สวัสดีวันจันทร์ ข้อความที่ไม่ต้องตอบกลับ

กระทู้สนทนา
สวัสดีวันจันทร์ 

เสียงข้อความที่ดังทุกเช้าจากโทรศัพท์มือถือข้างเตียง เสียงเเจ้งเตือนที่มาจาก ไลน์ที่ชื่อว่า พ่อ
จำไม่ได้เเล้วว่าเรากอดพ่อครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่...

    คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุด ก็คงจะเป้นคำถามที่ว่า " คิดถึงที่บ้านมั้ย " 
เอาจริงมั้ยเป็นคำถามที่ง่ายมาก เเต่ตอบโครตยาก 

   ภาพจำตอนเด็ก พ่อคือคนที่ค่อยไปรับไปส่งเราที่โรงเรียนเหมือนเจ้าหญิงคนหนึ่ง พ่อคือคนที่ไม่ว่าเค้าจะงานยุ่งเเทบตายเท่าไหร่ เค้าก็ยังคงทำหน้าที่พ่ออย่างสมบูรณ์เเบบ 
   พ่อของฉันเป็นคนที่ดีมาก ดีจนโดนคนอื่นเอาเปรียบ หลายครั้งที่ฉันเห็นพ่อทำงานตัวเเทบทรุดเผื่อส่งฉันเรียนสูงๆๆ ( ด้วยกลัวที่ว่าลูกตัวเองจะต้องมาทำงานใช่เเรงงานเหมือนตนเอง ) คนอื่นมองพ่อฉันเป็นคนที่ใครใช้ให้ทำอะไรก็ทำไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ส่งน้ำ จ่ายค่ามือถือ ไปจนรับส่งลุกหลานเค้า พอฉันมองกลับไป ฉันโครตไม่เข้าใจทำไม พ่อต้องทำเเบบนั้นด้วย

   ตอนประถม ฉันจำได้ว่า ฉันโครตอายที่พ่อมาที่โรงเรียนไม่ว่าจะเป็นวันพ่อ วันที่ฉันเเข่งอะไรสักอย่างชนะหรือว่าที่ประชุมผุ้ปกครอง เพราะพ่อของฉันจะมาพร้อมกับเสื้อยืดเก่าๆเเละรถมอเตอร์ไซค์คุ่ใจ ในขณะที่พ่อเเม่คนอื่นเเต่งตัวด้วยชุดที่ใหม่สะอาด หน้าขาว เเละดูภูมิฐาน ( พอโตมาเเล้วรู้ว่า จริงๆฉันไม่ได้อายเลย เเต่ฉันไม่อยากให้คนอื่นมองพ่อของฉันด้วยสายตาที่เเบบเหมือนเหยียดหยาม ) เเต่ด้วยนั้นเอง พ่อของฉันก้ยังคงมียิ้มอยู่เสมอ 

   ในตอนที่พ่อกับเเม่ฉันเลิกกัน ฉันไม่เคยเข้าใจเลยทำไมคนที่รักกันถึงต้องมานั่งทะเลาะกันเเละตัดสินใจเเยกกันอยุ่ด้วย ตอนนั้นฉันได้เเต่ร้องไหเเละหลับไป ไม่สามารถทำอะไรได้ ฉันยังจำได้วันที่พ่อของฉันหยิบกระเป๋าพร้อมกับเดินออกจากบ้านไป ตอนนั้นฉันยังคิดว่าพ่อของฉันเเค่ทิ้งฉันไปเที่ยว เเต่ฉันมารุ้ตอนที่เเม่ของฉันร้องไหอยุ่ในห้อง ่ว่าเค้าคงไม่กลับมาบ้านนี้เเล้ว ความรู้สึกนี้มันคืออะไร ( พอโตขึ้นมาฉันก้คิดได้ว่าจริงๆเเล้ว ความสัมพันธ์อาจไม่ได้ใช้เเค่คำว่ารักเท่านั้นถึงจะอยู่ด้วยกันตลอดไป จริงๆๆเเล้ว คนสองคนจะอยู่ด้วยกันมันมีปัจจัยอื่นๆอีกเยอะมากจริงๆๆ )  ฉันไม่ได้โกรธพวกเค้าทั้งสองหรอ เพราะฉันคิดเเค่ว่าเค้ายังคงทำหน้าที่ของพ่อเเละเเม่ได้ดีเสมอมา....

   ทุกวันนี้พ่อของฉันก็ยังคงทำงานตัวเเทบขาดเพื่อส่งเงินมาให้ฉันที่เรีนอยู่ต่างประเทศ เอาจริงฉันก็ดีใจมากที่พ่อของฉัน พูดได้เต็มปากว่า " ลูกได้ทุนเรียนอยู่ต่างประเทศ " มันอาจเป็นหนึ่งเดียวของความภูมิใจของเค้าเลยก็ได้ เเต่ฉันก็ทำให้เค้าได้เเค่นี้ บางครั้งฉันก็ไม่กล้าที่จะใช่เงินที่พ่อให้ เพราะฉันไม่รู้เลยว่าอยู่ที่ไทย พ่อของฉันเป็นไงบ้าง โดนเอาเปรียบมั้ย เหนื่อยหรือป่าว เครียดอะไรตรงไหนมั้ย เจ็บปวดหรือประสบอุบัติเหตุเเล้วไม่ติดต่อมาหรือป่าว เเต่ก็นั้นเเหละค่ะ

     เสียงเเจ้งเตือนไลน์ สวัสดีวันจันทร์ มันยังคงเป็นเสียงเดียวที่ทำให้ฉันรู้อยุ่บ้างว่า เค้ายังคงสบายดีน่ะ.....   

    สุดท้ายนี้   เเด่ทุกการเติบโตของทุกคน มันอาจจะทั้งเหนื่อยเเละเจ็บปวด เเละมันยังพรากตัวตนบางตัวตนที่เราเคยมีหรือความสดใสไป 
     เเต่ฉันหวังว่าทุกคนที่เข้ามาอ่าน จะตั้งใจพยายามเติบโตบนความเหนื่อยเเละความเจ็บปวดนั้นอย่างดี เพื่อพาตัวตนนั้นเเละความสดใสนั้นกลับมาอีกครั้ง 

     ขอให้ทุกคนยิ้มให้กับวันใหม่เเล้วรองใช่ชีวิตวันใหม่อีกสักครั้งดูน่ะค่ะ 
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่