจะทำอย่างไร
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน การบ่นระบายของเรา สบายใจขึ้นเยอะมาก ใครมีอะไรที่ให้คำแนะนำ หรือเราเข้าใจอะไรผิด แนะนำด้วยนะคะ
ขอบคุณมากกกกกกกคร้าา
4 เดือนแล้วที่แม่จาก แต่ต้นสังกัดไม่รับสำเนาการเสียชีวิตของแม่ที่ได้จากสำนักงานเขต โดยแจ้งว่าไม่ใช่เอกสารจริง
ในวันที่แม่จากไปเราต้องเจอปัญหาหลายอย่างถาโถมเข้ามา จากน้องสาวแท้ๆ ของแม่ น้าสาวจะเข้าไปขอรับเงินค่าจัดการศพของแม่เราก็ไม่ติดขัด โดยเรายินดีเซนต์ยินยอมมอบเงินให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่เมื่อได้รับเงินแล้วเราอยากให้น้าสาว คืนเอกสารของแม่ทุกอย่างคืนมา เนื่องจากแม่มีหนี้กับต้นสังกัด ซึ่งขณะนั้น เราคิดว่ามันประมาณ 4 แสนบาท เอาว่ะใช้หนี้แล้วก็ยังมีเงินเหลือที่ยายทิ้งไว้ไว้หลานได้เรียนต่อ
ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่า แม่ของเราเป็นครูอยู่ในสังกัดโรงเรียนเอกชน แม่ได้ส่งเงิน ช.พ.ค. หรือที่วงการครูเข้าใจดี คือ เงินช่วยเพื่อนครูเมื่อเพื่อนครูถึงแก่กรรม ศพละ 1 บาท พอสมาชิก ช.พ.ค. เสียชีวิต แม่เราในฐานะเปป็นสมาชิก มีสิทธิได้รับเงิน 9 แสนบาท โดยเป็นค่าทำศพ 2 แสน และอีก 7 แสนมอบให้คนที่แม่ระบุ ซึ่งก็คือ ยาย และเรา แต่ยายเสียแล้ว
คือถ้าเอาตามกฎระเบียบ กฎหมาย หรืออะไรใดๆ ก็ตาม เราก็คือทายาทโดยธรรม แล้วเราเป็นลูกคนเดียว ภูมิใจมาทั้งชีวิตว่า ชั้นเนี่ยแหล่ะ จะไม่มีเรื่องการแย่งสมบัติกับใคร เพราะชั้นเป็นลูกคนเดียวว TT_TT
ตั้งแต่แม่มีชีวิตอยู่ เราบอกแม่ตลอดว่าเราไม่ได้อยากได้เงินแบบนี้ เราอยากให้แม่ได้ใช้เงินตัวเองในบั้นปลายชีวิตที่ทำมา แต่เมื่อแม่เสียชีวิตลงนั้น เงิน 2 ส่วนนี้ เราก็ควรเป็นผู้ได้รับนำไปทำศพ เรายินดียกเงิน 2 แสนให้น้าสาวไปรับเลย หลายคนตราหน้าเราเลยว่า อยากได้เงิน 7 แสน เลยมาขอเอกสารไปเอง เอาตามสิทธิเอกสารของแม่ก็ต้องเปป็นของเรา แต่ที่สำคัญเราจะไปยื่นใช้หนี้แม่ แล้วรู้กันบ้างมั้ยว่า แม่มีหนี้เกือบ 6 แสนบาทที่ต้องใช้ ก็เปล่าเลย
*****แต่ความทุกข์ที่ได้รับน้องสาว มันยังไม่เจ็บช้ำมากพอเมื่อเราไปติดต่อหน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องการรับเงิน 2 ส่วนนี้ ยื่นเอกสารทุกรายการตามที่หน่วยงานแจ้ง เอกสารจำนวนกว่า 20 รายการเป็นสำเนาที่คัดจากสำนักเขตมีตราปประดับรับรองทุกที่ และเอกสารที่ปัญหาจนทุกวันนี้ก็คือ
****ใบแบบรับรองรายการทะเบียนคนตาย (มรณบัตร) ท.