"Netflix ถูกหวยครั้งใหญ่ เตรียมถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตคัมแบ็คประวัติศาสตร์ของ BTS"
— "สมาชิกทั้ง 7 คนและทีมงานต่างรู้ดีว่าพวกเขาสามารถเสี่ยงที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยไม่ต้องเดินตามรอยความสำเร็จของอุตสาหกรรมเพลงตะวันตก เพราะแฟนคลับของพวกเขาอย่าง ‘ARMY’ จะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ"
Paris Match
Netflix ประกาศถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ของ BTS ในวันที่ 21 มีนาคมนี้ หลังการเปิดตัวอัลบั้ม "ARIRANG"
หากใครยังลังเล สงสัยได้เลยว่าเดือนมีนาคมนี้จะเป็น "เดือนของ BTS" อย่างแท้จริง เพราะในวันที่ 20 มีนาคม วงบอยแบนด์จากเกาหลีใต้จะเปิดตัวอัลบั้มคัมแบ็คครั้งยิ่งใหญ่หลังจากหยุดพักไปนานกว่า 3 ปีเพื่อเข้ารับราชการทหาร โปรเจกต์นี้ประกอบด้วยเพลงใหม่ 14 เพลง และจะตามมาด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในวันถัดไปทันที นั่นคือคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของสมาชิกทั้งเจ็ดนับตั้งแต่รวมตัวกันใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้น ณ
จัตุรัสกวางฮวามุน (Gwanghwamun) ใจกลางกรุงโซล
สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกเลือกโดยบังเอิญ เนื่องจากมีความสำคัญอย่างยิ่งในวัฒนธรรมเกาหลี หนังสือพิมพ์
Korea Herald อ้างอิงคำกล่าวจากค่าย Big Hit Music ว่า "กวางฮวามุนถูกเลือกเพราะเป็นสถานที่ที่ตัวแทนอัตลักษณ์ความเป็นเกาหลีได้ดีที่สุด" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ BTS ต้องการนำเสนอในอัลบั้มชุดใหม่นี้
จัตุรัสกวางฮวามุนตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่าของโซล โดยประตูระฆังกวางฮวามุนถูกสร้างขึ้นในปี 1395 เพื่อเป็นประตูหลักของพระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung) ซึ่งเป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอน ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ประตูและจัตุรัสแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในปี 1919 ที่เคยเป็นสถานที่จัดกิจกรรมเดินขบวนเรียกร้องเอกราชในช่วงที่ถูกญี่ปุ่นยึดครอง
ถ่ายทอดสดให้ชมพร้อมกันทั่วโลก
แม้จัตุรัสแห่งนี้จะใช้จัดกิจกรรมบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยถูกปิดเพื่อใช้จัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อน หลังจากมีการตกลงกันระหว่างต้นสังกัดและรัฐบาล (ซึ่งย่อมไม่พลาดโอกาสในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวครั้งใหญ่) ในที่สุดก็ได้มีการประกาศชื่อผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอด และเป็น
Netflix ที่คว้าชัยชนะในดีลนี้ไป
Netflix ได้ประกาศถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตในวันที่ 21 มีนาคมนี้ไปทั่วโลก โดยคาดการณ์ว่าอาจมีผู้ชมสูงถึง 50 ล้านคน งานนี้ยังได้ผู้กำกับระดับแถวหน้าอย่าง
Hamish Hamilton ผู้ซึ่งกำกับโชว์ช่วงพักครึ่ง Super Bowl มาเกือบทุกปีตั้งแต่ปี 2010 มาดูแลการถ่ายทำ ซึ่งถือเป็นอีเวนต์ถ่ายทอดสดรายการแรกจากเกาหลีใต้ที่สตรีมมิ่งไปทั่วโลก
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
บรรยากาศในกรุงโซลเองก็น่าจะคึกคักไม่แพ้กัน
Korea Times อ้างอิงคำกล่าวของผู้บริหารจาก Hybe ว่า "คอนเสิร์ตเพียงรอบเดียวของ BTS สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้เทียบเท่ากับ 68% ของการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวในประเทศเลยทีเดียว" ในขณะที่ตัวบัตรทัวร์คอนเสิร์ตที่จะเริ่มขึ้นในเดือนเมษายนก็ถูกขายหมดเกลี้ยงทั่วโลกแล้ว สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่มหาศาล เพราะสมาชิกทั้งเจ็ดและทีมงานรู้ดีว่าพวกเขาสามารถเสี่ยงที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยไม่ต้องเดินตามรอยอุตสาหกรรมเพลงตะวันตก เนื่องจากแฟนคลับของพวกเขาอย่าง "ARMY" จะคอยสนับสนุนอยู่เสมอ
นอกจากคอนเสิร์ตแล้ว Netflix ยังมีโปรเจกต์อื่นอีก โดยประกาศว่าจะฉายภาพยนตร์สารคดีตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมเป็นต้นไป เพื่อติดตามเบื้องหลังการกลับมาที่ทุกคนรอคอย ซึ่งถ่ายทำระหว่างการทำงานในอัลบั้มใหม่
"ความร่วมมือกับ Netflix ในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการประกาศอัลบั้มใหม่และเวิลด์ทัวร์ โดย 'ARIRANG' อัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 5 ของ BTS เป็นผลงานที่สะท้อนความคิดภายในใจอย่างลึกซึ้ง และสำรวจตัวตนรวมถึงรากเหง้าของพวกเขา ด้วยการถ่ายทอดสดระดับโลกที่ไม่เคยมีมาก่อน สารคดี และทัวร์คอนเสิร์ตระดับสากล การกลับมาของ BTS ในครั้งนี้จึงถือเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ" ค่ายเพลงระบุในแถลงการณ์
