SOCIETY: รู้หรือไม่
เมื่อ 9 ล้านปีก่อน
มะเขือเทศผสมพันธุ์กับพืชอีกชนิดโดยบังเอิญ
และผลลัพธ์ที่ได้คือ…‘มันฝรั่ง’
.
ทุกคนคิดว่ามันฝรั่งวิวัฒนาการมาจากอะไรกัน?
.
นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่า ‘มันฝรั่ง’ ไม่ได้วิวัฒนาการมาแบบโดดๆ แต่เกิดจาก การผสมข้ามสายพันธุ์โดยบังเอิญ ระหว่างบรรพบุรุษของมะเขือเทศกับพืชป่าชนิดหนึ่ง เมื่อประมาณ 9 ล้านปีก่อน
.
มันฝรั่งที่เราปลูกและบริโภคกันในปัจจุบัน รวมถึงมันฝรั่งป่าที่ยังมีอยู่ในธรรมชาติอีก 107 สายพันธุ์ จัดอยู่ในกลุ่มวิวัฒนาการที่เรียกว่า ‘petota’ ซึ่งก่อนหน้านี้ต้นกำเนิดของมันฝรั่งเคยเป็นปริศนาในแวดวงวิทยาศาสตร์มาก่อน จนกระทั่งงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell ได้ช่วยไขความลับนี้ให้ชัดเจนขึ้น
.
งานวิจัยใหม่ชี้ว่า กลุ่ม petota เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ของบรรพบุรุษพืชสองกลุ่ม คือ ‘tomato’ (กลุ่มมะเขือเทศ) และ ‘etuberosum’ โดยการค้นพบนี้มาจากการวิเคราะห์พันธุกรรมของพืชในสกุลเดียวกับมะเขือเทศและมันฝรั่ง โดยนักวิจัยวิเคราะห์พันธุกรรมของพืชเหล่านี้ และพบว่าดีเอ็นเอของมันฝรั่งเป็นการผสมกันของพืชสองสายพันธุ์อย่างชัดเจน ไม่ได้สืบสายตรงมาจากพืชชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว
.
‘etuberosum’ พืชอีกชนิดที่เข้ามาผสมกับบรรพบุรุษของมะเขือเทศนั้น เป็นพืชป่าในทวีปอเมริกาใต้ และมีจุดเด่นคือสามารถสร้างหัวใต้ดินได้ นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่า การรวมกันของยีนจากมะเขือเทศที่เน้นการออกผลเหนือดินและพืชป่าที่มีระบบหัวใต้ดิน ทำให้เกิดพืชลูกผสมที่มีคุณสมบัติใหม่ นั่นก็คือ ‘มันฝรั่ง’ ที่เรารู้จักในปัจจุบัน
.
นักวิจัยยังได้เสนอว่าการมีหัวใต้ดินนี้เองที่ช่วยให้มันฝรั่งขยายถิ่นอาศัยเข้าไปในสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นและแห้งแล้งของเทือกเขาแอนดีส ที่กำลังก่อตัวขึ้นในเวลานั้น คุณสมบัตินี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้มันฝรั่งกระจายพันธุ์ได้กว้างขึ้น แต่ยังทำให้มันฝรั่งไม่สามารถผสมย้อนกลับกับพืชต้นตระกูลเดิมได้อีก ส่งผลให้กลุ่ม petota วิวัฒนาการแยกออกมาเป็นสายพันธุ์ใหม่อย่างสมบูรณ์
.
ต่อจากนั้นหลายล้านปีต่อมา มนุษย์จึงเริ่มนำมันฝรั่งมาปลูกและบริโภค จนกลายเป็นหนึ่งในพืชอาหารหลักของโลก ด้วยคุณสมบัติที่ให้พลังงานสูง ปลูกง่าย และปรับตัวเก่ง ทำให้มันฝรั่งกลายเป็นเสาหลักของความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์มาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง
.