ร.4/ก ที่ทางเจ้าหน้าที่ท่านนึงใน ณ ขณะนั้น แจ้งเราด้วยวาจาว่าต้องใช้เอกสารฉบับจริงในการขอรับเงินค่าจัดการศพ และเงินสงเคราะห์ครอบครัว เราก็ยืนยันว่ามันคือของจริง เราไปออกที่สำนักงานเขตดุสิต เจ้าหน้าที่ท่านนี้ก็ย้ำว่า ต้องเป็นเอกสารที่อ่านว่า "มรณบัตร" หรือถ้าตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง คือ ประกาศเอกสารที่เราเอามามันอ่านว่า "ใบแบบรับรองรายการทะเบียนคนตาย (มรณบัตร) " เราก็เถียงว่ามันไม่ใช่แล้ว
เราบอกเราไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เงิน 2 แสนยังไม่ได้ เราก็ไม่สน แต่เราขอแจ้งว่าแม่เสียชีวิตก่อนได้มั้ย เพราะถ้าเราแจ้งไม่ไม่ได้ ภาระอีกมากมายจะเข้าซัดเราอีก เช่น ไหนจะต้องจ่ายเงิน ช.พ.ค. ไหนจะหนี้ที่แม่มีเงินปิดบัญชีได้ จากเงิน 7 แสนนั่นอีก แจ้งตายไม่ได้ ดอกเบี้ยงเงินกู้ก็เดินอยู่
ทางเจ้าหน้าที่ ก็แจ้งว่าแจ้งตายไม่ได้
ยังมีอีก เจ้าหน้าที่คนนึง คนจะเป็นผู้จัดการศพ ต้องมีใบมรณบัตร (อันเดียวกับที่รักษาการคนนั้นบอก) กับใบเสร็จรับเงิน จึงถือว่าคนนั้นเป็นผู้จัดการศพ
เราเลยแจ้งว่า เราเดินมาแจ้งเอง ตั้งแต่แต่ว่า เราก็ยินยอมเซนต์เงินมอบอำนาจให้น้าเอาเงินไปเลย อยากได้เอาเลย เห็นแก่ว่าเป็นพี่น้องกันของแม่ และเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับแม่เราในวันก่อนจะเสียชีวิต แต่นี่เอกสารเราก็ไม่ได้คืน แล้วเราจะยินยอมให้เงินทำไม
เราก็ถามกลับว่างั้น ถ้าครูคนไหนเสีย แล้วใครมีใบมรบัตร กับใบเสร็จจ่ายเงิน คุณก็ให้คนนั้นเ็นผู้จัดการศพ แล้วได้เงิน 2 แสนไป จริงๆ หรอ
เจ้าหน้าที่ชายตอบว่า "ใช่" เพราำก็ทำแบบนี้กันมาตลอด ไม่เคยมีปปัญหา (เหมือนด่าเราว่าเรามีปัญหา) นี่เราอยู่บนดาวเคราะห์ดวงไหนในจักรวาล หรือเราเข้าใจอะไรผิดไป
เราถามอีกรอบเพื่อตอกย้ำตัวเอง และถามเจ้าหน้าที่ชายว่า "เอาแบบ commond sense สามัญสำนึกคนของปกติทั่วไปเลยนะ สมมติว่า เราไว้ใจคนนี้ ผูhใหญ่บ้านคนนี้ เพื่อนคนนี้ให้จัดการงานศพให้ ไปรับเงินแทนนะ ไม่ต้องเซนต์มอบอำนาจใดๆ หรือเกิดเงินมันเหลือ ญาติของคนตายไม่อยากได้เงินคืนหรอ"
คำตอบที่ได้จากเจ้าหน้าที่ชาย คือ ความเงียบ~
ตลอด 4 เดือนี้เราไม่เคยลดละความพยายามเลย ทั้งติดตาม ส่งเรื่องร้องเรียนทั้ง ศูนย์บริการประชาชน ไม่เคยได้รับการติดต่อเลย
ยังค่ะ เมื่อเราสู้ชีวิต ปัญหามันสู้กลับค่ะ เมื่อเราแจ้งอีกครั้งว่า ถ้าไม่มีการแจ้งผลการติดตามเรื่องทั้งหมด เราจะนำไปปร้องเรียนหน่วยงานที่สูงขึ้น และนั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้รับการตอบกลับผ่านทางเมล เราก็ใจชื้นขึ้นมาว่า เออ มันยังมีเรื่องดี
ทางต้นสังกัดแจ้งว่า ตอบกลับไปนานแล้วเป็นจดหมายราชการ เราไม่เคยได้เลย เค้าบอกส่งไปตั้งแต่ ต.ค.2568 ต้นสังกัดยืนยันด้วยการ track ของไปรษณีย์ไทย แต่ทุกคนรู้มั้ย เค้าไม่ได้ส่งให้เรา เค้าส่งให้น้าเรา!!! ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคู่กรณี เฮ้ยมันคืออะไร????