"BTS รู้ดีว่าไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยความสำเร็จของอุตสาหกรรมเพลงตะวันตกพวกเขาสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้" จาก Paris Match
— "สมาชิกทั้ง 7 คนและทีมงานต่างรู้ดีว่าพวกเขาสามารถเสี่ยงที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยไม่ต้องเดินตามรอยความสำเร็จของอุตสาหกรรมเพลงตะวันตก เพราะแฟนคลับของพวกเขาอย่าง ‘ARMY’ จะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ"
Paris Match
Netflix ประกาศถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ของ BTS ในวันที่ 21 มีนาคมนี้ หลังการเปิดตัวอัลบั้ม "ARIRANG"
หากใครยังลังเล สงสัยได้เลยว่าเดือนมีนาคมนี้จะเป็น "เดือนของ BTS" อย่างแท้จริง เพราะในวันที่ 20 มีนาคม วงบอยแบนด์จากเกาหลีใต้จะเปิดตัวอัลบั้มคัมแบ็คครั้งยิ่งใหญ่หลังจากหยุดพักไปนานกว่า 3 ปีเพื่อเข้ารับราชการทหาร โปรเจกต์นี้ประกอบด้วยเพลงใหม่ 14 เพลง และจะตามมาด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในวันถัดไปทันที นั่นคือคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของสมาชิกทั้งเจ็ดนับตั้งแต่รวมตัวกันใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้น ณ จัตุรัสกวางฮวามุน (Gwanghwamun) ใจกลางกรุงโซล
สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกเลือกโดยบังเอิญ เนื่องจากมีความสำคัญอย่างยิ่งในวัฒนธรรมเกาหลี หนังสือพิมพ์ Korea Herald อ้างอิงคำกล่าวจากค่าย Big Hit Music ว่า "กวางฮวามุนถูกเลือกเพราะเป็นสถานที่ที่ตัวแทนอัตลักษณ์ความเป็นเกาหลีได้ดีที่สุด" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ BTS ต้องการนำเสนอในอัลบั้มชุดใหม่นี้
จัตุรัสกวางฮวามุนตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่าของโซล โดยประตูระฆังกวางฮวามุนถูกสร้างขึ้นในปี 1395 เพื่อเป็นประตูหลักของพระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung) ซึ่งเป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอน ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ประตูและจัตุรัสแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในปี 1919 ที่เคยเป็นสถานที่จัดกิจกรรมเดินขบวนเรียกร้องเอกราชในช่วงที่ถูกญี่ปุ่นยึดครอง
ถ่ายทอดสดให้ชมพร้อมกันทั่วโลก
แม้จัตุรัสแห่งนี้จะใช้จัดกิจกรรมบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยถูกปิดเพื่อใช้จัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อน หลังจากมีการตกลงกันระหว่างต้นสังกัดและรัฐบาล (ซึ่งย่อมไม่พลาดโอกาสในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวครั้งใหญ่) ในที่สุดก็ได้มีการประกาศชื่อผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอด และเป็น Netflix ที่คว้าชัยชนะในดีลนี้ไป
Netflix ได้ประกาศถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตในวันที่ 21 มีนาคมนี้ไปทั่วโลก โดยคาดการณ์ว่าอาจมีผู้ชมสูงถึง 50 ล้านคน งานนี้ยังได้ผู้กำกับระดับแถวหน้าอย่าง Hamish Hamilton ผู้ซึ่งกำกับโชว์ช่วงพักครึ่ง Super Bowl มาเกือบทุกปีตั้งแต่ปี 2010 มาดูแลการถ่ายทำ ซึ่งถือเป็นอีเวนต์ถ่ายทอดสดรายการแรกจากเกาหลีใต้ที่สตรีมมิ่งไปทั่วโลก
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
บรรยากาศในกรุงโซลเองก็น่าจะคึกคักไม่แพ้กัน Korea Times อ้างอิงคำกล่าวของผู้บริหารจาก Hybe ว่า "คอนเสิร์ตเพียงรอบเดียวของ BTS สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้เทียบเท่ากับ 68% ของการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวในประเทศเลยทีเดียว" ในขณะที่ตัวบัตรทัวร์คอนเสิร์ตที่จะเริ่มขึ้นในเดือนเมษายนก็ถูกขายหมดเกลี้ยงทั่วโลกแล้ว สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่มหาศาล เพราะสมาชิกทั้งเจ็ดและทีมงานรู้ดีว่าพวกเขาสามารถเสี่ยงที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยไม่ต้องเดินตามรอยอุตสาหกรรมเพลงตะวันตก เนื่องจากแฟนคลับของพวกเขาอย่าง "ARMY" จะคอยสนับสนุนอยู่เสมอ
นอกจากคอนเสิร์ตแล้ว Netflix ยังมีโปรเจกต์อื่นอีก โดยประกาศว่าจะฉายภาพยนตร์สารคดีตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมเป็นต้นไป เพื่อติดตามเบื้องหลังการกลับมาที่ทุกคนรอคอย ซึ่งถ่ายทำระหว่างการทำงานในอัลบั้มใหม่
"ความร่วมมือกับ Netflix ในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการประกาศอัลบั้มใหม่และเวิลด์ทัวร์ โดย 'ARIRANG' อัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 5 ของ BTS เป็นผลงานที่สะท้อนความคิดภายในใจอย่างลึกซึ้ง และสำรวจตัวตนรวมถึงรากเหง้าของพวกเขา ด้วยการถ่ายทอดสดระดับโลกที่ไม่เคยมีมาก่อน สารคดี และทัวร์คอนเสิร์ตระดับสากล การกลับมาของ BTS ในครั้งนี้จึงถือเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ" ค่ายเพลงระบุในแถลงการณ์