แหล่งที่มา : Brandthink
https://www.facebook.com/share/p/1C91B7myAk/
เมื่อ 9 ล้านปีก่อน มะเขือเทศผสมพันธุ์กับพืชอีกชนิดโดยบังเอิญ และผลลัพธ์ที่ได้คือ…‘มันฝรั่ง’
SOCIETY: รู้หรือไม่
เมื่อ 9 ล้านปีก่อน
มะเขือเทศผสมพันธุ์กับพืชอีกชนิดโดยบังเอิญ
และผลลัพธ์ที่ได้คือ…‘มันฝรั่ง’
.
ทุกคนคิดว่ามันฝรั่งวิวัฒนาการมาจากอะไรกัน?
.
นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่า ‘มันฝรั่ง’ ไม่ได้วิวัฒนาการมาแบบโดดๆ แต่เกิดจาก การผสมข้ามสายพันธุ์โดยบังเอิญ ระหว่างบรรพบุรุษของมะเขือเทศกับพืชป่าชนิดหนึ่ง เมื่อประมาณ 9 ล้านปีก่อน
.
มันฝรั่งที่เราปลูกและบริโภคกันในปัจจุบัน รวมถึงมันฝรั่งป่าที่ยังมีอยู่ในธรรมชาติอีก 107 สายพันธุ์ จัดอยู่ในกลุ่มวิวัฒนาการที่เรียกว่า ‘petota’ ซึ่งก่อนหน้านี้ต้นกำเนิดของมันฝรั่งเคยเป็นปริศนาในแวดวงวิทยาศาสตร์มาก่อน จนกระทั่งงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell ได้ช่วยไขความลับนี้ให้ชัดเจนขึ้น
.
งานวิจัยใหม่ชี้ว่า กลุ่ม petota เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ของบรรพบุรุษพืชสองกลุ่ม คือ ‘tomato’ (กลุ่มมะเขือเทศ) และ ‘etuberosum’ โดยการค้นพบนี้มาจากการวิเคราะห์พันธุกรรมของพืชในสกุลเดียวกับมะเขือเทศและมันฝรั่ง โดยนักวิจัยวิเคราะห์พันธุกรรมของพืชเหล่านี้ และพบว่าดีเอ็นเอของมันฝรั่งเป็นการผสมกันของพืชสองสายพันธุ์อย่างชัดเจน ไม่ได้สืบสายตรงมาจากพืชชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว
.
‘etuberosum’ พืชอีกชนิดที่เข้ามาผสมกับบรรพบุรุษของมะเขือเทศนั้น เป็นพืชป่าในทวีปอเมริกาใต้ และมีจุดเด่นคือสามารถสร้างหัวใต้ดินได้ นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่า การรวมกันของยีนจากมะเขือเทศที่เน้นการออกผลเหนือดินและพืชป่าที่มีระบบหัวใต้ดิน ทำให้เกิดพืชลูกผสมที่มีคุณสมบัติใหม่ นั่นก็คือ ‘มันฝรั่ง’ ที่เรารู้จักในปัจจุบัน
.
นักวิจัยยังได้เสนอว่าการมีหัวใต้ดินนี้เองที่ช่วยให้มันฝรั่งขยายถิ่นอาศัยเข้าไปในสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นและแห้งแล้งของเทือกเขาแอนดีส ที่กำลังก่อตัวขึ้นในเวลานั้น คุณสมบัตินี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้มันฝรั่งกระจายพันธุ์ได้กว้างขึ้น แต่ยังทำให้มันฝรั่งไม่สามารถผสมย้อนกลับกับพืชต้นตระกูลเดิมได้อีก ส่งผลให้กลุ่ม petota วิวัฒนาการแยกออกมาเป็นสายพันธุ์ใหม่อย่างสมบูรณ์
.
ต่อจากนั้นหลายล้านปีต่อมา มนุษย์จึงเริ่มนำมันฝรั่งมาปลูกและบริโภค จนกลายเป็นหนึ่งในพืชอาหารหลักของโลก ด้วยคุณสมบัติที่ให้พลังงานสูง ปลูกง่าย และปรับตัวเก่ง ทำให้มันฝรั่งกลายเป็นเสาหลักของความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์มาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง
.
แหล่งที่มา : Brandthink
https://www.facebook.com/share/p/1C91B7myAk/