ยังความช้ำชอกมันไม่จบเลย ทางหน่วยงาน แจ้งว่าจะตรวจสอบและแจ้งผล และวันที่เราได้รับหนังสือที่เราควรจะได้ก็มาถึง ดีใจว่าเออมันคงมีอะไรดี เปิดเอกสารอ่าน เราบอกตรงๆ เราอยากจะฉีกทิ้งไปให้หมด แต่ฉีกไม่ได้ ต้องเก็บไว้ 555 ได้แต่อ่านเอกสาร 7 หน้าวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งที่เราสรุปได้คือ
"ผู้ร้องได้มาติดต่อขอรับเงินค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์ครอบครัว และไม่ใช้เอกสารฉบับจริงตามประกาศคณะกรรมการ ช.พ.ค."
คืออะไรไม่ใช่เอกสารฉบับจริง มันคือเอกสารที่ยืนยันว่าแม่เราเสียแล้ว!!!!
ใครอ่านถึงตรงนี้ เราขอบคุณมากนะคะ ตั้งแต่เกิดเรื่องคำพูดที่รักษาการคนนี้พูด วนกลับเข้ามาให้หัวเราว่า หน่วยงานเค้ามีกฎหมายเป็นของหน่วยเอง และเราถามซ้ำว่า กฎหมายที่คุณอ้างอยู่เหนือรัฐธรรมนูญไทยใช่หรือใช่ เจ้าหน้าที่ ท่านนี้ตอบว่า "ใช่" ช็อตค่ะ
เฮ้ยยยย มีใคร กฎหมายอะไรใดๆ ก็ตาม อยู่เหนือรัฐธรรมนูญไทย อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศไทยด้วยหรอ??
แต่แปลกมากหน่วยงานอื่นที่แม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเราก็ไปติดต่อ เอกสารที่เรายื่นก็ใช้ได้ เพราะมันแทนกันได้ เงินที่เราได้มา เราก็คืนให้เพื่อแม่ที่แม่ได้ยืมกัน เราคิดแค่ว่ามันเป็นเงินแม่ แม่ยืมเค้ามา ก็อย่าได้ติดค้างกันในชาติหน้า
แต่ไอ้เงิน 7 แสนที่เราจะได้ ทางต้นสังกัดต้องนำไปหักหนี้แม่ที่มีประมาณ 6 แสนก่อน แล้วรู้มั้ยเกิดอะไรขึ้น เมื่อ 21 มกราคม 2569 ทางศูนย์ควบคุมหนี้ของธนาคารออมสิน โทรไปตามกับผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นเพื่อนแม่ ถามว่า "ยังติดต่อแม่ได้มั้ย" คือมันไม่ใช่แล้ววว
เราติดต่อเพื่อนแม่ทุกคนมาตลอด ยืนยันรับปากว่าจะจัดการเรื่องหนี้ที่มีในระบบ แล้วมีผู้อื่นต้องได้รับความเดือดร้อนให้แทน
แต่นี่คืออะไร เราต้องทนๆ ทนๆ กับการร้องเรียนวนแล้ววนเล่า อีกนานแค่ไหน
บางคนมองเราอยากได้เงินแม่ ใช่เราตอบเลยว่าใช่ อยากได้เงินไปใช้หนี้ ทุกอย่างที่แม่เหลือไว้ให้ คือเงินที่จะปิดบัญชีหนี้ทั้งหมดได้ เงินก้อนเล็กๆ ที่ควรจะเป็นของเราหมดไปแล้วกับค่าเดินทาง ค่าทนายความ ถ้าคำนวณไม่รู้จะติดลบมั้ย
หลายคนอ่านอาจจะคิดว่าเรายังร่าเริงอยู่ แต่รู้มั้ยทำมั้ย เพราะเรายังมีลูกเล็ก เด็กวัย 6 ขวบ ที่ต้องเลี้ยงดู หอบหิ้วไปทั้งหน่วยงานราชการ ไปโรงพัก ไปขึ้นศาลตลอด 4 เดือน เราจะอ่อนแอให้ลูกเห็นไม่ได้ เราโฆตรมั่นใจมากว่า "ใบแบบรับรองรายการทะเบียนคนตาย (มรณบัตร) ท.ร.4/ก" มันคือเอกสารคัดสำเนามาจากต้นฉบับคือ ใบมรณบัตร"
หากชีวิตนี้เอกสารสำคัญบางอย่างที่มันออกได้ครั้งเดียว แล้วออกไม่ได้อีก ถูกตีตราว่าเอกสารอื่นๆ ที่คัดมาไม่ใช่เอกสารจริง ทุกคนจะทำอย่างไร
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน การบ่นระบายของเรา สบายใจขึ้นเยอะมาก ใครมีอะไรที่ให้คำแนะนำ หรือเราเข้าใจอะไรผิด แนะนำด้วยนะคะ
ขอบคุณมากกกกกกกคร้าา